Nov 11

นอนๆหลับๆตื่นๆตลอดทางเลย.. ระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยโลแต่ทำไมใช้เวลาเดินทางนานขนาดนี้ก็ไม่รู้ รถไฟไทยที่ว่าช้าแล้ว รถไฟเวียดนามช้ากว่ามากกกก… แต่ที่ต่างคือ เค้าตรงเวลานะเออ  ออกตรง ถึงตรงเป๊ะๆ

เอี๊ยดดด.. ถึงแล้ว Ga Lao Cai สถานีลาวไกปลายทางของเรา เดี๋ยวต้องนั่งรถต่อขึ้นไปที่ SAPA อีกประมาณ 1 ชม ออกจากสถานีก็เดินไหลๆตามน้ำไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พอออกมาแล้วก็ถึงเวลาถูกต้อนขึ้นรถแล้วล่ะ คงไม่ต่างไปจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆทั่วโลกละครับ รถตู้ก็มาจอดออๆกัน แล้วก็คอยเรียกลูกค้าขึ้นรถ เรียกถูกบ้างแพงบ้างตามความสามารถของตน ส่วนกลุ่มเราก็อิงราคาตามที่สถานีรถไฟติดป้ายไว้ว่าห้ามเกินคนละ 35,000 VND ได้ราคานี้ก็โอเคละขึ้เกียจไปตบตีกับเจ้าอื่นละเก็บแรงไว้เดินบน SAPA ดีกว่า ^^

ก็รอเรียกลูกค้าจนอีกขบวนแมร่งมาถึงอ่ะคิดดู ประมาณ ชม นึงได้ จนที่จอดรถโล่งหมดแล้ว ไอ่เราก็คิดว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ได้ไปๆ ในที่สุดรถก็ได้เคลื่อนตัวออกไปเสียที

ทางส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางขึ้นเขา ถ้าให้เทียบก็น่าจะเป็นทางขึ้นปาย แต่โหดน้อยกว่านิดนึง ระหว่างทางจะเห็นอยู่ 2 อย่าง.. ไม่นาขั้นบันได ก็หมอก ใช่สิ.. นี่เรากำลังเดินทางไปยังเมืองแห่งสายหมอก ก็ต้องมีหมอกเป็นธรรมดา ยิ่งขับขึ้นสูงเท่าไรหมอกยิ่งทึบเท่านั้น ทัศนวิสัยแย่มาก แต่ถึงกระนั้นคนขับก็มิได้ลดความเร็วเลยยย เสียวจริงๆ แต่ในใจลึกๆก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ หมอกเต็มไปหมด ตอนนั้นคิดแค่นั้นจริงๆ ตื่นเต้นและดีใจที่ได้มาเมืองในความฝันได้อีกเมืองหนึ่ง ^^

นั่งประมาณ 1 ชม ก็มาถึง คนขับรถก็ใจดีมาส่งใกล้ทางขึ้นที่พัก พอดีที่พักเราจองแบบอยู่บนเขาหน่ะ เดินไกลหน่อยแต่วิวสวยดี และที่สำคัญที่พักถูกมากกกกก ตกคนละ 150 บาทต่อคืน รวมอาหารเช้าด้วยนะเออ เทียบกับสภาพห้องพักนี่คุ้มค่ามากกก 🙂

พอลงจากรถภาพแรกที่โคตรน่าจดจำ และประทับใจนั่นคือ… กรูมองอะไรไม่เห็นเลยสราดดดด เมืองแห่งหมอกของจริง นี่มัน Silent Hills ชัดๆ กูเชื่อแล้วว่ามีเมืองอย่างงี้จริงๆ แบบว่ายืนห่างกันเกิน 10 ก้าวก็มองไม่เห็นแล้วล่ะ ระหว่างที่ตะลึงอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงมอไซค์บีบแตรเข้ามาในโสตประสาท อ๋ออออ.. กูรู้แล้วที่คนเวียดนามกดแตรเป็นว่าเล่นก็เพราะเหตุนี้นี่เอง.. แม่งมองอะไรไม่เห็นจริงๆ และที่สำคัญอีกอย่างเวลามา SAPA เค้าให้พกไฟฉายไปด้วยเพราะเมื่อสิ้นแสงตะวันคุณจะมองอะไรไม่เห็นเลยจริงๆ SIlent Hills อีกแล้ว ที่อ่านๆมาเค้าบอกว่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ SAPA มีค่า 100% นั่นคือ ไอน้ำไม่สามารถละลายในอากาศได้อีกแล้ว สิ่งที่เรามองเห็นก็จะเป็นหยดน้ำเล็กๆแขวนลอยอยู่ในอากาศ และอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั่นก็คือน้ำทั้งนั้น.. เป็นที่น่าสังเกตุว่าเราแทบไม่ต้องพกน้ำติดตัวเลยตอนขึ้นลงเขา เพราะร่างกายเรารับน้ำตลอดเวลาอยู่แล้ว

เอาละ ลงรถมา 3 ย่อหน้าล่ะ ทีนี้จะได้เดินขึ้นที่พักเสียที ฮ่าๆ..  กางแผนที่พร้อมงงไปอีก 5 นาที… ให้นึกภาพผังเมืองที่มีทั้งที่สูงที่ต่ำซ้อนกันไปมา แล้วตบทุกอย่างให้เป็นระนาบเดียว… แสรดดดดด กูงง!! อะไรที่กูคิดว่าใกล้ๆ แต่ที่จริงกูต้องปีนขึ้นไป..แสรดด อีกที ฮ่าๆ

 

เราก็เดินไปตามทางแล้วก็ได้เจอกับ Starlight Hotel วู้วๆ มองข้างนอกก็ไม่เลวแฮะๆ แล้วเค้าก็ใจดีให้ checkin ตั้งแต่ 9 โมงเลย 🙂

วิวจากห้องพัก วู้วววๆๆ

เก็บของ ชักภาพ พักเหนื่อยสักพัก แล้วก็ไปตามเก็บ check point ที่ทุกคนรอคอย นั่นคือ ร้าน Baguette & Chocolat ในตำนาน ใครที่มา SAPA ต้องมานั่งชิวๆจิบกาแฟและช็อกโกแล็ตที่นี่ และที่สำคัญร้านห่างจากที่พักไม่ถึง 100 เมตร สุดท้ายก็กลายเป็นร้านนั่งชิวพักผ่อนของเราไปเลย ฮ่าๆ

 

กินเสร็จ พลังเต็ม ก็กลับไปจัดแจงเปลี่ยนชุดพร้อมลุยกันละ ไปแวะที่ Tourist Information ก่อนเลย ได้แผนที่มาทีนี้ก็ได้เวลาลุยของจริง! วันนี้เราตกลงจะขึ้นไปดู City View ที่เขาฮัมรอง (Hamrong Mount) มีทั้งสวนพฤษศาสตร์ สวนหิน และเสาส่งสัญญาณวิทยุ ระหว่างทางก็มีแต่หมอกๆ สุดท้ายวิวเมืองของเราก็คือ หมอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  จบกันสำหรับวันแรกใน SAPA ไม่เห็นอะไรเลย เฟว

 

แต่ไม่เป็นไร เรายังมีอะไรสวยๆให้ถ่ายในนี้อีกเยอะแยะเลย ลุยๆ

แวะกินชา กินกาแฟ กินไข่ปิ้ง กินข้าวหลาม และน้ำจิ้มสูตรพิเศษคือ ผงชูรสกับเกลือกับถั่วป่น โอยยยยย.. ประเทศนี้กินเป็นแต่ผงชูรสเหรอเนี่ยย บรื๋ยยย.. ปากบึนเลย

 

สวนหินสวยๆ

 

แสงเริ่มหมดละลงไปหาอะไรกินในเมืองกันดีกว่า แล้วจะได้เดินตลาดนัดชาวเขาด้วย

เย็นก็จบลงที่เหลา – Lau – Hotpot ที่ขาดไม่ได้นั่นคือ เอ้า!! พูดพร้อมกันสิ๊… ผงชูรสสสสส 
น้ำจิ้มเหลาคือ ผงชูรสกับน้ำอะไรดำๆไม่รู้เหมือนซีอิ๊ววว ขึ้นสมองเลย หลายคนคงบอกว่าก็ไม่ต้องกินมันสิ เออ ฉันก็ไม่กิน แค่ในน้ำซุปนี่สิ… อูมามิ มากๆ

ไปเดินช็อปปิ้งตลาดนัดชาวเขา มีทั้งม้ง เย้าแดง ไทดำ ไทขาว และอีกมากมาย แต่งานที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือของเย้างานละเอียดมากกก สวยมากก และที่สำคัญขายของเก่งมากก ตัดราคากันมันส์ ต่อราคาไม่ได้แถมให้เท่านั้น แบบว่าการตลาดแพรวพราวมาก ฉันคิดเลขไม่ทันเลยทีเดียว เชื่อว่านักการตลาดมาเห็นคงต้องปรบมือให้ เย้าแดงชนะเลิศศศศ

อากาศชักจะหนาวไม่ไหวแล้ว ฝนก็ตกหนักขึ้นทุกที เราก็ขอไปหลบพักที่ร้าน Baguette & Chocolat กันอีกรอบ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน 🙂


2 Responses to “9-15 Mar 2011 : Hanoi LaoCai Sapa BacHa (Part 3)”

  1. เย้ๆ กว่าธีจะคลอดออกมาได้ ฮ่าๆๆ อยากไปซาปาอ่ะ มานไปคนเดียวได้ป่ะ ^^

  2. จำได้ว่าวันนั้นtsunamiเข้าพอดี ><"