Jun 24

     ข้าพเจ้าขอมาไวไปไว ขอรวบยอดสรุปเลยหล่ะกันครับ.. 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาวุ่นวายมากๆ มันไม่จบเสียที มีเรื่องเข้ามาเยอะแยะปวดหัวไปหมดแล้ว เออ.. กรูรู้ว่าชีวิตมันต้องมีปัญหาเข้ามาให้เราแก้ไม่หยุดหย่อน แต่เพลาๆลงบ้างก็ได้นะ วันๆรู้สึกหัวจะระเบิดยังไงไม่รู้.. เอานิ้วไปจิ้มขมับดูมันบวมๆยังไงไม่รู้.. เหมือนมีเลือดมาคั่งอยู่ กดไปแล้วมันนิ่มๆยุบลงไป พอเอานิ้วออกมันก็บวมต่อ.. หัวกรูจะระเบิดไหมนี่.. ไม่ใช่ว่านั่งๆเขียนโปรแกรมอยู่หัวระเบิดตู้มมม!! เศษขี้เลื่อนกระจายเต็มพาร์ติชัน เลือดกระเซ็นไปทั่วหน้าจอคอมพ์ เศษเนื้อกระเด็นใส่เคส เลือดค่อยๆไหลเป็นทางลงสู่เครื่องคอมพ์ ไหลเข้าเมนบอร์ด พาวเวอร์ซับพลาย ลัดวงจร ไฟไหม้ออฟฟิศเผาร่างไร้วิญญาณที่อุทิศให้แก่ปัญหาต่างๆที่ประดังเข้ามาราวกับห่ากระสุน กลายเป็นเถ้าธุลีในที่สุด..

     เฮ้อ เปลี่ยนใจแระไม่ไปเร็วดีกว่า.. จะได้เห็นภาพกันเยอะๆ ช่วงสามอาทิตย์ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเพิ่งรู้ตัวว่าดูหนังเยอะมาก.. เป็นเวลาอันปล่าวเปลียวใจ ไปดูหนังคนเดียว ไม่อยากพบปะใครๆ แต่ละค่ำคืนหลังเลิกงานอยากนั่งอยู่คนเดียว ไม่อยากคุยกับใคร เพราะไม่มีแรง.. แต่มันก็ไม่ได้เพราะมีปัญหาเข้ามาตลอดเวลา.. ก็ต้องแก้ไป ไม่ค่อยได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากเท่าไร มันเหมือนมีพันธะติดตัวตลอด รอผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อน คิดว่าจะดีขึ้นแต่เมื่อไรนี่ยังไม่รู้แฮะ..

     ย้อนกลับมาเรื่องหนัง (เพิ่งรื้อๆตั๋วหนังเสร็จ) เอ้อ มันก็ไม่เยอะนี่หว่า แต่มันก็เยอะสำหรับเราล่ะ.. ทั้งหมดก็ 5 เรื่อง ไล่มาตั้งแต่ Narnia2, Other Boleyn Girls, Kurosagi, Rak-Sam-Sao และล่าสุดเพิ่งเปลี่ยวไปดู Incredible Hulk มา ห่วยสุดคงเป็น Kurosagi นี่ขนาดได้บัตรฟรีมานะ ยังเสียดายเวลาเลย.. ที่ชอบๆคือ Incredible Hulk และ Other Boleyn สนุกดี drama หนักๆชอบๆ..  มีเรื่องระหว่างรอซื้อตั๋วหนังมาเล่าให้ฟัง มีพ่อลูกคู่หนึ่งต่อแถวอยู่ข้างหลังเรา ลูกอายุประมาณ 12 ปีได้ ประมาณว่าลูกทำผิดอะไรสักอย่าง ที่อาจจะทำให้พ่อเสียหน้า.. คุ้นๆว่าจะเป็นเรื่องจองตั๋วนี่ล่ะ คงเรื่องเสียส่วนลดหรือเสียโอกาสในการดูหนังสักอย่าง แล้วพ่อก็สอนลูก.. สอนแบบว่า "ลูกทำอย่างงี้ไม่ฉลาดเลย.. คนเรามันต่างกันก็ตรงนี้ล่ะ.. ตรงไหวพริบ ลูกต้องมีไหวพริบ ลูกต้องคิดให้ได้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ลูกต่อแถวไปก็น่าจะซื้อไปก่อนไม่ต้องรอพ่อ เงินไม่พอ มือถือก็มีทำไมไม่รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ซื้อไปก่อนใบหนึ่งก็ได้ ถ้าลูกทำอย่างงี้ทีหลังลูกก็มาดูคนเดียวแล้วกัน" แล้วก็เล่นเทปซ้ำไปซ้ำมาตอกย้ำไปอยู่ได้ เฮ้ย นี่ลูกคุณนะ ทำไมพูดรุนแรงขนาดนั้น.. สงสารเด็กมากๆเลย อายุแค่นี้ไม่น่าจะต้องมารับภาระรับผิดชอบอะไรขนาดนั้น.. เราก็หันกลับไปมองหน้าเด็ก.. ก็ยืนนิ่งๆตัวแข็งทื่อ.. นานๆก็ตอบไปที "แล้วจะรู้มั้ยอ่ะ" "ทำไมลูกพูดอย่างงี้"แล้วก็เล่นเทปซ้ำ พร้อมจบด้วยประโยค "ไม่ฉลาดเลย"  เฮ้อ คุณพ่องก็คงฉลาดหน่ะครับ.. ไม่ทราบว่าหุ้นตก หรือว่ามีรอบเดือนหรือครับ..  ฟันธงว่าเด็กคนนี้โตขึ้นไปจะเป็นเด็กเก็บกดและมีปัญหา หรือไม่ถ้าเจอเพื่อนไม่ดีก็จะเสียคนไปเลย..  แต่ดีนะที่เราเจอเพื่อนดี..

     ง่วงนอนแล้วครับ.. ขอเบรกอารมณ์ก่อน.. แล้วบล็อกหน้าจะมาเล่าเรื่องการเดินทางอันแสนเปลี่ยวและยาวนานกันนะครับ..


7 Responses to “June 2008 : รวบยอดรวมมิตร ต้นเมถุน”

  1. Supalak says:
    แวะมาทักทายน้อง  [^_^]
    หวังว่าสบายดีเน้อ …
     
    ป.ล ชอบดูหนังคนเดียวเหมือนกัน
    สนุกดีออก
  2. A wrote: says:

    ดูหนังเยอะจริงๆ…. มาอยู่เมกาได้ดูหนังโรงไปครั้งเดียวเอง แต่เช่า dvd มาดูเต็มไปหมดเลย 555
    อะไรคือการเดินทางอันแสนเปลี่ยวและยาวนานอะ รีบๆมาเล่าเร็วๆนะ

  3. Pachara Supanakoon says:
    Well, what his dad said doesn’t make sense leoy, imo.
    Good luck kub!
  4. benjamas chotematee​pirom says:
    สู้ๆคับเอาใจช่วยด้วยอีกคน พี่ก็จะสู้เหมือนกัน ตอกย้ำตัวเองอยู่ทุกวันช่วงนี้..
  5. -Natdanai- says:
    ขมับคนมันบวมยังงั้นได้จริงเหรอพี่ น่ากลัวมากมาย
    เรื่องตั๋วหนัง ปัญหาสังคมก็งี้แหละ เด็กมันถึงโดดตึกมากขึ้นไง
    แต่ผมว่าพี่เครียดเพราะเอาเรื่องของคนอื่นมาใส่หัวด้วยรึปะอะ
    ปล่อยๆมันไปบ้างก็ดีนะพี่ สนใจแค่เรื่องของเราเรื่องเดียวก็พอ
  6. Sinee Suwanchais​ri says:
    สู้ๆนะแก ไอ่ข้างบนนั่นก็เกินนนนนไป อ่านแล้วหัวจะระเบิดด้วยคน
    ชั้นก็เบื่อๆๆๆๆ อะไรก็ไม่รู้ ชีวิตป่วงเหลือเกิน กลับบ้านแล้วสลบทุกวันเลยว่ะ ที่ทำงานห้ามออนเอ็มอีกต่างหาก กรี๊ดๆๆๆๆ
     
  7. +++Little Bird+++ says:
    แกไม่ยอมบอกให้เราลองจิ้มหัวแกดูว่ามานบวมจริงอ่ะป่าว?(.><.)"
     
    ยังไงก็สู้ๆแล้วกันนะ ปัญหามานมีได้ ก็ต้องแก้ได้ ถ้าแก้ไม่ได้อย่างน้อยก็ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ทำเท่าที่มนุษย์คนนึงจะทำได้ อย่าไปคาดหวังให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ตามที่แกอยากจะให้เป็น
     
    สู้ๆจ๊ะ(.^-^.)