Nov 05
ยังจำที่เคยพูดใน blog ได้เสมอ ถึงจุดต่ำสุดของชีวิตครั้งนั้น… มันไม่นานมากหรอก
เพียงแต่ครั้งนี้.. มันต่ำซะยิ่งกว่าครั้งนั้น… จนบางครั้งทั้งชีวิตนี้อาจไม่มีอะไรต่ำยิ่งกว่านี้อีกแล้ว…
เราหมดสิ้นแล้ว… หมดทุกอย่าง… คุณค่าที่มีอยู่ในตัวเรา…
 
ตอนนี้.. ณ เวลานี้ เราเหนื่อยมากๆ เหนื่อยกับการที่ต้องต่อสู้ภายในจิตใจ เหนื่อยกับทุกสิ่งรอบข้าง…
เหนื่อยจนอยากจะหลับให้ยาวที่สุด อยู่นิ่งๆ อยู่เงียบๆ คนเดียว ปล่อยให้ใจล่องลอยอยู่ในห้วงว่างนั้น…
แล้วตื่นขึ้นมาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง… โลกที่มีเพียงตัวเรา…. ตัวเรา……. คนเดียว
 
เรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต… เรามองเพียงแค่เปลือกนอกหรือ…
ทำไมตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่เลวร้าย… สิ่งที่อยู่ภายในเปลือกปิดกั้น มันคือแก่นที่แท้จริงใช่มั้ย…
 
ทำไมทุกอย่างมันต้องรุมเร้าเข้ามาตอนนี้ เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว… ถูกขัดขาให้ล้ม แม้เราจะกระโดดก้าวเพื่อทรงตัวอย่างไร ก็ไม่วายที่จะสะดุดขาตัวเองล้มอยู่ดี… ครั้นพอเราคิดจะลุกด้วยความเชื่อมั่นภายในใจของตน… แค่เพียงยกมือชันขึ้น พยุงร่างขึ้นมา… ก็เหมือนมีคนรั้งไว้ เหยียบซ้ำไม่ให้ลุก… แม้ในใจยังเข้มแข็ง… แต่ร่างกายที่บอบช้ำ ก็อาจทำให้ใจเหนื่อยอ่อนได้เหมือนกัน… เหนื่อยจนอยากจะนอนอยู่อย่างนั้น ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามองเห็นเป็นเพียงแค่เถ้าธุลี บนพื้นดิน…
 
หวังเพียงผู้ใดจะช่วยฉุดขึ้นมา… เห็นคุณค่าของฝุ่นผงนั้น…
 
เพิ่งเคยเห็นความอ่อนแอของตัวเอง… ก็ครั้งนี้
ไม่เคยคิดว่าในชีวิตของเราจะเกิดเรื่องไม่ดีขนาดนี้ขึ้นมาได้
ชิวิตเป็นแค่ ละคร บทหนึ่งจริงๆ
 
เราสัญญา.. เราจะกลับมาเป็นคนที่เข้มแข็งเหมือนเดิม…
 
น้ำตาที่เสียไปในครั้งนี้ มันคงช่วยให้เราได้สัมผัสกับคำว่า "ชีวิต" จริงๆสักที
 
ปล. ขอโทษทุกคนในชมรมด้วยที่เราต้องทำยังงี้… มันลำบากใจมากๆเลยจิงๆ… มันเหนื่อยมากๆ… เราคงหยุดงานตรงนั้นสักพัก จนกว่าเราจะจัดการเรื่องให้มันลงตัวก่อน แล้วเราจะกลับไป
 
ปล..นี่เป็นเพียงความรุสึกของคนๆหนึ่ง ณ ขณะใดขณะหนึ่ง… แค่นั้นจิงๆ
 
ขอบคุณ..

7 Responses to “ณ จุดต่ำสุดของชีวิต…”

  1. NuuNeoI wrote: says:

    ก็อปมาจาก blog นะ

    "ก่อนดวงจันทร์จะเกิดมา ก่อนท้องฟ้าจะมืดไป"

    ในอดีต โลกเรามีดวงอาทิตย์อยู่ 2 ดวงคอยให้แสงสว่างอยู่ทั้งสองซีกของโลก ทำให้โลกใบนี้ไม่มีกลางคืน

    ในสองดวงนี้ มีอยู่ดวงหนึ่งแอบหลงรักหญิงสาวบนโลก และได้แอบมองอยู่ทุกวันๆ แต่ด้วยกาลเวลา ทำให้หญิงสาวผู้นั้นชราภาพและเสียชีวิตลง ดวงอาทิตย์ดวงนั้นเสียใจเป็นอย่างมาก และได้แต่จมอยู่กับความทุกข์เรื่อยมาวันแล้ววันเล่า จนสุดท้ายไฟในดวงอาทิตย์ดวงนั้นก็ดับลงในที่สุด และขนาดก็ลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของโลกเท่านั้น

    ด้วยเหตุการณ์นั้น ทำให้คนครึ่งโลกที่ดวงอาทิตย์ดวงนั้นให้ความสว่างอยู่มีความเดือดร้อนยิ่งนักเนื่องจากไม่มีสว่างใดๆให้พวกเขาใช้อีกต่อไป ทำให้คนครึ่งโลกนั้นต้องพบกับความทุกข์อย่างมาก ดวงอาทิตย์ดวงนั้นเห็นดังนั้นจึงรู้สึกตกใจอย่างมากว่าตัวเองทำอะไรลงไปจึงพยายามจะเร่งไฟที่ตัวเองเคยมีออกมาอีกครั้ง แต่ก็พบว่าเค้าไม่มีไฟอีกต่อไปแล้ว เค้าไม่สามารถให้ความสว่างกับคนครึ่งโลกนี้ได้อีกแล้ว ดวงอาทิตย์ดวงนี้จึงขอความช่วยเหลือไปยังดวงอาทิตย์อีกดวงที่ยังคงทำหน้าที่ส่องสว่างอยู่อย่างดี

    "ขอแบ่งความสว่างให้ฉันบ้างได้มั้ย" ดวงอาทิตย์ที่มอดลงกล่าว

    "ด้วยความยินดีที่เจ้าคิดได้ในที่สุด ข้ายินดีแบ่งไฟที่ข้าส่องสว่างให้" ดวงอาทิตย์ที่ยังคงส่องสว่างตอบกลับ

    "ขอบคุณมาก แต่ยังไงก็ตาม ช่วยฉันอย่างหนึ่งได้มั้ย… ในแต่ละเดือนขอให้ท่านไม่ต้องส่องสว่างให้ฉันเดือนละครั้ง เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่คนที่ฉันรักคนนั้น"

    "ได้สิ" ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ยิ้มและก็เริ่มให้แสงสว่างแก่ดาวดวงนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงเกิดเป็นดวงจันทร์ในที่สุด

    นิยายเรื่องนี้บอกให้รู้ว่า อย่ามัวจมกับสิ่งที่เสียไป เพราะยังมีสิ่งที่คุณเหลืออยู่อีกมาก และผู้แต่งจะดีใจมากหากนิยายเรื่องนี้สามารถทำให้ท่านๆผู้ที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจสามารถกลับมาลุกขึ้นได้อีก ก่อนที่จะเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป เหมือนเช่นที่ดวงอาทิตย์ดวงนี้เสียความสว่างไป

  2. Ion wrote: says:

    เออ นะ เราก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าเกิดอะไรขึ้น

    มันไม่สำคัญหรอก ว่ามันดีหรือไม่ดี รับได้หรือรับไม่ได้ มันเป็นของมันอย่างนั้นแหละ

  3. T.u.n.g wrote: says:

    เอาหน่า แปปเดวเรื่องก่จบแล้ว เด๋วมึงมองย้อนกลับมาก้จะเห็นนว่ามันไม่ได้ร้ายแรงเกินความสามารถของแกหรอก

  4. N_am_Fon wrote: says:

    ผ่านมันไปให้ได้ล่ะ
    สู้ๆ น๊า (^o^)

  5. kip_ss wrote: says:

    ถึงชั้นจะไม่ทำให้แกรู้สึกดีขึ้นมาเท่าไหร่ แต่ขอให้แกจำทุกคำที่ชั้นพูดไว้นะว่ามันมาจากใจ..จริงๆ
    –เป็นห่วงแกนะ–

  6. -๐ArmaKung๐- wrote: says:

    บางครั้งก็แอบรู้สึกว่า เรื่องราวในโลกนี้ อันไหนมันจริง บ้างนะ
    บางสิ่งที่เราเห็นอยู่ มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า …
    ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกะ blog เมิงหว่า

  7. Pattara says:

    This too shall pass.

    สู้ ๆ ครับพี่ธี :”)