May 02

เพิ่งเห็นว่า blog เราก็เปิดมาครบ 1 ปีเต็มๆแล้วเนอะ….

 

ก็โชคดีอ่ะ ที่เปิด blog ช่วงนั้นพอดี เพราะว่าตลอดปี 2005 เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตเราสะพัดมากที่สุดเลย มีทั้งจุดที่เรามีความสุขมากที่สุดในชีวิต และมีทุกข์จะเป็นจะตายมากที่สุดในชีวิต

 

"ถ้า diff กราฟชีวิตของเราในช่วงนั้น แล้วให้เท่ากับ 0 ก็คงจะได้คำตอบออกมาหลายค่า ซึ่งก็มีทั้ง + และ – ปะปนกันไป"

 

แต่มันก็ยังดีที่เราสามารถระบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมาที่ blog นี้ บันทึกเอาไว้เป็นอุทธาหรณ์สอนใจ และไม่เพียงแต่เราที่ได้ประโยชน์จากบทเรียนตรงนี้ คนที่เข้ามาอ่าน ก็ยังสามารถเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้… นี่แหละ.. แม้สิ่งที่เราพบเจอจะดูเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ขอให้รู้ไว้ว่าอย่างน้อยสิ่งที่เราคิดว่าแย่ก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้คนอื่นได้…

 

Blog นี้ก็เปรียบเหมือนสมุดบันทึกส่วนตัวของเรา(ขอย้ำว่าส่วนตัวจิงๆ)… มันต่างจาก Diary ก็ตรงที่มัน Public ตอนที่เราเปิด blog นี้ เราก็หยุดเขียน Diary ของเราไปเลยล่ะ… คิดว่าเขียนไปเราก็อ่านคนเดียว (หรือไม่ก็ไม่ได้อ่านเลย หายไปเสียก่อน)… สู้มาเขียน blog แล้วเกิดประโยชน์กับคนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ.. แล้วตอนนี้สังคมของเรามันต้องอยู่ด้วยกัน ต้องช่วยๆกันคิด.. เราเขียนไปเราก็ได้อ่าน comment ดีๆซึ่งก็ช่วยเป็นกำลังใจให้เราได้

 

เราก็จะพยายามเขียนให้ได้มากที่สุดอ่ะนะ ถ้ามีเวลา และมีเรื่องให้เขียน…

 

แม้ว่าจะไม่ใช่ blog ที่เกี่ยวกับวิชาการหรือวิทยาศาสตร์ แต่อย่างน้อยคนที่เข้ามาอ่านก็คงได้เรียนรู้วิชาที่เรียกว่า ‘ชีวิต’

 

1 ปีที่ผ่านมา หวังว่าทุกคนคงได้รู้จักตัวตนของเรามากขึ้นนะ.. อย่าเพิ่งมองเราไม่ดีล่ะ 5555

 

สวัสดีคับ Happy Anniversary…..

PS. เพื่อนๆคับ.. ผมว่า Backup Blog ไว้บ้างก็ดีนะ เด๋วนี้ไว้ใจอะไรไม่ค่อยได้เลย.. นึกจะหายก็หาย..ไม่ทันตั้งตัวเลย..

 


4 Responses to “2 May 2006 : Happy Anniversary…”

  1. Sineenat Napattalun?g says:
    การเขียน blog ก็เหมือนการได้ระบายอะไรบางอย่างออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ก็ตาม 
    การได้แบ่งปันสิ่งต่างๆ กะคนอื่นๆ และยังได้รับรู้ว่าอย่างน้อย ก็ยังมีคนอีกส่วนนึงที่ยังห่วงใยและหวังดีกับเรา
  2. Sariza says:
    อืม แอบอ่านเงียบๆมานานวันนี้มาโพสท์ซะหน่อย เขียนให้อ่านไปนานๆละกัน พี่อชบสาระแนเรื่องชาวบ้านค่ะ
     
    ว่าไป ขอบคุณนะคะ เรื่องดีวีดีรูปชมรม พี่แซวเล่นนะเรื่องหน้าปกอ่ะ ความตั้งใจน้องสำคัญกว่าจ้า ขอบคุณจิงๆ
  3. Je M'Appelle KUL says:
    จุดมุ่งหมายในการเขียนของเเต่ละคนก้เเตกต่างกันไป บางคนมีสาระดี (อย่างเช่นพี่ธี) บางคนก้ไร้สาระสุดๆ (กุลเองค่า!!) แต่กุลว่ามันก้เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อย่างหนึ่ง เเละที่สำคัญก้เป็นสิ่งที่ช่วยบันทึกความทรงจำของเราไว้ด้วย ^_^
    ps…กุลจาพยายามเขียนให้มีสาระขึ้นเหมือนพี่ธีนะค๊า
  4. Roparat Sukapirom says:
    ชีวิตมันต้องเดินต่อไป
    อดีตยังไงมันก็แก้ไขม่ะได้อยู่แล้ว
     
    แกก็ยังดี เขียนอะไรมีสาระ เราเขียนบ่นอย่างเดียว