May 12

ช่วงนี้มี Money Expo ล่ะ ซึ่ง SET ก็ไปออกบูธที่ Zone A รวมถึงบริษัทลูกอย่าง settrade ด้วย อาทิตย์ก่อนเค้ามีให้สมัครเป็นอาสาสมัครล่ะ แต่เราก็ไม่ได้สนใจเท่าไรเพราะตอนนั้นนั่งเขียน code อยู่ วุ่นวายมาก concentrate อยู่ ไม่อยากให้มันหลุด.. หลังจากนั้นก็ลืมไปเลยเรื่องอาสาสมัคร.. แล้วเพิ่งมารู้ตอนหลังจากที่เค้าปิดรับสมัครไปแล้วว่า.. บุ๊ง เน นนท์ โน๊ต ลงชื่อไปหมดเลย และพี่เค้าก็จัดตำแหน่งไว้หมดแล้ว.. ก็ไม่รู้นะ ตอนที่ได้รับเมล์เราก็อ่านคร่าวๆแล้วรู้สึกว่าเราไม่สามารถไปทำตรงนั้นได้หว่ะ.. เพราะตัว product เราก็ยังไม่แม่น แล้วจะให้เราไปแนะนำอ่ะนะ.. กลัวหว่ะ.. เพราะหลังจากอาทิตย์แรกที่ Train มาเราก็ไม่ได้ไปยุ่งกะหน้าจอซื้อขายหุ้นอีกเลย.. เพราะวันๆก็นั่งอยู่หน้าคอม Codingๆๆ ไปจนหมดวัน.. ถ้าจะให้เราไปแนะนำโปรแกรมคร่าวๆอ่ะพอได้ แต่คนส่วนใหญ่ที่เข้าไปในงานก็น่าจะรู้เรื่องหุ้นมาพอสมควร เค้าคงอยากจะรู้อะไรที่มันเชิงลึกหน่อย.. ถ้าอยากจะซื้อขายอย่างงู้นอย่างงี้จะได้มั้ย??.. เราเป็นคนประเภทว่าถ้าไม่ pro หรือไม่มีความรู้ดีพอในเรื่องนั้นๆก็ไม่อยากไปให้ความรู้คนอื่น.. ผลสรุปก็ออกมาว่าเราไม่ได้ไป.. ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า พี่ team lead คงไม่อยากให้ไปมั้ง.. เห็นมีคนพอแล้ว (คือว่า 4 คนที่ไปนั้น..พี่ๆเค้าลากมาลงชื่อล่ะ.. ถ้าพี่ทีมเราเรียกไปเราก็ไปว่ะ.. อย่างน้อยก็ผ่าน approve จากพี่มาแล้ว) แล้วอีกอย่างงานตอนช่วงนี้เยอะมาก.. และเร่งด้วย.. ก็ไม่รุ้ล่ะทำไมเราต้องคิดมากเรื่องนี้ด้วยก็ไม่รุ คงเป็นเพราะเพื่อนๆไปออกบูธกันหมด เราก็เด็กใหม่ด้วยกันก็น่าจะมี energetic หน่อยรึป่าวว่ะ.. ไม่รุ้ว่ะ.. ปล่อยให้ marketing ทำไปแล้วกัน เราไม่เชี่ยวก็ไม่อยากทำ งานออกมาไม่ดีก็โทษตัวเองอีก.. ไว้ให้เรากล้าแกร่งกว่านี้ แล้วจะไปเว่ย..

อีกเรื่องนึงคือวันนี้บริษัทย้ายชั้นกลับมาที่เดิม หลังจากย้ายไปที่อื่นเพื่อทำพรม+partitioning ใหม่.. ก็ย้ายอุปกรณ์คอมพ์กัน.. คือ เรามีปัญหาสายตาอยู่ล่ะ เวลากรอกตามันจะมีเหมือนเส้นเลือดใสๆลอยดูตลอดเวลาอ่ะ ไม่รุว่าคนอื่นเป็นหรือป่าว.. คือถ้าไม่จำเป็นไม่อยากใช้จอ CRT เพราะตาเรา sentitive มาก.. แต่ก่อนที่บ้านใช้ CRT สายตาจะสั้นขึ้น เทอมละ 1 step ซึ่งเยอะมาก.. แต่หลังจากซื้อ notebook มาซึ่งเป็น LCD สายตาก็คงที่มาตลอดเลย.. เราคุยเล่นๆในบริษัทก็เจอพี่ที่มีอาการเดียวกัน และพี่เค้าก็มีปัญหากะจอเหมือนกันจนต้องขอพี่เค้าเอาจอ LCD มาเอง.. ไอ่เราก็อยากเปลี่ยนจอนะ แต่มันก็อยู่ condition ที่โคตรเครียดว่า.. ถ้าเราบอกพี่ teamlead ยังไงเรื่องนี้ก็สำคัญมาก.. เค้าต้องไปหาของคนอื่นมาเปลี่ยน.. นี่แหละคือปัญหา เราก็คาดว่าทุกคนก็คงอยากได้ LCD หน่ะแหละ..  ทุกคนคงเข้าใจอารมณ์นะว่า กรูใช้ LCD อยู่ดีๆ จู่ๆก็มาให้สลับจอกะไอ่เด็กใหม่อ่ะนะ นั่นล่ะ.. มันจะรู้สึกไม่ดีกันปล่าวๆ.. คิดอยู่นานมาก.. เพราะกลัวจริงๆนะว่าถ้าบอกไปจะเป็นยังงี้..  แต่ในที่สุดหลังจากปรึกษาเพื่อนๆหลายคนก็บอกว่าวันนี้เค้าย้ายของกันอยู่ก็บอกพี่เค้าไปเลยก็ได้.. เราก็บอกไปแต่พยายามใช้คำพูดที่มัน win-win ทั้งคู่.. บอกว่าเรามีปัญหาสายตา.. จะขอเอาจอ LCD จากที่บ้านมาต่อเองได้มั้ย? (ปกติห้ามเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวเข้ามาใช้งาน) พี่เค้าก็รีบจัดแจงไปคุยกะ MD ให้เลย ก็บอกว่าจะทำเรื่องจัดซื้อจอใหม่ให้.. ใช้เวลาสักพัก ตอนนี้ก็เอาจอจากที่บ้านมาใช้ก่อนก็ได้.. (อึ้ง!!+ดีใจ ที่ไม่ต้องไประรานชาวบ้าน) แต่แล้วเราก็พลาดหลุดไปประโยคนึงที่ทำให้สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมันเกิดขึ้นมา.. ตอนนี้คงยังเอามาไม่ได้อ่ะคับ มีแต่จอNB ต้องรอซื้อก่อน.. แค่นั้นล่ะ.. ตายๆๆๆ.. พี่ก็หันไปบอกพี่โอ๊ต ให้สลับจอกับเรา!! อ๊ากก!! เรานี่เกรงใจพี่เค้ามากเลย.. เข้าใจความรู้สึกเลยล่ะ.. ก็รีบไปบอกพี่เค้าว่าไม่เป็นไรคับ.. พี่ใช้ไปเหอะ.. เด๋วผมใช้จอนี้ไปก่อนก็ได้.. (หน้าตารู้สึกผิดสุดขีด!!) พี่เค้าก็ค่อยๆถอดปลั๊กแล้วยกมาวางไว้ที่โต๊ะเราแล้วพูดว่า.. "ไม่เป็นไร เอาไปใช้เถอะ.." ได้ยินอย่างงี้ยิ่งรู้สึกผิด.. น้ำเสียงพี่เค้า!! เราไม่อยากคิดแทนความรู้สึกคนอื่นนะว่าเค้าคิดยังไง แต่เราอยากขอบคุณพี่เค้ามากๆเลย.. ขอบคุณคับ.. อย่าเคืองกันนะพี่.. เราต้องทำงานกันอีกนานนนน..