Feb 12

04:00 ฟิ้วววว.. ตื่นตั้งแต่ ตี 4 จัดของนู้นนี่ แล้วตรงดิ่งไปสุวรรณภูมิ เพื่อไปขึ้นเครื่องบินของสายการบิน United Airline เที่ยวบิน UA882 ไปยัง Narita Airport เครื่องออกตอน 07:15 เวลาประเทศไทย ถึง Narita 15:05 เวลาประเทศญี่ปุ่น (เร็วกว่าไทย 2 ชม) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 5h, 40m แต่เครื่องออกเร็วกว่ากำหนดไปครึ่งชม ทำให้เราไปถึงเร็วกว่าเดิม แต่กว่าจะไปถึงท้องฟ้าก็เริ่มส้มล่ะ ที่ญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาว ฟ้าจะมืดเร็วมาก สัก 5 โมงก็มืดแล้ว ไปถึงวันแรกก็เลยต้องท่องโตเกียวในยามราตรีซะนี่

 

ยอดภูเขาไฟฟูจิสูงทะลุเมฆ ถ่ายจากบนเครื่องบิน ^^

14.30 ถึงสนามบินนาริตะ ผ่าน ตม รวดเร็วดี ผ่านจุด declare ก็ถามแบบงงๆ มาทำอะไร มีกี่กระเป๋า (แล้วไง ก็แค่นี้ล่ะ) เอานู้นนั่นนี่มาหรือเปล่า สุดท้ายก็ปล่อยผ่านมาเพราะไม่รู้จะถามอะไรต่อ

ใครมาญี่ปุ่นครั้งแรกก็จะงงกับแผนที่รถไฟเป็นธรรมดา เยอะสราดดด

เข้าประเทศมาได้สำเร็จก็ถึงเวลามาแลก JR-Pass ล่ะ ได้มาแล้วก็มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พักของขลุ่ยซังกับวีนซังรุ่นน้อง CP31 ครับ โดยการจับรถไฟ Keisei Ltd. Exp. จาก Narita ไปต่อ JR-Sobu Line ที่สถานี Funabashi เพื่อมุ่งไปยังปลายทางสถานี Shinkoiwa วินาทีแรกที่รถไฟออกมาจากอุโมงค์ก็คิดในใจว่า เออ.. กูมาถึงแล้วนะสาดด.. กูมาเที่ยวด้วยเงินกูเองนะเว่ย แม้จบทริปจะจนกรอบก็เถอะ แต่คุ้มหว่ะ!! ตอนนั้นยังงงๆอยู่ทำอะไรไม่ค่อยถูก อยู่บนรถไฟก็มองไปมองมาหันไปหันมา ทำ Culture Inspection มองสาวสวยกดมือถือแช็ทเพราะการโทรศัพท์บนรถไฟในญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมาก เพื่อนผมเคยโดนคุณลุงตบหน้ามาแล้วเพราะดันไม่ปิดเสียงโทรศัพท์แถมยังรับบนรถอีก >< น่าจะ import คุณลุงมาอยู่เมืองไทย แต่ขอแค่จัดการคนคุยโทรศัพท์เสียงดังก็พอล่ะ

อีกโมเมนท์นึงที่อยากบันทึกไว้เมื่อได้ออกจากอุโมงค์.. ห่าน!! ไหนบอกว่าอุณหภูมิ 10 องศาว่ะ กรูก็จัดเต็มมาเลย.. อ้าว แมร่งรถไฟไม่เปิดแอร์ ไม่มี air flow เลยด้วยซ้ำ ประมาณว่าไม่ให้อากาศข้างนอกเข้ามาได้ แล้วไอ่คนญี่ปุ่นก็ใส่ทั้งขนเป็ดหนาๆ overcoat เต็มตัว.. นั่งอยู่บนรถแบบสงบนิ่ง.. ส่วนกรูก็เหงื่อแตกพลั่กๆ ขนาดถอดเสื้อแล้วนะ ยังรู้สึกโคตรร้อนเลย.. คงเป็นมารยาทเค้ามั้ง แต่มันร้อนจริงๆนะ >< แต่ทันใดนั้นเมื่อรถจอดที่สถานีประตูแว๊ปปป… โอ้วว.. “ลมหนาวมาเมื่อไร ใจฉันคงยิ่งเหงา” มากกก.. จนกรูทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว ก็นั่ง culture inspect ไปเรื่อยๆ

อ่อ อีกอย่าง เค้าว่ากันว่า การลุกให้นั่งถึงว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ไอ่เราเห็นคนแก่เดินเข้ามาก็คิดในใจว่าจะลุกให้นั่ง แต่ก็เอะใจว่า culture เค้าเป็นยังไงว่ะ ก็เลยนั่งสังเกตการณ์ดูก่อน เออหว่ะ.. เด็กหนุ่ม เด็กไฟแรงทั้งหลาย นั่งเฉยยยย.. คุณป้าขึ้นรถมาก็ self จัดเสียด้วย ชั้นแข็งแรงอย่าสะเออะลุกให้นั่งเชียวนะ.. แต่จริงๆเค้ามีแยกโซนสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการล่ะ ถ้าเค้าเดินไปตรงนั้นจริงๆเราก็ควรจะลุกให้นั่งนะจ๊ะ Smile

17:00 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม ก็มาถึงสถานี Shinkoiwa ไปถึงก็โทรเรียกน้องๆมารับ เดินดุ่ยๆประมาณ 5 นาทีก็ถึงที่พัก ว้าววว.. สวยงาม ขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กเกินไม่ใหญ่เกิน ทุกอย่างพร้อม!!

ยืนรอน้องๆมารับ

ระเบิดกระเป๋า นั่งพักวางแผนสักครู่ก็ออกเดินทางตะลอนกันต่อ

18:00 บุก Akihabara — Check point แรกที่ต้องทำคือไปจัดการซัด Chabuton ที่ญี่ปุ่น เนื่องจากเพื่อน รร เก่านัดกันจะไปซัดกันคืนนี้ เราก็ชิ่งมาซัดกันที่ญีปุ่นก่อน แล้ว upload รูปขึ้นไปยั่วเพื่อนๆใน FB วู้วววววว Time Zone WIN!! เราสั่ง Miso Ramen เพราะคนอื่นสั่ง Chabuton Ramen กันหมด ไอ่เราก็ไม่อยากซ้ำ ผลปรากฏว่า เค็มสรัดๆๆๆๆๆๆๆ Ramen ญี่ปุ่นแม่งเข้มข้นมากกก แถมเค็มมากด้วย คิดดูนะเต้าเจี้ยวข้นๆอยู่ในราเมง.. ให้ตายเถอะ เฟลมากกก.. ต้องแอบเอากระป๋องน้ำมาเทใส่ถ้วย ไม่ไหวจริงๆ ปวดไตขึ้นมาทันที ><

เหยือกน้ำ ด้านล่างดำๆนั่นคือถ่านนะครับ ถ่านเป็นก้อนๆเลย แช่อยู่ในน้ำนั่นแล

กินเสร็จก็เดินเที่ยว Akihabara ทุกชั้นเลย เดินดูนู้นดูนี่แต่ไม่รู้จะซื้ออะไร หาของแปลกๆดูนี่ล่ะ ถ่ายรูปจนเค้าต้องเดินมาห้าม

เสร็จก็ไปเดิน Sex Shop บุกตั้งแต่วันแรกนี่ล่ะ!! มี 7 ชั้น ก็เดินดูแม่งทุกชั้นเหมือนกัน ทีเด็ดทั้งนั้น เดินจนแสบตา เพราะมีแต่สารสังเคราะห์ทั้งนั้น ว่าจะซื้อฝากเพื่อนๆเสียหน่อย แต่เสียใจนะ ไม่ยอมตอบกัน ไอ่เราก็อุตสาห์ถามกลาง wall แต่ไม่มีใคร response ซ้ากกคน เฮ้อๆ อย่ามาว่ากันนะครับ

อ้อมีชั้นใต้ดินอีกชั้นนึงด้วย ของเด็ดๆ แผ่นแบบเป็นหมื่นเยน ดีวีดี เสียงกระหึ่ม ฮ่าๆ มีกางเกงในสาวใช้แล้วด้วย อ้อๆ ชั้นบนสุดมี ตุ๊กตายาง Collection ใหม่ น่ารักมากกกกกก.. คาวาอิ๊ๆๆๆ ฮ่าๆ ดูหื่นมะๆ แต่เดินมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วหว่ะ แสบตาจริง ปวดหัวจริง.. ก็เลยต้องรีบจรลีออกออก ทั้งๆที่อยากจะซื้อออกมาสักอย่างสองอย่าง ฮี่ๆ

จากนั้นก็เดินถ่ายรูปอยู่แถวนั้น.. เข้าร้านเกมส์ตู้ไปดู พวกเซียนเล่น arcade กัน แล้วก็ได้เห็น culture อีกอย่าง จริงๆก็คงเหมือนคนไทยแหละ แบบว่าห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ปี อยุ่เกิน 4 ทุ่ม พอ 4 ทุ่มเป๊ะ ก็มีพนักงานมาสะกิดเด็ก แล้วเด็กก็เดินออกไปอย่างว่าง่าย เออหว่ะ คนเค้ามีวินัยจริงๆนะ

เดินไปเดินทางชักหมดแรง หนาวสาดด้วย.. ก็เลยจับรถไฟกลับที่พักดีกว่า

00:00 แวะ 7-11 หาของกิน ได้มา 3 อย่าง โรลครีมนมสดแสนอร่อย นมสด lawson แล้วก็ ข้าวปั้นสำหรับวันรุ่งขึ้น

กินเสร็จก็อาบน้ำ จดบันทึกรายรับรายจ่าย จด journal วางแผนการเดินทางพรุ่งนี้ จัดกระเป๋าย่อย เพื่อไปค้าง Kawaguchi-ko 1 คืน กว่าจะได้นอนก็ ตี 2 ให้ตายสิ พรุ่งนี้ต้องตื่นให้ทันรถไฟเที่ยวแรกเพื่อไปดูประมูลปลาที่ Tsukiji ตอนตี 04:30 ด้วย โอ้วม่ายยยยยย  นอน 2 ชมเองงงงง

02:30 หลับตา แล้วดิ่งสู่ความฝันทันที


6 Responses to “19 Nov 10 : Japan Trip : Day 1 (Narita – Tokyo)”

  1. BuA says:

    หนุกๆ รออ่านต่อ

  2. MiNG says:

    ต่อเลยคร้าบบ 🙂

  3. มาญี่ปุ่นไม่เห็นรู้เลย ชิๆ

  4. ค้าบบ.. แง่มๆพี่ก็ไม่ได้ไปหาเพื่อนพี่หลายคนเลย
    น้องเป๊กต้องรออ่านตารางเดินทางของพี่ดูนะ ฮ่าๆ
    เวลานอนแทบจะไม่มีเลย T T

  5. Aof Nuttawit says:

    โห เสียดาย
    อ๊อบไม่ได้ไป sex shop 7 ชั้น เวลาไม่ทันจิงๆ >.<"

    • lllllll-0-0-lllllll says:

      เอ็งไป อยู่โตเกียวเป็นอาทิตย์ แล้วบอกไม่มีเวลานะแสรดดดดดดด