Jul 20

    วันนี้ได้มีโอกาสไปดู Batman : The Dark Knight เป็นรอบที่สอง เพื่อสนองตัณหาตัวเองที่ดูรอบแรกไม่ค่อยรู้เรื่อง เนื่องจากปรับตัวไม่ทันกับ SubTitle อันใหญ่ยักษ์ของ IMAX ที่ครอบครองพื้นที่ในการมองเห็นไปกว่า 40% เพราะดันได้ที่นั่งใกล้จอระดับเดียวกับ subtitle นั่นคือถ้ากรูไม่เงยหน้าขึ้นมองส่วนอื่นของจอ กรูก็คงจะเห็นแค่ตัวหนังสือกับเข็มขัด Batman..

     แต่ที่ตั้งใจจะมาเขียนวันนี้ไม่ใช่จะมาน้อยอกน้อยใจที่ไม่ได้ดูในมุมมองที่ดีที่สุดของ IMAX แต่หลังจากดูหนังโรงธรรมดาที่เมเจอร์ปิ่นเกล้ากลับมาก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ดูแล้วรู้สึกหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา และก็เข้าใจว่า หนังฉบับ IMAX นี่มันสุดยอดจริงๆเลยหว่ะ เปิดประสบการณ์ใหม่ในการดูหนังจริงๆ เมื่อก่อนที่เคยดูพวก Harry และหลายๆเรื่องที่เอาหนังที่ถ่ายจากฟิล์ม 35mm มา Re-master ให้เป็น DMR 70mm รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ขยะมากๆ ภาพก็ไม่ได้ชัดขึ้นมาเท่าไหร่หรอก แค่มันใหญ่ขึ้นและสว่างขึ้นแค่นั้น.. ดูแล้วรู้สึกว่ากรูเสียตังค์มาดูเพื่ออะไรว่ะเนี่ย.. ไม่ได้รับความรู้สึกแปลกใหม่เลย.. เว้นแต่ตัวหนังที่ต้องกวาดสายตา หันไปมาเพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบ และ Subtitle ตัวจ้อยกลางจอที่ต้องเพ่งอ่านตลอดเวลา.. มันยากมากใช่ไหมที่ทำให้ sub ตัวใหญ่และอ่านง่ายขึ้นกว่านี้!?!

     แต่หลังจากให้โอกาส IMAX DMR อีกรอบ กับ Batman ซึ่งติดโฆษณาทั่ว Paragon ว่า "ถ้าคุณไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง IMAX ก็เหมือนคุณไม่ได้ดู" ไอ้หยา.. ขนาดนั้นเชียวหรือ พร้อมกับ Tag โฆษณาข้างๆอีกตัวว่า "ซับไตเติ้ลใหม่ใหญ่กว่าเดิม 5 เท่า" เย้ดดดดด.. ในที่สุดความฝันของกรูก็เป็นความจริง.. และแมร่งกลายเป็นว่ากรูมองเห็นแต่ซับอย่างเดียวเลยไอ่แสดด..ฮ่วย!!

     เข้าเรื่องจริงๆล่ะ.. ช่วงหลังๆหนังเรื่องใหม่ๆที่เป็นระดับ BlockBuster จะเริ่มให้ความสำคัญกับ IMAX มากขึ้นเหมือนกัน เพื่อดึงจุดเด่นต่างๆของ IMAX มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวหนังและเปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับชมให้มากยิ่งขึ้น.. ดังนั้น ฉากสำคัญๆของหนังจะถูกถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ตัวเป็นๆเลย ภาพที่ได้จะคมชัด ใหญ่โตมโหฬาร ยิ่งใหญ่ยังกะหลุดเข้าไปจริงๆ ใน Batman ฉากต้นเรื่องก็ทำเอาทุกคนตกใจเลยทีเดียว เพราะตอน Title ขึ้นมามันยังเป็น anamorphic widescreen อยู่เลย.. แล้วมันก็ตัดเข้ามาฉากเปิดตัว Joker เต็มจอ IMAX คนในโรงโอ้วว้าวกันใหญ่เลย.. 55 ซึ่งฉากส่วนใหญ่ที่เต็มจอจะเป็นพวกฉาก bird eye view ทั้งหลาย ที่โชว์ scenery ของเมือง ก็เลยบอกว่าเหมือนอยู่สถานที่นั้นจริง เพราะมันใหญ่ล้นขอบเขตการมองเห็นเลยล่ะ.. โดยเฉพาะฉากที่ถ่ายจากยอดตึกลงมาข้างล่างทำเอาหลายๆคนขาสั่นใจหายใจคว่ำกันไปเลย (อ่านจาก pantip และตัวข้าพเจ้าก็รู้สึกเช่นกัน) นอกจากฉากวิวแล้วฉากการต่อสู้สำคัญๆในเรื่องก็จะเป็น IMAX ทั้งหมด เช่น ฉากไล่ล่าที่ถนน blabla รวมๆทั้งเรื่องประมาณ 10 shots ได้

     พอวันนี้ไปดูที่โรงธรรมดา มันคนละความรู้สึกกันเลย.. ภาพไม่ชัดเลย ดูมืดๆ และเรื่องนี้ภาพมันก็อยู่ในโทนมึดๆอยู่แล้วด้วย มองไม่ค่อยเห็นรายละเอียดของภาพ ทำให้ลดทอนความสนุกไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว contrast ตัว batman กับฉากไม่ค่อยได้เลย หลายๆฉากดูทึมๆไปหมด.. อาจจะเป็นจากคุณภาพของเครื่องฉายก็ได้.. ที่พูดๆมานี่ไม่ได้ bias นะ ขนาดเรารู้เรื่องหมดแล้ว ไปดูอีกรอบยังรู้สึกแปลกๆเลย.. บางฉากจะเข้าไปเก็บรายละเอียดหน่อยแต่พอมาดูที่นี่ ตึ่ง!! มืดไปเรยย.. ให้ความรู้สึกเหมือนดู Spiderman2 ที่สกาล่า แสงอ่อนมากกก.. เพ่งจนปวดตา..

    พร่ามมาจนถึงบัดนี้แล้ว.. ใครที่ยังไม่ได้ดูก็อยากให้ลองไปดูที่ IMAX ดูหน
่ะ.. หรือใครที่ดูแล้วจะลองเข้าไปเก็บรายละเอียดที่ IMAX ยิ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวด ได้เก็บรายละเอียดทุกรูขุมขนชัวร์ๆ IMAX ภาพมันชัด+สว่าง และ เสียงก็กระหึ่มเก้าอี้สั่นสะเทือน.. แถมตอนนี้ราคาก็ลดลงมาพอสมควรเลย ครึ่งหลัง 250฿ ครึ่งหน้า 200฿ แนะนำสำหรับหนัง DMR ควรดูโซนหลังๆยิ่งไกลยิ่งดี เพราะเราต้องดูเก็บภาพรวม ไม่งั้นต้องหันไปหันมาเมื่อยคอแย่.. ส่วนหนัง 3D ให้ดูกลางๆโรง ประมาณแถว G ถ้าได้กลางจอก็จะยิ่งดี มุมมอง 3D จะได้ไม่เสีย และไม่เห็นขอบจอ..

    ได้ข่าวมาว่าตอนนี้เครื่องฉาย IMAX เสียอยู่.. เสียมาตั้งแต่วันศุกร์ ไม่รู้ว่าซ่อมเสร็จแล้วหรือยัง.. ดูจากรอบฉายแล้ว จะไม่ให้เครื่องเสียได้อย่างไรล่ะ เล่นฉายรอบชนรอบติดๆกันขนาดนี้.. เครื่อง Overheat ชัวร์.. ปกติมันไม่ให้ฉายต่อเนื่องกันด้วยหน่ะ เพราะเครื่องฉาย IMAX มัน Generate ความร้อนเยอะมากๆ ฉายรอบนึงต้องพักนานๆหน่อย.. ถ้าซ่อมเสร็จแล้วลองไปดูกันเน่อ.. 🙂


2 Responses to “20 July 08 : IMAX Experience with The Dark Knight”

  1. A wrote: says:
    เมกาก็มี imax นะ แต่ยังไม่เคยดูเลย 555
  2. Wit Tatiyanupa​nwong says:
    เล่าได้น่าดูจัง
     
    ไม่รู้ที่นี่มีป่าวแฮะ