Aug 03

     แหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเพื่อไปตีแบดถึง Sport City ประชาชื่น ไกลโขจริงๆ ไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้ ออกจากบ้าน 9 โมงกว่าๆๆ มองไปที่ถนนเกิดอาการงงเล็กๆ อ้ายห่าวันเสาร์ทำไมรถติดยังงี้ว่ะ ทำใจสักครู่แล้วก็โบกรถเมล์สาย 66 เพื่อประชาชน อะลองเดอะเวย์ไปเรื่อยๆ ผ่านไปแยกแล้วแยกเล่า ไฟแดงนับสิบ ผ่านเกษตรฯ ผ่านธุรกิจบัณฑิต ในที่สุด ถึงสักที Sport City เพื่อประชาชน (เนื่องจากเป็นสวัสดิการของที่ทำงาน) พลิกนาฬิกามาดู 11 โมง แสรดดด.. จะออกกำลังกายทั้งทีทำไมมันลำบากขนาดนี้  เพิ่งเคยมา Sport Complex เป็นครั้งแรก เอ่อดีว่ะ ครบวงจรดีจังเลย มาที่เดียวเล่นได้ครบทุกอย่าง ไม่ต้องเสียตังค์ด้วย ^^ ก็ตีแบด กะ ฟิตเนส สลับกันไป เหนื่อยก็มีเล้าจ์ให้นั่ง มีสารพัดน้ำบริการให้ ห้องเปลี่ยนชุดก็ดูดี คือไปตัวเปล่าได้เลย ข้างในมีหมด.. ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหัว เช็ดหน้า ในห้องอาบน้ำก็มีแชมพู ครีมนวด สบู่ ติดข้างฝากดได้ตามสบาย โซนเปลี่ยนเสื้อก็มี ดรายเป่าผม แป้ง ค็อตตอนบัด หวี บริการให้ด้วย หวีนี่เค้ามีแยกใช้แล้วกับยังไม่ใช้ด้วย.. 🙂 จะมีพวกคอร์สโยคะก็เข้าได้เลยไม่ต้องสมัครสมาชิก

     ออกกำลังกายถึงบ่าย 2 ก็ไปกินข้าวกลางวันแถวๆนั้น ที่ถนนสามัคคี ข้าวผัดปู อร่อยดี 35บาทราคาสมเหตุสมผล แล้วก็เข้าเมืองไปทัศนานิทรรศการภาพถ่ายของสมเด็จพระเทพฯ ที่ศูนย์แสดงศิลปะและวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ตรงข้าม Siam Discovery ง่ะ.. ภาพน่ารักดูไปเรื่อยๆ มีความสุข เสร็จแล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ แว๊ปไปเห็นบูธโฆษณาของหนังเรื่อง Journey to the center of the earth ฉายในระบบ Digital 3D ไอ่เราก็สงสัยมาตั้งแต่มันโปรโมทหนังเรื่องนี้แล้วล่ะ ว่าเป็น 3D แต่ฉายในโรงธรรรมดา ได้ยินปุ๊บก็คิดลบไปก่อนเลยว่ามันต้องเป็นแว่น 2 สีแดงน้ำเงินแน่เลย..  นึกถึงแล้วเวียนหัวและเข็ดเลยทีเดียว.. อีกอย่างบัตรก็โคตรแพง 240 บาท เราก็เข้าไปอ่านดูข้อมูลเทคนิคต่างๆของการฉายหนังเรื่องนี้ อ่านไปอ่านมาเจอสาวเชียร์ปั่นหัว อยู่ๆตั๋วหนังมันก็มาอยู่ในมือได้ไงไม่รู้ แฮะๆ ความจริงคือได้เห็นตัวแว่นจริงๆ ซึ่งมันเป็นเหมือนแก้วที่ฉาบด้วยสารอะไรสักอย่าง 2 ข้างไม่เหมือนกัน จะว่าไปแล้วมันก็เห็นเป็นแสงสะท้อนเป็นสีแดงและเขียวฟ้าๆ แต่เวลาใส่จริงๆแล้วมันมองไม่เห็นสีพวกนั้นเลย.. ก็เลยอยากลองสัมผัสจริงๆว่าเป็นอย่างไร และหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังคนเล่นเรื่องแรกที่ใช้เทคโนโลยีนี้ด้วย เลยตัดสินใจซื้อตั๋วมาในราคา 220 บาท (เค้าโม้ว่าแว่นราคาแพงมาก มากกว่าเงินเดือนพนักงานเสียอีก แล้วเงินพนักงานมันเท่าไรว่ะ!?!)

     ตึ่ง.. ตึง.. ก่อนเข้าโรงเค้าก็แจกแว่น แล้วก็นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ มาแว้ววววว.. ตัวหนังที่ออกมาก็เป็นมิติดีนะ เค้าบอกว่าเทคโนโลยีนี้สามารถแยกมิติได้ 50 เลเยอร์ ความรู้สึกแรกที่ได้เห็น คือมันเหมือนกับจอ 3D ที่ติดตามห้างอ่ะ แต่พอดูๆไป มันดูดีกว่าเยอะ มีมิติมากกว่า และด้วยความที่มันเป็น Digital ตัวภาพที่เห็นมันก็ชัดมาก จะให้พูดกันจริงๆ ถ้าเครื่องฉายสามารถฉายได้จอใหญ่กว่านี้ เทคโนโลยีนี้เอาชนะ IMAX 3D ได้สบายๆ เพราะ IMAX ยังเป็นฟิล์มอยู่เลย และเป็นการฉายจากฟิล์ม 70mm 2 เครื่อง 2 แกนโพลาไรซ์พร้อมกัน แล้วมาซ้อนภาพบนจอ.. เวลาดูก็ต้องใส่แว่นที่ เลนส์ทั้ง 2 ข้างมีโพลาไรซ์เดียวกับเครื่องฉาย ทำให้แยกภาพซ้ายขวาได้ และทำให้เกิดมิติขึ้นมา.. ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนของทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ คือ แว่น IMAX จะ Sensitive มาก.. คือเอียงคอไม่ได้เลย.. จะทำให้องศาของแกนโพลาไรซ์ผิดไป ภาพที่ได้จะถูกรบกวน เนื่องจากภาพของอีกแกนนึงจะซ้อนเข้ามา เวลาดูจะเกร็งมาก  แต่ D
olby 3D จากที่ลองมาวันนี้จะเอียงมากเอียงน้อย หรือจะนอนตะแคงดูภาพก็ยังเป็นมิติที่ถูกต้องอยู่ ทำให้ปวดหัวน้อยกว่ามาก ดู 3D ได้นานขึ้น ส่วนเรื่องเครื่องฉาย ไม่แน่ใจว่าต้องมี 2 กล้องมาซ้อนภาพกันหรือเปล่า แต่เท่าทีแหงนหน้าขึ้นไปมองตอนหนังเลิก มันมีแค่ลำแสงเดียวหน่ะ.. เดี๋ยวต้องขอไปศึกษาก่อน แล้วจะมาอัพเดตให้อ่านกันนะครับ.. 🙂

     ส่วนเนื้อเรื่องของหนัง ก็ OK นะ เล่นกัน 3D เยอะพอสมควร ใช้คุ้มค่าดี ดูวันนี้เซ็ง เจอผีทั้งครอบครัวเลย ไม่รู้จะยกมาทำไมทั้งโคตร ผีเด็กจอแจ ผีพ่อแม่เล่าหนัง ผีเก้าอี้ ผีมือถือ มีครบเซ็ท เวลาเราเจอสิ่งเร้าพวกนี้ เราจะดูหนังไม่รู้เรื่องเลย.. ให้ตายสิ.. ตั๋วแพงนะเว่ยยยย.. สรุปว่าไปดูได้สนุกดี มีทั้ง 2D และ 3D มีทุนทรัพย์หน่อยก็ดู 3D ไปเลย ไปสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ของหนังเรื่องแรก Journey to the center of the earth ^^

02082008(008) ป้ายโฆษณาข้างนอก

02082008(001)แอบถ่ายในโรง (พร้อมพนักงานเดินประกบติด 55)

 02082008(003) แอบถ่ายในโรงเช่นกัน

ps. ได้ข้อมูลมาเพิ่ม เอามาอัพเดตให้อ่าน
•ผู้ชมภาพยนตร์ในระบบ Dolby 3D digital นี้ จะใส่แว่นตาพิเศษที่เมื่อสวมแว่นตาพิเศษนี้ ตาซ้ายจะไม่เห็นแสง (ภาพ) ของตาขวา และตาขวาก็จะไม่เห็นแสง (ภาพ) ของตาซ้าย ทำให้ตาซ้ายขวาเห็นต่างกันเกิดเป็นภาพ 3 มิติ นอกจากนี้แว่น 3 มิติที่สวมใส่ยังมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ทนทาน ใส่สบายและไม่เจ็บ ทำให้ไม่รบกวนอารมณ์ในการชมภาพยนตร์
•Dolby 3D Digital เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโลกภาพยนตร์ พัฒนาโดยบริษัท Dolby Laboratory ที่ใช้เทคนิคการแบ่งความยาวคลื่นแสงออกเป็นแถบความถี่ และใช้กระจกเคลือบสารพิเศษ 50 Layers เพื่อให้แสงเฉพาะความยาวคลื่นที่กำหนดเท่านั้นที่ผ่านได้ กระจกสำหรับตาซ้ายและตาขวาจะอนุญาตให้แสงที่ความยาวคลื่นแตกต่างกันผ่าน ทำให้ตาขวาและตาซ้ายเห็นภาพแตกต่างกัน และเกิด Effect เห็นเป็น 3 มิติ ที่คมชัดและสมจริงกว่าระบบใดๆ
•การฉายภาพยนตร์ 3 มิติในระบบดิจิตอลเหนือกว่าระบบฟิล์มโดยจะให้คุณภาพของภาพ เสียง และสีที่คมชัดลึกตลอด ด้วยการให้สีที่มากกว่าระบบฟิล์มภาพยนตร์ถึง 8 เท่า รวมทั้งไม่เสียความชัดสว่างของภาพในระหว่างการทำงานที่แลป และไม่เกิดภาพรอยขีดข่วนใดๆตลอดในทุกรอบฉาย ซึ่งแตกต่างจากภาพยนตร์ที่ฉายฟิล์มอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้การชมภาพยนตร์ 3 มิติในระบบ Digital ได้รับความบันเทิงที่สมจริงกว่าในระบบอื่นๆที่เคยมีมา
•เทคโนโลยี การฉายภาพยนตร์ด้วยระบบ Dolby 3D Digital จะได้ภาพ 3 มิติ ความละเอียดสูงถึง 2K (2048 x 1080) x 3 chip   แสดงผลสีได้สูงถึง 45,000,000 สี (15 bit x 3 สี)   คุณภาพดีสม่ำเสมอทุกรอบการฉาย ไม่มีการสูญเสียข้อมูล หรือเทียบเท่า DVD ถึง 32 แผ่น เสียงระบบ 5.1 ที่คมชัด และไม่มีการบีบอัดข้อมูล ไม่มีปัญหาภาพสั่นหรือภาพกระตุก  ทำให้เวลาชมภาพยนตร์แล้วไม่เกิดการล้าของสายตาในทุกตำแหน่งของที่นั่งในโรง ภาพยนตร์


3 Responses to “2 Aug 08 : Dolby 3D Experience”

  1. Sittiphol Phanvilai says:

    อีกหนึ่งข้อดีคือไม่มีฟิล์มไหม้นะฮ้าาาาา

  2. A wrote: says:
    อยากไปลองดูเหมือนกันอะ… แต่มันแพงโคตร….. (ตั๋วหนั่งปกติก็แพงอยู่แล้วนะ…)
  3. kant lee says:
    ไปดูหนังที
     
    ได้ความรู้กลับมาขนาดนี้
     
    โอ้ว…