Apr 14

ทริปนี้วางแผนกันข้ามปีเลยทีเดียว คุยกันตั้งแต่ May 2015 ช่วงงาน TDEX ลากยาวมาจนใน Chat Group จนสุดท้ายสรุปได้วันมาช่วง 2-9 Apr 2016 เรือ MV AriQueen กับสมาชิกจากประเทศไทย 12 ชีวิต สู่ท้องทะเลหมู่เกาะมัลดีฟส์

หลังจากได้วันก็หาซื้อตั๋วเครื่องบินกัน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมไฮโซบินตรง Bangkok Airways ราคา 23k กับทีมโลโซของเรา บิน SriLankan Airlines ราคา 14k แวะ Transit ที่ Colombo, SriLanka ไหนๆก็แวะแล้ว ก็เลยจองไฟลท์ห่างๆมีเวลาสัก 14 ชม. แล้วขอ Transit Visa ออกไปเที่ยว Downtown Colombo ดีกว่า

11140746_10153518093513806_6679241340106856398_o

แผนการเที่ยว

  1 Apr 16 - Bangkok -> Colombo -> Male
  2 Apr 16 - Check-in MV AriQueen / Check dive #1
3-7 Apr 16 - 3 Dives a day
  8 Apr 16 - Last dive #17 / Male city tour
  9 Apr 16 - Check-out MV AriQueen / Male -> Colombo / Colombo City tour
 10 Apr 16 - Colombo -> Bangkok

 

Maldives

maldives-on-worldmap  MaldivesPoliticalMap

ภูมิประเทศ พื้นที่ความยาวจากเหนือจรดใต้ 821 กิโลเมตร จากตะวันออกจรดตะวันตก 120 กิโลเมตร แต่เป็นพื้นที่ดินรวมเพียง 300 ตารางกิโลเมตรมีจุดสูงสุดเพียง 2.3 เมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll) รวม 1,190 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว 74 เกาะ ภูมิอากาศเป็นแบบเขตร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 27 – 30 C ตลอดทั้งปีช่วงที่ปราศจากมรสุม ได้แก่ ช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม

 

MV AriQueen

20160409_073330

เรือ Live Aboard ที่มัลดีฟส์ใหญ่โตมโหฬารกว่าที่เมืองไทยเยอะมาก นอกจากเรือจะใหญ่กว่าแล้ว ยังมีเรือลำเล็กอีกลำ ไว้สำหรับพาไปดำน้ำโดยเฉพาะ แยกโซนดำน้ำออกไปอีกลำเลย ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยเรือลำใหญ่เยอะแยะมากมาย ห้องนอนทั้งหมด 12 ห้อง มีห้องน้ำในตัวทั้งหมด พื้นที่ส่วนกลางไว้กินข้าวไว้บรีฟ ขึ้นไปอีกชั้นเป็นโซนตากอากาศโซนบาร์ ชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้าไว้ตากผ้า นอนดูดาว ชมวิว มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากกกก

12891626_10153518684808806_6976213037876582597_o

วัสดุในเรือส่วนใหญ่ทำจากไม้ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาคือปลวก แรกๆก็ไม่ค่อยเห็นตัวหรอกนะ เห็นแค่เศษผงไม้โดนแทะอยู่ตรงวงกบประตู แต่หลังๆนี่บินว่อนให้เห็นเลย แล้วก็มีพวกแมงมุมตัวจิ๋วชักใยห้อยลงมาจากโคมไฟ ก็ไม่ได้กระทบกับการหลับนอนเท่าไร แต่เห็นแล้วรู้สึกรำคาญมากกว่า

พื้นชั้นล่างเดินยวบยาบรู้สึกกลวงมาก ก็แอบคิดว่าถ้าปลวกกินเรือขนาดนี้ สักวันเดินๆอยู่อาจจะทะลุลงไปห้องเครื่องก็เป็นได้

รายละเอียดและภาพเรือดูได้จากเว็ปไซต์จ้า

https://diviac.com/liveaboard/maldives/ari-queen
http://www.ariqueen.com/facilities.html
https://www.facebook.com/ariqueen.maldives

 

ชีวิตบนเรือ

ชีวิต Live Aboard ก็น่าจะเหมือนๆกันหมด

ตื่น -> ดำน้ำ -> กิน -> นอน -> ดำน้ำ -> กิน -> นอน -> ดำน้ำ -> กิน -> นอนนนน

วนเวียนไปตามวัฏจักรอย่างนี้ไป 5 วัน สิ่งที่ต่างเมืองไทยก็คือที่นี่ดำวันละ 3 ไดฟ์ กำหนดการแต่ละวันก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ dive site และการเคลื่อนเรือ

แต่หลักๆจะประมาณนี้20160407_130538

06:00 Wake up
06:30 Brief / Dive #1
08:30 Breakfast
10:30 Brief / Dive #2
12:30 Lunch
14:30 Brief / Dive #3
16:30 Snack / Afternoon tea
19:00 Dinner

12961403_10153522324598806_5110839667616873635_o

เนื่องจากดำแค่วันละ 3 Dive เราจะมีเวลาว่างบนเรือเยอะมาก ส่วนใหญ่จะหมดเวลาไปกับการเขียน dive log และขึ้นไปชมวิวบนดาดฟ้าเรือ วิวมันสวยมากจริงๆนะ ไม่ค่อยได้นอนเท่าไร นั่งรอชมวิวระหว่างทางดีกว่า วิวแนวปะการังตอนเรือแล่นผ่านมันสวยงามแปลกตามากๆเลย

12961306_10153522587863806_2003595420096398891_o

 

ชีวิตดำน้ำ

จุดดำน้ำในมัลดีฟส์จะเป็น Drift Dive ซะส่วนใหญ่ คือลงน้ำแล้วก็ดำปล่อยตัวตามกระแสน้ำไปทางเดียว หรือไม่ก็จะดำแถว ​Corner แล้วปล่อยไหลไปตาม Channel เรื่อยๆ สนุกดี ทั้งทริปมีโอกาสได้ดำน้ำนิ่งๆแค่ประมาณ 2-3 ไดฟ์เอง ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี

One-week-South-Ari-tour-map

ทริปนี้ดำทั้งหมด 17 ไดฟ์  1 check dive / 2 night dive ปกติเรือจะให้ night dive แค่อันเดียวให้เลือกว่าจะดู Manta Ray feeding หรือ Shark Point แต่รอบนี้เค้าใจดีจัดให้ 2 night dive เลย โชคดีมากๆ

12901369_10153520710853806_3344740965795719450_o

  • Manta Ray feeding เค้าจะเปิดไฟท้ายเรือ ให้ plankton มารวมตัวกันเยอะ  พอมี plankton เยอะๆ Manta Ray ก็จะเข้ามากิน มาทำ Summersault กวาดอาหารไปเป็นรอบๆ เราก็ดำลงไปใต้น้ำนั่งดูมันกินอาหารด้วยความเมามันส์ รอบนี้มากัน 6 ตัวเป้งๆ และตัวลูกอีก 1 ตัว ตอนจบไดฟ์มี Stingray ตัวใหญ่ โฉบมาทักทายอีก 2 ตัว
  • Shark Point ดำลงไปที่ใต้ resort ซึ่งเป็นศูนย์รวมของ Nurse Shark ตัวเป้งๆ น่าจะประมาณ 2 เมตรได้ ใหญ่กว่าที่วาดไว้ในหัวเยอะม๊ากกกก เห็นครั้งแรกตกใจเลย แต่หลังๆก็เริ่มชิน มี Stingray ตัวใหญ่ Black-tip Shark แล้วก็พวก Travelly Tuna ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เรือลำเราให้ไปนั่งดูเฉยๆ ไม่ได้ feed เหมือนเรือลำอื่น เพราะถ้า feed มันจะคลั่งมาก ซึ่งแค่นี้ก็ตื่นเต้นมากพอล่ะ โดนหางฉลามตบหัวไปตั้งหลายที

12973432_10153529300243806_5590778085858185834_o

มามัลดีฟส์รอบนี้ก็เลยได้เจอปลาตัวใหญ่ๆเต็มเลย ทั้งแมนต้า ฉลามวาฬ ฉลามครีบขาว/ดำ โลมา เต่า ทูน่า บาราคูด้า หมึกยักษ์ มอเร่ย์ฮันนี่โคม และอื่นๆอีกมากมาย คุ้มค่าทุกนาทีม๊ากกกกก

และนอกจากจะได้เจอปลาตัวใหญ่เขตร้อนอย่างครบถ้วนแล้ว ยังได้เจอสภาวะการดำน้ำทุกรูปแบบอีกด้วย ทั้งน้ำนิ่ง น้ำไหล น้ำยก น้ำดึง น้ำดูด น้ำร้อน น้ำเย็น น้ำแรง น้ำแรงมาก น้ำแรงมากมาก ถือเป็นการฝึกปรือวิทยายุทธใต้น้ำได้ดีจริงๆ

  • น้ำไหล ก็เลยลงพลาดไป pinnacle นึง ต้องตีขาต้านน้ำย้อนกลับไปประมาณ 100 เมตร ตีขาข้ามไปเฉยๆก็คงจะไม่แปลกอะไร แต่นี่พาลงไป 30 เมตร และตีขาข้ามเกาะมุ่งหน้าไปยัง open space อันเวิ้งว้าง โอ้วววว..​ จะตื่นเต้นไปไหน
  • น้ำแรงมากๆๆ ลงปุ๊บ ต้องรีบตีขาให้เร็วที่สุด เพื่อเข้าไปยัง pinnacle ตีขาจน choke อากาศหายไป 40 บาร์ ภายใน 3 นาที เหนื่อยมากกกก  ถึงเกาะแล้วว่ายไปทางไหนก็เจอแต่กระแสน้ำ ซัดแบบว่าต้องคลานต่ำกันเลยทีเดียว ดำน้ำด้วยแขน ฮ่าๆ สุดท้ายไม่ทันได้ดูอะไร อากาศก็หมดกันซะล่ะ จบไดฟ์กันอย่างรวดเร็ว

12970907_10153542909818806_5816318861010788123_o

  • กระโดดลงไปปุ๊บถูกน้ำดึงลงอย่างช้าๆแบบไม่รู้ตัว สักพัก Dive Computer ร้องเตือนกันระงมทั้งทีม เหลือบตาดูอีกทีก็ลงไปที่ 26m เป็นที่เรียบร้อยภายใน 1 นาที ณ เวลานั้น Dive Lead เห็นท่าไม่ดี ก็เลยสั่งให้ทุกคนขึ้นผิวน้ำ ที่น่าตกใจคือมีคู่รักคนจีน panic ทำไรไม่ถูก และอยู่นิ่งๆ พาร่างดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ น่าจะไปถึง 35m+ กันเลยทีเดียว Dive Lead เคาะเรียกกันวุ่นวาย ไอ่เราพยายามตีขา ตียังไงก็ไม่ขึ้น ยิ่งตียิ่งลงลึก จนสุดท้ายต้องเติมลม BCD เพื่อช่วยพยุงขึ้น ซึ่ง effect ที่หนีไม่พ้นคือ ขึ้นเร็วเกินไปจนติด Slow และโดน mandatory safety stop ติด Ceiling ไปกันคนละ 4 นาที ครบถ้วนกระบวนความ ครบทุกหลักสูตร Dive Comp ภายใน Dive เดียว

 

การดำน้ำที่สำคัญที่สุดคือสติ ทุกนาทีที่อยู่ใต้น้ำคือชีวิตของเรา เราต้องครองสติให้อยู่ เรื่อง panic มันเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อ panic แล้ว เราต้องดึงสติเข้าร่างให้เร็วที่สุด

12909645_10153521955463806_4662965545207915096_o

 

Colombo City Tour

ขากลับบินมาลง Colombo มีเวลาต่อเครื่อง 14 ชม. เหมารถมินิแวนพร้อมคนขับ ตั้งแต่ 12:00 – 22:00 ราคา US$80 ก็โอเคนะ วิ่งไปจุดสำคัญๆใน downtown ตามรูปนี้เลยLINE_P20160416_005733693

แล้วก็ไปตากแดดแวะซื้อของ shopping กันทั่วเมือง ตกเย็นก็แวะกินข้าวกันที่ Dutch Hospital แล้วก็เดินทางกลับสนามบิน

หลังจากได้มาเที่ยว Downtown Colombo 1 วันเต็มๆ ทำให้ได้รู้ว่า เมืองแม่มไม่มีอะไรให้เที่ยวเลยยยยย วันเดียว ครั้งเดียวก็เกินพอล่ะ

ถ้าพูดถึงสภาพเมืองก็ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญแล้วนะ ถนนดีเลยหล่ะ ที่สำคัญสายไฟลงดินทั้งเมืองนะจ๊ะ (มัลดีฟส์ก็ลงดินด้วยเหอะ)

 

ค่าใช้จ่าย

เนื่องจากเป็นการเดินทางแบบ Live Aboard ก็เลยจะเหมารวมทุกอย่างไปหมดแล้ว

ที่เหลือก็จะเป็นค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าเที่ยว Colombo คำนวณที่ Rate US$1 = THB35

Screen Shot 2559-04-14 at 1.38.42 am

แพงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะค่าเงินขึ้นดีดขึ้นไปกว่าตอนที่ตัดสินใจประมาณ 5 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์ พูดง่ายๆก็แพงขึ้นกว่าเดิม 7,625.00 บาท แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับทริปนี้ มาเที่ยวมัลดีฟส์ 7 วันเต็มๆ ได้ล่องเรือ ชมวิวเกาะต่างๆ ชมรีสอร์ทนับไม่ถ้วน ได้ขึ้นเกาะไป Dinner ชิลๆ ได้ดำน้ำดูปลามากมาย ได้ไปเที่ยว SriLanka ตั้ง 1 วันเต็มๆ โคตรคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก 🙂

 

ธีรเดช ณ ดินแดนสวรรค์