May 25

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากเล่าและอยากบอก

  • มันเริ่มต้นจากความคิดที่ว่าอยากบวช อยากเข้าถึงพระธรรม อยากหาทางออกให้กับชีวิตในวังวนนี้ให้ได้เสียที อย่างน้อยบวชจบออกมามองเห็นหนทางได้บ้างก็ยังดี
  • ที่บ้านไม่เคยพูดถึงเรื่องบวช ไม่เคยบอกให้บวช ไม่เคยคะยั้นคะยอ แม้ว่าจะเป็นลูกชายคนเดียวในบ้านก็ตามที คงเพราะสังคมจีนไม่ค่อยซีเรียสเรื่องนี้ และด้วยพื้นฐานการเลี้ยงดู อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็บอก ไม่บังคับ ขอแค่ให้เป็นคนดี อย่าสร้างความเดือดร้อน
  • ช่วงหาข้อมูล ยังไม่มีใครรู้เลยว่าจะบวช จนกระทั่งเคลียร์ชีวิตได้แล้ว ได้วันเวลาที่แน่นอน ลางานได้แล้วจริงๆ จึงค่อยบอก เพราะเรื่องพวกนี้มันเซ้นสิทีฟ อยากให้ทุกอย่างมันลงตัว แล้วจะได้โกออนต่อไปให้เต็มสูบ
  • วันไปสมัครจะนั่งรถเมล์ไปคนเดียวด้วยซ้ำ แต่ที่บ้านอยากไปด้วย ก็เลยไปด้วยกัน แต่ก็โชคดีที่พ่อแม่ไปด้วย เพราะสัมภาษณ์กันจริงจังมาก เบิกตัวพ่อแม่มาสัมภาษณ์พฤติกรรมลูกเป็นว่าเล่น ถ้าถูกเรียกแล้วไม่อยู่คงโดนโขกสับเสียเละ
  • วันสอบขานนาคที่บ้านก็ไปกันด้วย ตอนสอบก็ดันเลือกหน้าห้องคุกเข่าประจัญหน้ากับพระอาจารย์และกองเชียร์ทั้งหลาย สติกระจุยกระเจิงหมด ลืมเป็นช่วงๆ เล่นเอาเกร็งจนปากสั่นตัวสั่น ตอนนั้นกลัว กลัวมาก กลัวไม่ได้บวช แต่ก็ผ่านได้ด้วยดี
  • วันเข้าวัด เลขที่ติดกันคุ้นหน้ามาก สุดท้ายมาพบเจอว่าเป็น staff บ้านรับน้องจุฬาฯปีที่เราเป็นพ่อบ้าน ก็ได้นอนห้องเดียวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆมากมาย
  • วันบวชเจอแก๊งค์แม่บ้านมีหนวดมาชุดใหญ่ ก็พยายามหาว่ามางานใคร จนวันสุดท้ายจึงได้รู้ว่าเป็นรุ่นน้องท่านธันวา อาร์ทไดหนังสือรุ่นของเรานั่นเอง

ภาพถ่ายประกอบหนังสือร

  • คนที่มาบวชก็มีหลากหลาย คนที่เวลาพร้อมทุกอย่างลงตัวอยากมาบวชเอง คนที่ที่บ้านบอกให้มาและเต็มใจมา คนที่ที่บ้านบังคับให้มาและไม่เต็มใจมา เมื่อมาอยู่รวมกลุ่มกันมันก็ย่อมมีความวุ่นวายเป็นธรรมดา คนที่มาบวชดูเหมือนจะมีเจตนารมณ์เพื่อมาศึกษาธรรมเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงมันไม่เหมือนกันหรอก คนที่ใจมันไม่พร้อม มันก็คือไม่พร้อม ไม่รับ ไม่ปรับตัวในทุกสิ่ง เป็นทุกข์ เป็นบาป และพาลจะทำให้คนอื่นๆที่มีความตั้งใจ เสียไปด้วย
  • ถ้าลูกไม่อยากบวช อย่าบังคับให้มาบวชเลย บอกเค้าได้ พูดกับเค้าได้ แต่ขอให้เค้าเดินมาบอกท่านเองเถิดว่าอยากบวช ว่าพร้อมบวช
  • ผมนับถือคนที่สูบบุหรี่มาก่อนหน้านี้ แล้วสามารถหยุดสูบในระหว่างที่บวชได้มากๆ แม้ว่าจะมีสิ่งยั่วยุรอบตัวเยอะเหลือเกิน แต่ก็สามารถอดทนได้ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่นั่นก็สร้างบรรยากาศที่ดีในการศึกษาธรรมและไม่ทำสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น
  • พอได้เริ่มเรียนก็รู้ตัวทันทีว่าสิ่งที่เคยร่ำเรียนมาจนจบธรรมศึกษาชั้นเอกไม่หลงเหลืออะไรในหัวเลย หมดสิ้นทุกสิ่งสรรพ เริ่มนับศูนย์กันใหม่
  • ช่วงประชุมเย็นเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่าได้สาระมากสุด แม้ว่าจะอากาศร้อนและแดดห้าโมงเย็นก็แผดเผาใช่หยอก แต่ช่วงเวลาที่นั่งยาวนานชั่วโมงกว่าๆนั้น หลวงพ่อสมชายได้ให้ข้อคิดดีๆมากมาย หลวงพ่อพูดเก่งมาก มีมุขตลกสอดแทรกตลอด เห็นภายนอกดูดุๆ แต่จริงๆท่านโอบอ้อมอารีและมีเมตตามาก จะมีน่าเบื่อตรงพูดรีเพลย์เรื่องซ้ำๆ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าพูดทุกวัน ทุกรุ่น ใครจะไปจำได้หมดว่าพูดเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง
  • หลวงพ่อสมชายเน้นสอนเรื่องพ่อแม่มาก พ่อแม่เพียงแค่ให้เรากำเนิดมา เราก็ทดแทนบุญคุณท่านไม่หมดแล้ว ต่อให้ต้องแบกหามท่านไว้ ป้อนข้าวท่าน ให้ท่านขับถ่ายรดบนตัวเราตลอดทั้งชีวิต หรือกระทั่งเอาขี้เถ้ายัดปากเราเสียด้วยซ้ำ
  • พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกๆ เป็นพระในบ้านที่เรากราบไหว้ได้ทุกวัน รักท่านให้มากๆ ดูแลท่านให้ดีๆ ในช่วงเวลาที่ท่านยังอยู่กับเรา
  • รู้สึกว่าศึกษาพุทธประวัติตอนเป็นพระให้ความรู้สึกที่ต่างจากตอนเป็นฆราวาส เมื่อได้อ่าน ได้ดู ได้ศึกษา แล้วมันอินได้ง่ายกว่า เพราะตอนนั้นเราก็อยู่ในสถานะเดียวกันกับตัวละครต่างๆในเรื่องราว

IMG_7296

  • รู้สึกดีที่ได้บวชช่วงสงกรานต์ มีพิธีสรงน้ำพระ ให้พระเดินเรียงแถว แล้วญาติโยมก็ตักน้ำรดลงฝ่ามือที่พระยกขึ้นมารองรับ เกิดมาเราก็เพิ่งรู้ว่ามีสรงน้ำกับพระจริงๆด้วย ก่อนหน้านี้เคยแต่สรงน้ำพระพุทธรูป ประทับใจมาก
  • อีกวันหนึ่งที่ประทับใจคือวันลงอุโบสถ ทุกวันพระใหญ่ พระทุกรูปเข้าไปรวมในอุโบสถเพื่อฟังสวดปาฏิโมกข์ ฟังวินัยสงฆ์ทั้ง 227 ข้อเป็นภาษาบาลี ใช้เวลาในการสวดประมาณ 50 นาที ก็นั่งพับเพียบฟังอยู่นิ่งๆในอุโบสถ ฟังก็ไม่รู้เรื่อง แต่มีความรู้สึกโดยส่วนตัวว่า มันเป็นเรื่องที่ดี เราฟังไปเราก็ยิ้มไป ทึ่งในความจำของพระที่นำสวดมาก ท่องไปได้ยังไงคัมภีร์ทั้งเล่ม เป็นบรรยากาศขลังๆที่ประทับใจ
  • ได้นั่งรถไฟไปสวนโมกข์ ได้นั่งรถไฟในฐานะของพระภิกษุ ได้ใช้สิทธิ์ตั๋วราคาพระภิกษุ ได้เข้าห้องน้ำพื้นที่คับแคบด้วยจีวรห่มคลุมจัดเต็ม มันเป็นอะไรที่ลำบากมากมาย แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี
  • เราอยากเห็นพระเป็นแบบไหน ตอนเราเป็นพระก็ทำให้ได้แบบที่เราอยากให้เป็น
  • จะมาบวชก็ตั้งใจให้เต็มที่ อย่าบวชให้เปลืองข้าวสุกญาติโยม มันบาป
  • เรื่องบวชไม่ค่อยได้บอกใครเท่าไหร่ มีบอกญาติๆ มีโพสต์ลงในเฟสบุ๊ค มีส่งไลน์ในกรุ๊ปบอกเพื่อนๆบ้าง เพราะเป็นงานบวชหมู่เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เกรงว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง (ยังติดภาพการบวชเก่าๆอยู่) อีกอย่างก็ติดวันทำงานด้วย ท้ายที่สุดก็มีแต่คนในครอบครัวนี่ล่ะที่มากัน 🙂
  • นั่งลานหินโค้งได้เรียนรู้วิถีแห่งสมณะ รับบาตรจากญาติโยม ได้เห็นความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา บางคนมาตักบาตรทุกวัน มาถวายอาหารถวายน้ำให้ทุกวัน และทุกรูปด้วย มันก็ใช่..ที่โยมต้องมีฐานะระดับหนึ่ง แต่ถ้าขาดศรัทธามันก็คงมาทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ทุกวันหรอก..
  • ช่วงแรกๆนั่งรับบาตรไปก็ไม่ได้คิดอะไรเลยนะ เรื่องที่ว่าทำไมไม่ค่อยมีเพื่อนๆหรือคนรู้จักมาเลย (ครอบครัวมาประจำ วันเว้นวันอยู่แล้ว) แต่ผ่านไปสักพักพอเห็นจากภันเตข้างๆกัน มากันถี่เหลือเกิน มากันแทบจะวันเว้นวัน ไม่ซ้ำหน้า มันก็เลยเกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมา กลายเป็นเกิดภวตัณหาขึ้นในจิต อยากให้เพื่อนๆมาหาบ้าง ก็ได้แต่บอกตัวเองในใจว่า สงสัยเค้าคงไม่ว่าง หรือไม่เค้าก็ไม่รู้ว่าสามารถมาตักบาตรวันไหนได้บ้าง ก็เราไม่ได้บอกรายละเอียดเค้านี่ แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เราคิดได้ว่า ทุกอย่างมันไม่แน่นอน เราต่างหากที่คิดไปเอง เรานี่แหละที่คาดหวังไปเอง มันก็เป็นทุกข์ เราอย่ายึดติดว่าความรักความชอบความสนิทเป็นของตน ว่าเพื่อนคนนั้นคนนี้สนิทกันมากน่าจะไม่ลืมกันน่าจะมา คนนี้บอกว่าจะมาแต่สุดท้ายก็ไม่มา สิ่งเหล่านี้มันไม่มีตัวตน มันเป็นแค่ธาตุทั้งหลาย อย่าไปยึดมั่นถือมั่น..​ เมื่อคิดได้เช่นนั้นมันก็บรรเทาเบาลง และจิตมันก็นิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

IMG_Resize_0035

ขออนุโมทนาบุญแก่ครอบครัว ญาติพี่น้อง และผู้มีส่วนร่วมแห่งบุญนี้ รวมถึงทุกท่านที่ได้พบปะกันเมื่อครั้งอยู่ในสมณเพศ

พี่ต้อม พี่กริช แห่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตักบาตรที่วัดชลฯเป็นประจำอยู่แล้ว ก็เลยได้เจอกัน
นก น้องอ็อบ วิศวะ Gr.G จัดข้าวเหนียวมะม่วงและอาหารมากมาย แถมผ่ามะม่วงมาให้เองอีกต่างหาก ที่ถามว่าเค็มมั้ย มันก็เค็มจริงๆนะ ฮ่าๆ 🙂
พี่เจ น้องหมอเต้ จัดของชุดใหญ่มาให้ น้ำปานะ เครื่องใช้ต่างๆ แป้งเย็นตรางูนี่ล่ะ ที่ช่วยชีวิตพระธีได้มากมายเหลือเกินนนนน
กิศ เพื่อนภาคคอมพ์ มาถวายสังฆทานและถวายปัจจัย
ป็อบ เพื่อนภาคคอมพ์ อันนี้ก็บังเอิญ มาตักบาตรพระรูปอื่น ไม่รู้หรอกว่าเราบวช เราเห็นก็ส่งกระแสจิตไป ก็หันมาเห็นพอดี
น้องเต้ น้องกรุ๊ปและน้องภาคคอมพ์ น้องที่เคยบวชช่วงเข้าพรรษา และเป็นที่ปรึกษาให้เรามาโดยตลอด บังเอิญเราเลื่อนเวลากลับจากสวนโมกข์เร็วขึ้น ก็เลยได้เจอกันวันสุดท้าย น้องเค้าลางานมาเลย
พี่กิม แห่ง Droidsans แวะมาหาแต่ต้องเข้าห้องเรียนพอดี ก็เลยอดสนทนาธรรมกันเลย
เป้ แห่งชมรมสลัม มาตักบาตรช่วงที่เราไปสวนโมกข์พอดีก็เลยไม่ได้เจอกัน แต่ก็ขอบคุณที่ตั้งใจมาหานะ

และที่ขาดไปเสียไม่ได้ครอบครัวของข้าพเจ้าเอง ที่ต้องตื่นมาเตรียมอาหารตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และต้องขับรถฝ่ารถติดมาที่วัดเพื่อให้ทันตักบาตรตอนเช้า รักที่สุดอ่ะ <3

บอกแล้วว่าบ้านนี้หน้า

หากถามว่าผมได้อะไรจากการบวช..
ผมก็คงตอบว่า ผมได้เข้าถึงพระธรรมอีกครา และนั่นก็คือทุกอย่างแล้ว เท่านั้นก็เพียงพอแล้วจริงๆ

สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม  พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก  เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก  เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก  เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก  เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ.  เป็นสิ่งที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ฯ

 

ธีรเดช ณ แสงสว่างที่ปลายทาง