Nov 14

นอนบนรถไฟด้วยความรู้สึกที่แย่กว่าตอนขามามากมาย ห้องข้างๆปาร์ตี้กันโหวกเหวกโวยวาย กินทิ้งเรี่ยราดเต็มพื้น สูบบุหรี่ กินเหล้า กันอยู่ในห้องแอร์นี่หล่ะ กลิ่นมันก็วนเวียนอยู่ในตู้นี่ล่ะ แย่จริงๆ ก็ข่มตาหลับๆตื่นๆไปตลอดทางเหมือนเดิม

ถึง Hanoi สักประมาณ ตี 5 ได้ หนังสือเค้าบอกว่าห้ามเรียก taxi ที่หน้าสถานีเพราะจะเป็นพวก scam เราก็เดินๆออกไปข้างนอกแล้วนะ ก็เลยบอกปลายทางไปถามว่าไปหรือเปล่า กดมิเตอร์มั้ย ก็โอเค แล้วไอ่คนนี้ก็เดินพาย้อนกลับมาทางเดิม มาแก๊งค์ที่จอดรถหน้าสถานี สุดท้ายก็เป็นกรูอีกแล้วสินะที่จะทำให้ถูกหลอก แต่ตอนนั้นก็หยั่งเชิงไปก่อน เห็นท่าทางดูไม่ได้น่ากลัวมาก ขึ้นรถก็กดมิเตอร์พร้อมออกเดินทาง เริ่มต้นที่ 12,000 VND ซึ่งถูกกว่าที่เคยนั่งมาก่อน 2 เที่ยว ก็แอบดีใจอยู่ แต่หารู้ไม่….

ทันทีที่วิ่งออกไปแค่ 1 นาที ก็เริ่มเห็นอะไรผิดสังเกตุ รถขับพาออกนอกเส้นทาง พาไปอ้อมไกลรอบนอกเมือง ทั้งๆที่ตัดตรงก็ถึงแล้ว พอเราเงยหน้าก็เห็นมิเตอร์วิ่งเร็วจู๊ดจนน่าตกใจ แบบว่าวิ่งขึ้นทุกๆ 5 วินาทีเลย ทีนี้ล่ะ ทุกอย่างลงตัวเป๊ะ ไอ่คนขับมันก็เริ่มกระบวนการโกงอย่างเป็นทางการ พูดประมาณว่า เนี่ยมิเตอร์วิ่งเร็วมากนะ ถ้าไปถึงปลายทางมันจะแพงกว่า 100,000 VND งั้น มันขอเหมาไป 100,000 VND เลยละกัน ไอ่สัดมึงโกงอยู่ชัดเจน อย่ามาทำเนียน เลือดขึ้นหน้าเลยหว่ะ ขามานั่งมาแค่ 30,000VND เอง ขากลับให้สูงสุดไม่เกิน 50,000VND อ่ะ แมร่งมาเรียกแสนนึง คือตอนนี้โกรธมากแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่ได้เตรียมตัวจุดนี้มาก่อน ในหัวตอนนั้นก็คิดอยู่หลายอย่างเลย ทั้งความถูกต้อง ความสูญเสียและความปลอดภัย ใจจริงตอนนั้นอยากจะลงตรงนั้นเลย มึงโกงกู กูไม่ให้ แต่อีกใจนึงเราก็นึกถึงความปลอดภัย เราต้องชั่งน้ำหนักจุดนี้ด้วย เรามาต่างบ้านต่างเมืองเราไม่รู้ว่าแม่งคนพวกนี้เป็นยังไง ติ๋มๆหลอกหน้าด้าน หรือแม่งเป็นพวกอาชญากรว่ะ ถ้าเกิดกูบอกให้มันจอดแล้วแม่งเอามีดมาจี้ เอาปืนมายิง หรือจอดเสร็จแล้วแม่งขโมยกระเป๋าขับรถหนีไปเลย พูดตรงๆว่าในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีตรงนั้น คิดเยอะจริงๆ ชั่งไปชั่งมาสุดท้ายเราต้องยึดความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง ตัดอารมณ์โกรธ อารมณ์หงุดหงิดจิตตกที่โดนหลอก ออกไปก่อน แล้วต่อรอง..

ระหว่างที่เราอึ้งไปนั้น เพื่อนเราผู้ผดุงความถูกต้องก็ออกมาชูโรงแทนก่อน ซึ่งก็เชื่อว่าคิดเยอะไม่ต่างจากเรา และคงยึดความปลอดภัยเป็นหลัก ก็ต่อราคาไป 80,000 VND แม่งไม่ยอมด้วยเว่ย.. เอาราคาเดิม แต่เพื่อเราก็เสียงแข็งที่ราคานี้ ก็ขึ้นเสียงโยนราคากันไปกันมาอยู่หลายรอบ สุดท้ายก็ยังไม่สรุปก็ขับไปเรื่อยๆ ถึง รร.. แม่งไม่ส่งถึงที่ด้วย ให้เดินต่อ..  สุดท้ายกูก็ให้ไป 80,000VND แม่งไม่ยอมจะเอาแสนนึงให้ได้ ทีนี้ล่ะ ทุกคนก็พร้อมใจกันรุมมัน เชี่ย!! โกงก็ยังจะโกง แถมมาส่งไม่ถึงที่อีก ไอ่สัด มึงเอาไปแค่นี้ล่ะ เพื่อนข้าพเจ้าก็ด่าตบท้ายไปอีกหนึ่งดอก แล้วทุกคนก็เดินล่าถอยกลับมา shot นั้นแมร่งโคตรเสียวเลย.. เสียวแมร่งเอาปืนยิงตามหลัง สันหลังวาบกันหมด ยังไม่หกโมงเลย ถนนแม่งก็เปลี่ยวเสียวกว่าเดิม…  สุดท้ายก็ผ่านสถานการณ์ตรงนี้มาได้ ทุกคนปลอดภัย ผมพอใจล่ะ.. บางทีมันก็ต้องคิดอย่างงี้ล่ะ คุณอยู่ในกำมือมันแล้ว คุณจะทำอะไรต่อได้ว่ะ.. มันผิดที่กูเรียกมันแต่ต้นแล้วล่ะ… จบทริปครั้งนี้ โดนโกงซะครบเลย นี่ขนาดเรารอบคอบมากแล้วนะ ก็ต้อง up skill ให้มากกว่านี้ เก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์

มาถึงโรงแรมตั้งแต่ไก่โฮ่ เจ้าหน้าที่ยังนอนกันอยู่เลย ไอ่เราก็เข้าไปปลุก คุยกันอย่างงัวเงีย สุดท้ายเค้าก็เปิดห้องให้เราไปพักผ่อนก่อน ขึ้นถึงก็จัดแจงอาบน้ำ นอนพักเก็บแรงนิดหน่อย แล้วก็ลงไปทานอาหารเช้าที่เราไปขอใช้สิทธิ์เป็นวันนี้แทน เพราะพรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้าคงไม่ทันได้กิน เค้าก็โอเค ^^

หลักๆของวันนี้คือ ดู Water Puppet และซื้อของฝาก ต่างคนต่างเดินไปหาของที่หมายตาไว้ตั้งแต่วันแรก ไอ่เราก็ได้ backpack 80 litres มา 1 ใบ  600 บาท และก็เป้เดินทางใบเล็กอีกใบ 150 บาท ราคาถูกได้ใจมาก งานก็อปเวียดนามมันดีสมคำร่ำลือจริงๆ แล้วก็ไปซื้อกาแฟ G7 ให้ที่บ้านและของฝากเล็กๆน้อย..

 

Water Puppet

  

 

จบคืนสุดท้ายด้วยการตระเวณกินอาหารให้ตังค์หมดฮ่าๆ ก็จัดครบทั้งอาหารทะเล (น้ำจิ้มซีฟู๊ดปรุงเอง ผงชูรส+มะนาว+น้ำปลา+พริกสด) เฝอ ซาลาเปา และปิดท้ายด้วย beer hoi แบบจัดหนัก!! แมร่งงงง ผมมีความสุขมากเลยหว่ะ

 

เดินโงนเงน งัวเงีย มึนๆกลับเข้าที่พัก อาบน้ำแล้วก็แพ็คของเตรียมกลับบ้าน

ผมก็ได้ฤกษ์ใช้ backpack ใบใหม่เลย เอาใบเก่ายัดใส่ได้ทั้งใบเลย โอ้ววววววว ใหญ่จริงๆ

 

ตื่นแต่เช้ามืด.. แบกของขึ้นรถกระบะที่เหมากับทาง รร ไว้ แล้วก็มุ่งหน้าสู่สนามบิน

บ๊ายบายยยยย ฮานอย บ๊ายบายยยยย ซาปา

ปล. หลังจากกลับมาไทยได้ 3 วัน.. ก็ได้ข่าวที่ดังไปทั่วโลกว่า ซาปา หิมะตก ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ตอนนั้นผมรู้สึกเสียใจมาก ผมยังไม่เคยเห็นหิมะ ผมอยากจับหิมะ และมันคงดีไม่น้อยถ้าผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ วู้ววว หิมะซาปา ก็ได้แต่นึกเสียใจ และบอกกับตัวเองว่า ฉันต้องหาโอกาสไปสัมผัสหิมะให้ได้!!!


One Response to “9-15 Mar 2011 : Hanoi LaoCai Sapa BacHa (Part 5 – Final)”

  1. Pyuk says:

    ยังดีที่กลับมาได้นะนั่น