Sep 04

เป็นทริปประจำครึ่งปีของเพือนๆสวนฯ ตอนแรกว่าจะไปเขาช้างเผือก กาญจนบุรี แต่พอติดต่อไปเจ้าหน้านี้บอกว่าช่วงนี้อุทยานปิด ก็เลยอดไป จึงย้ายไปถล่มบ้านหนูมิวที่เวียงสา น่าน แทน

ตอนแรกไปกันหลายคน แต่ทำไปทำมาเหลือแค่ 6 คน เหมารถตู้ไปแล้วก็เอาวะ ทำตัวรวยๆไป นั่งแถวละ 2 คนขำๆ

ไปถึงบ้านมิวเอาของลงกินข้าวเช้า แล้วก็ไปตระเวณทัวร์ไหว้เพราะเก้าวัดบริเวณเมือง

 

ตกเย็นก็ไปขันโตก แล้วไปเวียนเทียบวันมาฆบูชาพอดิบพอดี ช่างเป็นทริปแสวงบุญจริงๆ 55

 

 

 

จากนั้นก็ไปนั่งชิวๆ ร้านนมเวียงสา จ๊างน่าน โนแอลกอฮอล์จ๊ะ

 

 

ตื่นมาอีกวันก็เก็บของแล้วเราจะไปค้างคืนกันที่ บ้านมณีพฤกษ์!!

รายละเอียดคร่าวๆตามนี้…

บ้านมณีพฤกษ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตร มีโครงการทดลองปลูกผลไม้เมืองหนาวสามารถไปแวะชมได้ นอกจากนั้นยังมีดอกเสี้ยวขาวซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ต้นนางพญาเสือโคร่ง บริเวณโครงการเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง และ เผ่าลั๊วะ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการนี้ ตั้งอยู่บนเทือกดอยภูคาจึงพบต้นชมพูภูคาอยู่หลายกลุ่มหลายต้น
สถานที่น่าสนในบริเวณบ้านมณีพฤกษ์ ได้แก่
ถ้ำผาผึ้งอยู่ระหว่างเส้นทางไปหมู่บ้านมณีพฤกษ์ 1 ห่างจากสำนักงาน พมพ. ประมาณ 1 กิโลเมตร ห่างจากจากถนน 100 เมตร สภาพป่าระหว่างเส้นทางที่เดินเข้าไปยังสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบ มีต้นเต่าร้างขึ้นอยู่ตลอดทาง ปากถ้ำผาผึ้งกว้างประมาณ 40 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร ต้องเดินลงไปอีก 25 เมตรจึงถึงพื้นถ้ำ ช่วงต้นของถ้ำจะเป็นโถงขนาดใหญ่มากสูงประมาณ 20 เมตร จะมีน้ำย้อยไหลลงมาจากเพดานถ้ำตลอด จนเกิดเป็นชั้นหิน มองดูเหมือนน้ำตก ไหลต่อลงไปเรื่อยๆและยังมีหินย้อยที่สวยงาม เดินเข้าไปข้างในจนสุดถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ยังมีอากาศหายใจอยู่ บริเวณปลายถ้ำจะมีช่องซึ่งกว้างประมาณ 20-30 เซนติเมตร ภายใต้ช่องจะได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านลึกลงไปอีกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก ในสมัยก่อนถ้ำผาผึ้งแห่งนี้ ใช้เป็นที่หลบภัยของชาวบ้าน สามารถจุคนได้หลายร้อยคน
ดอยผาผึ้ง อยู่บริเวณหมู่บ้านมณีพฤกษ์ 3 เป็นภูเขาหินปูนสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตรซึ่งไม่มีต้นไม้ใหญ่มากนัก ส่วนมากจะเป็นทุ่งหญ้าคา มีลักษณะเหมือนดอยภูแว สามารถชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงาม ชมทัศนียภาพของอำเภอบ่อเกลือ อีกทั้งยังสามารถเห็นสันดอยภูแวและดอยช่อได้ จากปากทางต้องเดินเท้า 20 นาทีเลาะไปตามไหล่เขา ธรรมชาติงาม ทางสะดวก
    นอกจากนี้ยังมี จุดชมวิวภูหัวล้าน สามารถมองเห็นอำเภอต่างๆ ได้แก่ เชียงกลาง ทุ่งช้าง เฉลิมพระเกียรติ ถ้ำภูหัวล้าน เป็นถ้ำที่ใช้อยู่กินของทหารไทยสมัยก่อน จะอยู่บริเวณใกล้ๆฐานปฏิบัติการ

… ที่มา : http://www.oceansmile.com/N/Nan/NANm18.htm

ระหว่างทางก็แวะ เฮือนหนานบัวผัน Art Gallery ของเมืองน่าน

และแวะไปกินอาหารกลางวัน ชมวิว และถ่ายรูปที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำสวยดีแฮะ

แม้ว่าแดดจะแรงแต่เราก็บ่ยั่น

 

แล้วก็เดินไปดู Grand Canyon เมืองไทย ขนาดย่อส่วน เมืองไทยนี่ก็มี unseen เยอะเหมือนกันแฮะๆ

 

 

เดินๆไปก็เจอฝรั่งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ในน่านนี่ล่ะ อายุก็พอๆกัน ประมาณว่าเรียน ป.ตรี จบก็ยังไม่ทำงาน มาเที่ยวหาประสบการณ์ก่อน ระหว่างนี้ก็มาสอนหนังสือหาเงินด้วย

กว่าจะออกจากที่นี่ก็เย็นละ รีบบึ่งไปบ้าน มณีพฤกษ์ทันที หลับยาวเลยทีเดียว..

ไปถึงประมาณทุ่มกว่าๆ ก็จัดแจงเอาหมูกระทะที่เตรียมไว้จากในเมืองมาลุยทันที หิวแสดดดด แต่กว่าจะได้กินก็ 2 ทุ่ม เนื่องจากจุดไฟไม่ติดเสียที ถ่านมันแข็งมากกกก.. กินไปเรื่อยๆ อากาศก็หนาวลงเรื่อย ไอ่เราก็คิดว่ามันไม่น่าจะหนาวแล้วนะ ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวอะไรมาเลย กินไปสั่นไป

กินเสร็จก็แยกย้ายกันนอน เพราะต้องตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่เช้า ที่ดอยผาผึ้ง

 

หนาวมากกกกกกกกกกก เกือบนอนไม่หลับแหนะ นอนไปได้ไม่กี่ ชม ก็ต้องตื่นแล้ว

หนาวววววจริงๆ นั่งรถไป เดินงัวเงีย หลบหนามต้นไม้ไปเรื่อยๆ ประมาณ 30 ก็มาถึงด้วยความทุลักทุเล

 

 

เย่ๆมาทันพระอาทิตย์ขึ้นพอดีเลย ถ่ายรูปกันยกใหญ่ แล้วก็ลงมากินข้าวเช้าที่ให้เค้าจัดไว้ให้ ข้าวต้มนั่นแล

พอดีวันนี้มีงานทำบุญป่าของชาวบ้านที่นี่ ก็เลยโชคดีได้เข้าไปร่วมพิธีด้วย จัดเต็มมากมาย ล้มหมูมาเซ่นกันเลยทีเดียว แล้วก็ขึ้นไปชมวิวภูหัวล้านเสียหน่อย ^^ เสียวดีแฮะ ทุกคนยืนรวมกันตรงยอดภูฮ่าๆ

 

 

ด้วยความหิวโหยเราก็เลยลงมาที่บ้านพักกันก่อน แล้วทำการยึดห้องครัว เพื่อทำอาหารรสโอชะก่อนกลับไปที่เมือง นั่นคือ ต้มมาม่ากับเศษผักและเศษหมูที่เหลือเมื่อคืน พร้อมตบไข่ไก่จากห้องครัวมาเพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วย 55 อร่อยโว้ยยยยย

กินเสร็จก็ไปลุยถ้ำผาผึ้งกันต่อ อากาศข้างนอกร้อนแสรดด ส่วนในถ้ำก็หนาวแสรดด เป็นถ้ำที่มีโถงใหญ่มาก ใหญ่จริงๆ แต่เสียดายที่ทางเดินเข้าไปมันมืดมาก และลื่นด้วย คงต้องมีเจ้าหน้าที่นำ ก็เลยเข้าไปเก็บภาพได้นิดหน่อย

 

จากนั้นก็วิ่งตรงดิ่งเข้าเมืองเวียงสาเลย

อาบน้ำอาบท่า ปั่นจักรยานเล่นในเมือง แวะชมวิวแถวนั้น แล้วก็เตรียมตัวกลับเข้าสู่เมืองกรุง

 

น่านเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางธรรมชาติสูงมาก ทิวเขาที่สลับซับซ้อนพร้อมด้วยความสมบูรณ์ของผืนป่ารอบๆนั้น รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองมีของคนในน่าน ล้วนดึงดูดให้ฉันอยากมาที่นี่อีกเรื่อยๆ

หลังจากที่ได้ไปน่านมา 5 รอบ ฉันพูดได้เต็มปากเลยว่า ฉันรักน่าน นะจ๊ะ

 

**รวมรูปทั้งหมดพร้อม Geo-Tagging ครับ ^^

20110218-20 – น่าน เวียงสา มณีพฤกษ์ ดอยผาผึ้ง ถ้ำผาผึ้ง ภูหัวล้าน

 

 

 

 

ธีรเดช รักน่านนะนิ๊ 


One Response to “18-20 Feb 11 : น่าน เวียงสา มณีพฤกษ์ ดอยผาผึ้ง ถ้ำผาผึ้ง ภูหัวล้าน”

  1. BuA says:

    อ่านสนุก รูปสวย =) ทีคุงนี่เที่ยวเยอะมากกกกจริงๆ 555