Jan 04

ไปนิวซีแลนด์ครั้งนี้ไม่ค่อยได้ถ่าย clip เท่าไร เนื่องด้วยต้องทำเวลาเพราะมีสถานที่ต้องแวะเที่ยวเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก.. 
ส่วนใหญ่ลงไปก็ดื่มด่ำธรรมชาติ เก็บภาพความทรงจำดีๆ แล้วก็ขึ้นรถลุยกันต่อ

ไม่ค่อยได้บรรจงถ่ายวิดีโอเท่าไร clip ที่ลงให้ดูนี้ส่วนใหญ่ก็ได้ถ่ายช่วงวันแรกๆ เพราะมีเวลาเยอะสุดแล้วล่ะ ><

เอาละๆ ไปดูกันดีกว่า ครับ 🙂

 

Haast River เป็นหนึ่งที่ที่ต้องแวะลงไปถ่ายรูป แม่น้ำ Haast ไหลเคียงคู่ไปตลอดเส้นทาง Haast Pass Highway วิวข้างทางจะสวยมาก
วิวแม่น้ำฉากหลังเป็นภูเขา 🙂 แต่โชคไม่ดีมากถึงมากที่สุดฟ้าปิดตลอดทางเลย หมอกเต็ม ไม่เห็นวิวที่เค้าว่าทีเด็ดเลย
แถมพอมาถึง Haast River ฝนก็ตกหนักอีก เลยต้องสบถคำเช่นนั้นออกมา (ขออภัยถ้าทำให้ระคายหู) 
มันน่ามั้ยล่ะ!!! อุตส่าห์มาถึงที่แล้ว แต่ไม่เห็นอะไรเลย นอยๆๆๆๆ T.T

 

ขับจาก Haast River มาไม่นานก็จะถึงจุดสำคัญนั่นคือ The Neck หรือคอคอด เป็นแผ่นดินที่แคบที่สุดที่ขนาบด้วยทะเลสาปใหญ่ 2 แห่ง
นั่นคือ  Lake Hawea and Lake Wanaka ลมแรงมากกกกก แรงขนาดที่ว่าคนปลิวเลยทันที..  
คือกระโดดแล้วตอนลงพื้นมันไม่ลงที่เดิม ว่ากันว่า Camper Van หลายคันผ่านตรงนี้แล้วแทบจะคุมรถไม่อยู่เลยทีเดียว
คือมันพัดจนรถโยก ไอ่เราก็ลงไปถ่ายได้ไม่นานเท่าไร เพราะกลัวปลิว หนาวด้วย บรื๋ยยยยยย ><

 

หิมะ!! ดีใจมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นหิมะจริงๆกับตาตัวเอง.. ได้สัมผัส ได้ปาบ้าบอ.. หิมะจริงๆนี่มันนุ่มมากเลยเนอะ ดีใจๆ
แถมก่อนขับออกไปก็ได้เห็นหิมะตกจริงๆด้วย เป็นเกร็ดมาแปะที่หน้าเลย ^^
แต่ก็ต้องรีบขับออกไปก่อนเพราะกลัวถนนลื่นและไม่คุ้นทางด้วย แต่แค่นี้ก็ดีใจแล้วค้าบบบบบ 

 

แกะน้อยหน้าสลอนระหว่างทาง เป็นที่รู้กันว่า New Zealand เป็นประเทศที่มีประชากรแกะมากกว่าประชากรมนุษย์อยู่มากโข
ดังนั้นไม่ว่าจะขับไปที่ไหนก็จะเห็นแต่แกะยื่นนั่งเล็มหญ้าอยู่ตลอดสองข้างทาง
ตอนนั้นปวดฉี่กันพอดี ก็เลยจอดรถข้างทางแล้วฉี่ให้แกะดู ฮ่าๆๆ พวกเรานี่แหกกฏมันทุกอย่าง 
ตอนแรกพวกมันก็นั่งเล็มหญ้าก็อยู่แหละ แต่พอพวกเราจอดรถมันก็หยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วจ้องมาที่รถ
ทันทีที่เราเปิดประตูรถ แกะส่วนใหญ่ก็จะยืนแล้วจ้องตาไม่กระพริบ
มองตามไปทุกที่ พร้อมทำหน้าฉงนว่ามันจะมาทำอะไรฟร่ะ..  แล้วพวกมรึงจะมาฉี่ให้กรูดูทำมายยยย..
กรูไม่ได้อยากเห็นกาเจี๊ยวมรึงน้าาาา แสรดดดด…  ฉี่เสร็จก็ชักภาพถ่ายรูปให้หนำใจแล้วก็เดินทางต่อออ

 

เป็นอีกความใฝ่ฝันในชีวิตว่าอยากโดดบันจี้จัมพ์.. อย่างน้อยก็ครั้งหนึงในชีวิต.. แต่ไม่อยากโดดในไทยหว่ะ ด้วยความสัจจริง
รู้สึกว่าไม่ค่อยปลอดภัยอ่ะ แต่ตอนนี้เรามาถึงถิ่นต้นกำเนิดบันจี้จั๊มแห่งแรกของโลก เราก็ต้องลองกันหน่อยใช่ม้ายยยยย..
จ่ายเท่าไรไม่อั้น!! (แต่แม่งแพงจริงหว่ะ โดดทีนึงครึ่งหมื่น T.T) อากาศตอนนั้นหนาวก็หนาว
แต่ก็ต้องถอดเสื้อหนาวออกเพื่อความคล่องตัวในการกระโดด หลายคนเห็นวิดีโอแล้วบอกว่าโปรเฟสชั่นแนลมากกก ดูไม่กลัวเลย..
แต่ shot ที่ไปยืนที่ platform นี่ละ ใจวูบเลย.. แขนขาชาหมด เริ่มไม่แน่ใจว่าชาเพราะอากาศหนาวหรือเสียว
โอยย.. ตัวสั่น ตัวโหวงๆ เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆเลย

Three… Two.. One!!  ว๊ากกกกกกกกกกก เชรี่ยยยย มันสรัด!!

อะดรีนาลีนสูบฉีดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นทุกคนก็บอกกับกระผมว่า.. พี่ธีดู alert ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด energetic มากกกกก ฮ่าๆ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยกระโดด ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ ลองโดดดู มันส์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก โก โก โก!!

 

 

คิดว่าคงจบ Series New Zealand ไว้ที่บล็อกนี้ เป็นทริปที่ผมประทับใจมาก เพราะได้ทำอะไรที่อยากทำ ได้เจออะไรที่อยากเจอ ได้ผจญโลกกว้าง ได้ไปนอน dorm ได้ทำอาหารกินเอง ได้ฝืนกฏ ได้เซย์เฮลโหลกับตำรวจต่างแดน ได้ Speed Limit Ticket ได้ใช้ชีวิตในโลกที่ห้อมล้อมไปด้วยภาษาอังกฤษอย่างจริงจังสักที.. โลกที่เคยกลัว แต่สุดท้ายด้วยสัญชาตญาณ ยังไงคุณก็สามารถเอาตัวรอดได้อยู่ดี แม้ว่าคุณไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย.. ทริปนี้ทำให้ผมมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ขอขอบคุณน้องเต้ น้องเบิ้ม.. ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการแบกเป้ท่องโลกครั้งนี้ ตบตีกันมาตั้งแต่ Tibet Bhutan ที่มีปัญหาวุ่นวายมากมายก่ายกอง แต่สุดท้ายเราก็ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ไปเวิ่นเว้อด้วยกัน และมันก็เป็นทริปที่สุดตรีนสุดๆไปเลย ฮัดซ่าาาาาาา!!

 

Miss you, New Zealand.
ผมสัญญาว่าผมจะกลับไปหาคุณอีก.. แน่นอน ^^