Nov 13

นอนคืนแรกที่ซาปาอย่างไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เนื่องจากได้ข่าวแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นและเกิด Tsunami ครั้งร้ายแรงที่สุด check ข่าวกันให้วุ่น ไม่ชอบเลยเวลาต้องมาเที่ยวในขณะที่คนอื่นเกิดภัยพิบัติเนี่ย โชคดีที่ที่พักและร้านกาแฟในเวียดนามเกือบทุกที่มี Wifi ให้เล่นและเร็วด้วย ทำให้ติดตามข่าวสารได้เรื่อยๆ..  ที่บ้านก็เป็นห่วงว่าเราเป็นไรหรือเปล่า ได้รับผลกระทบหรือเปล่า ก็ติดต่อคุยกันเรียบร้อย.. นอกจากเรื่อง Tsunami ก็ดันมันปัญหากับแพลนทริป Tibet ที่จะไปเดือน พ.ค. อีก เพราะช่วงเวลานั้นเค้าจะไม่เปิดให้ขอ Permit เนื่องจากจะจัดงานครบรอบ 60 ปีสถาปนา Tibet ก็เลยห้ามเข้าประเทศกลัวเกิดจลาจล ก็เลยต้องมาจัดการทริปใหม่ไป Bhutan อย่างเร่งด่วนข้ามประเทศกันเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายก็ชวดไม่ได้ไป ไว้มาเล่าให้ฟังทีหลังอีกที

 

กลับเข้ามาที่ซาปากันต่อ ตื่นเช้ามากิน Breakfast แบบพอเพียง มีไข่ให้เลือก 3 แบบ ไข่ดาว ไข่เจียว แล้วก็ไข่คน แล้วก็มีขนมปังปิ้ง พร้อมกับกาแฟเวียดนาม แค่นี้แต่ก็อิ่มนะเออ ให้ไข่เยอะอยู่..

วันนี้จะไปลุยกันที่หมู่บ้าน Cat Cat อันลือชื่อ ส่วนใหญ่ที่ไปก็คือไปดูวิถีชีวิตและถ่ายรูปนาขั้นบันได ไม่รู้โชคร้ายหรือยังไง ฝนตกแบบจริงจังตั้งแต่เช้า และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทีนี้ล่ะเสื้อกันฝนที่เตรียมมาจะได้เอามาใช้กันเสียที (เสื้อกันฝนแบบเต็มตัว เป็นสิ่งจำเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องพกติดตัวมาซาปาด้วย) เห็นสภาพแล้วไม่น่ารอด พอดีไปเจอกับแก๊งค์คนไทยอีกแก๊งค์นึงเค้าแนะนำว่าฝนตกอย่างงี้ เละ!! ชัวร์!! ต้องรองเท้าบูธเท่านั้น ไม่งั้นจมโคลน เราก็เลยกลับไปหยิบยืมที่ รร. ได้มา 3 คู่ แล้วก็ไปหาซื้ออีก 2 คู่ กะว่าใช้เสร็จก็จะทิ้งไว้ให้ รร เลย (จิตใจประเสริฐสุดๆ).. พอเริ่มเดินทางได้ไม่เท่าไรก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ แบบว่าหยิบมิดข้ออ่ะ โอยยยย… ฉันต้องเดินอย่างงี้ไปอีก 3km เหรอเนี่ยยยย..

 

 

เดินไปครึ่งทาง… วิวสวยมากกก มีความสุข ประทับใจ บรรยายไม่ถูก

แต่โชคร้ายที่ครึ่งทางหลังเส้นทางนั้นกลับปกคลุมไปด้วยหมอก.. หมดกันความหวังที่จะได้ถ่ายนาขั้นบันไดสวยๆ ก็อุตส่าห์เดินช้าๆเพื่อรอหมอกจางหายไป แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย.. ก็ถอดใจเดินดูธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านแทนละกัน

เดินไปเรื่อยกว่าจะครบก็เย็นละเดินกลับเข้ามาในเมืองอีก 3Km ขาลากพื้นมาเลยทีเดียว

 

 

กลับไปพักผ่อน อาบน้ำอาบท่า แล้วคุยเรื่อง one-day trip ไปเที่ยวตลาด BacHa วันพรุ่งนี้กับเจ้าของที่พัก ตกลงเรียบร้อย เจ้าของเค้าก็พาไปกิน Lau (อีกแล้ว) ทีเด็ดของเค้า แล้วเค้าก็เปิด local white wine มาเลี้ยง… เห็นชื่อแล้วน่าสนใจ แต่มาพอเสิร์ฟ เชี่ย!!! เหล้าขาวบ้านเราดีๆนี่เอง จิบไปนิดเดียวจอดเลย ถ้ากินมากกว่านี้อ้วกพุ่งแน่ๆ ไม่ถูกกับเหล้าขาวเลย กินบนค่ายทุกวันจนได้กลิ่นไม่ได้เลยจริงๆ แค่ได้กลิ่นกระเพาะก็บีบแล้ว แง่งๆ

จบวันที่ร้านกาแฟในตัวเมือง อากาศเย็นๆละเลียดช็อกโกแล็ตร้อนๆมันมีความสุขจริงๆ

=============================

ตื่นมาแต่เช้า จัดแจงเก็บของ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วก็ขึ้นรถตู้ร่ำลา Sapa แล้วเราก็ไปเที่ยว Bacha กันต่อ โย่วๆ

นั่งรถตู้ทั้งวันไป Bacha Market ที่แนะนำกันนักกันหนา.. แต่พอไปถึงแล้วไม่มีเชี่ยอะไรเลย.. ไปดูตลาดค้าสัตว์ ชมวิว ดูตลาดชาวเขาหลายเผ่า แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ราคาก็ไม่ถูก แนะนำว่าใครจะมาเที่ยวจงอยู่ซาปาให้หนำเสียเถิด

 

แวะกินข้าวเที่ยงที่นี่ รวมอยู่ในทริปด้วย (ซึ่งต้องใช้การเจรจานิดหน่อย เพราะเค้าทำเป็นลืม ฮึ่มๆ!! กูไม่ยอมหรอกนะ!! ครั้งเดียวเกินพอ!)

จากนั้นก็ไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของหมู่บ้าน ดูการหมักไวน์ข้าวโพด (Corn Wine) แต่หลังจากที่ชิมแล้วมันก็คือเหล้าขาวดีๆนี่เอง เปลี่ยนจากข้าวเหนียวเป็นข้าวโพด บรึ๋ยๆ

 

เสร็จแล้วก็ดูชายแดนเวียดนาม-จีน เมืองจีนแค่เอื้อม แลดูอีกฝั่งนึงเจริ๊ญเจริญญ.. แฮะๆ ถ่ายรูปพอเป็นพิธีแล้วก็นั่งรถกลับเข้าเมือง Laocai แลกตั๋วรถไฟ แล้วก็นั่งชิวที่ร้านกาแฟแถวนั้น รอรถไฟออก….

ขากลับได้รถไฟแบบ Hard-Sleeper นั่นคือ 6 เตียง/ห้อง แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 เตียงชั้นกันอยู่ ยังกะห้องเก็บศพ >< อารมณ์ประมาณตู้นอนชั้น 3 อ่ะ.. ไม่มีน้ำให้ สภาพเยินมากก สกปรก ขยะไม่เก็บ เหม็นบุหรี่ มีกาจั๊ว ห้องน้ำเจ๊ง น้ำไม่ไหล สราดดดดด!!! เจอสาวยุโรปคนนึงไอ่เราก็นั่งเม้าท์กันยกใหญ่ เค้าก็เหลืออดเหมือนกัน พอพูดถึงไทยแลนด์เค้าก็บอกว่าดีกว่าเยอะมากกกกกกก!! ทั้งๆที่เราก็รู้ว่ามันไม่ได้ดีมาก แต่ถ้าเทียบกับที่นี่เป็นรถไฟชั้น 1 เลยล่ะ จริงๆนะ

สำหรับใครที่สนใจไปซาปาถ้าไม่ได้อยากลิ้มลองประสบการณ์รถไฟเวียดนาม สามารถเลือกนั่งรถบัสก็ได้นะครับ เป็นรถนอนเหมือนกัน นอนแบบว่าเตียงนอนเลยนะ ไม่ใช่เก้าอี้เอนเหมือนบ้านเราถูกกว่า เร็วกว่า ดูจากรูปมันสะอาดกว่านะ แต่ไม่แน่ใจเรื่องกลิ่นเหมือนกัน เพราะมันวางเตียงติดๆกันเลย ไม่รู้ว่าหันหัวชนหัว หรือหัวชนเท้า บรึ๋ยย..  backpacker เท้าเน่าๆ มาอยู่รวมกันในที่ปิด กลิ่นคงอบอวลกันเลยทีเดียว ลองดูนะครับ ใครเคยนั่งเข้ามา comment แลกเปลี่ยนกันได้ครับ

จากที่ได้อยู่ซาปา 2 คืนสรุปได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นฝน จงดีใจเสียเถิดเพราะนั่นหมายถึงคุณจะได้ใช้ชีวิตที่ปราศจากหมอกปกคลุมชั่วระยะหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของตากล้องมือฉมังทั้งหลายที่จะได้เก็บภาพชัดๆกลับไปอวดชาวบ้านชาวช่อง.. เพราะเมื่อผ่านช่วงโปรโมชั่นนี้ไปแล้วคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้ถ่ายวิวเกินระยะ 5 เมตรอีกก็เป็นได้… เพราะหมอกมันกลืนกินเร็วเหลือเกินนนน