Oct 27

การล่องแก่งเป็นสิ่งหนึ่งที่อยากทำมานานมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ลองเสียที เพราะเป็นการเที่ยวที่ใช้เงินค่อนข้างเยอะ จนเมื่อเดือนที่แล้วได้ไปล่องแก่งหินเพิง ที่ปราจีนบุรีเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกไม่โดนเลย มันติ่งมากๆ ได้ล่องแค่ 2 กิโล แถมต้องเดินขึ้นไปอีกต่างหาก ก็บอกกับตัวเองว่าเป็นการเริ่มต้นก่อนลุยของจริงละกัน

ล่องแก่งลำน้ำว้า ได้ยินชื่อเสียงของความสุดยอดมากนานแล้ว เป็นการล่องแก่งที่ระดับความยาก 1-5 ถ้าน้ำมากๆก็อาจยากถึงระดับ 6 พยายามจะฟอร์มทีมไปลุยหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที หลักๆเลยก็คือไม่มีตังค์ และป๊อด! จนได้มีโอกาสไปพบปะเพื่อนสวนฯ ก็อยากจะจัดไปเที่ยวด้วยกัน และกิจกรรมที่หลายๆคนอยากทำก็คือการล่องแก่งนี่ล่ะ เราก็เสนอลำน้ำว้าไปเลย ไปทั้งทีก็ไปให้มันสุดๆไปเลย ก็สรุปจบกันที่นี่ แต่กว่าจะลงตัวก็จะล่มแหล่ไม่ล่มแหล่อยู่เหมือนกัน เพราะอุทยานดันมาปิดฟื้นฟูช่วงเดือนกันยา ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเยอะ น่าล่องแก่งมากๆ ต้องขอบคุณป๋ามิคที่คอยจัดการเรื่องเที่ยวทริปนี้มากๆ

สมาชิกของทริปนี้มี 14 คน มี เรา มิค ตุ่ย รภ บิ๊ก ปิ่น หยี ศุภฤกษ์ หมอแชมป์ บุ๊ง(เพื่อนหมอแชมป์) อ๊อด มด โฮก จิ๊ป

เริ่มออกเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 22 ตุลา นัดกันที่ปั้มปตท.ตรงข้ามโรงพยาบาลพญาไท 2 เหมารถตู้ไป เป็นรถแก๊สแบบ 4 แถวอ่ะ ก็ยัดๆไป ประหยัดๆ

ไปถึงตอนเช้าประมาณ 7 โมง นัดกับทัวร์ที่โรงแรมเทวราช (ทริปนี้ใช้บริการของแจงแอนด์เจทัวร์ เพราะที่อื่นเต็มหมดแล้ว T T) ก็ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดพร้อมลุย แล้วจัดของใช้ที่จำเป็น ใส่ Ocean Pack ที่เค้าเตรียมไว้ให้คนละใบ ใส่ได้ไม่เกินคนละ 2 กิโล เราก็สบายๆ เอาชุดนอนไปชุดเดียวก็อยู่แล้ว

 

แล้วก็ไปกินอาหารเช้าของโรงแรม จากนั้นก็ รอ รอ รอ อีกกรุ๊ปนึงซึ่งยังมาไม่ถึง รอไปรอมาถึง 11 โมง กว่าจะได้ออกเดินทาง โกรธมากๆ แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามีปัญหากับรถทัวร์ ขายตั๋วแต่ไม่มีรถเดิน แถมออกตั๋วซ้ำมาอีก กำหนดออก 2 ทุ่มครึ่ง แต่เลทไปถึงเที่ยงคืน!! น่าสงสาร

เดินทางไปจุดเริ่มต้นล่องแก่งที่บ้านสบมาง อ.บ่อเกลือ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ  รถตู้ดันพาไปหลงอีก มึนจริงๆ ไปถึงก็ต้องรีบยัดอาหารกลางวัน กว่าจะได้เริ่มล่องก็ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ต้องล่องแข่งกับเวลาเลย ห้ามหยุดพัก ต้องไปถึงแคมป์ให้ทันพระอาทิตย์ตกดิน ไม่งั้นจะอันตรายมากๆ

   พร้อมลุย!!

แต่ละลำมี นายหัว นายท้าย และพวกเราอีก 5 คน ลำเราก็มี เรา บิ๊ก อ๊อด แล้วก็พี่ผู้หญิงอีก 2 คน พี่ดากับพี่อ๋อ ส่วนนายหัวชื่อพี่แอ๊ด นายท้ายชื่อพล ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี เริ่มต้นซักซ้อมท่าพาย และสัญญาณต่างๆ แล้วก็ลุยเลย!! จ้ำกันไม่หยุดท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมา มันส์มากๆ ตกเรือไปทีหนึ่งที่แก่งผีป่า เจอน้ำซัดแรงมากกระเด็นออกไปเลย ลำน้ำว้าตอนกลางยาว 80 km วันแรกล่องไปประมาณ 40 km กว่าจะไปถึงแคมป์ฟ้ามืดพอดี ขนสัมภาระแล้วก็อาบน้ำ กลุ่มพวกเราก็ลงไปอาบในแม่น้ำเลย อาบเสร็จก็นั่งรออาหารเย็นจากฝีมือพี่ๆนายหัวนายท้าย พวกเราก็นั่งเล่น killer กันแป๊บนึง ก็แยกย้ายกันเข้านอนในเต็นท์ริมแม่น้ำ ^^

 แก่งห้วยเดื่อ

 แก่งผีป่าที่เราตก

ตื่นมาอีกวันหนึ่ง ไม่เคยไปเที่ยวแล้วนอนเต็มอิ่มขนาดนี้มาก่อนเลย นอนตั้ง 8 ชม แหน่ะ พร้อมลุยกับแก่งที่โหดกว่าเดิม ^^ กินไมโลขนมปัง และข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ pack ของเก็บเต็นท์เตรียมตัวเดินทางต่อ ออกเดินทางตอน 9 โมง เจอแก่งแรกก็มันส์เลยทีเดียว จากนั้นก็มีแก่งความโหดระดับ 4-5 ตามมาติดๆ แก่งส่วนใหญ่จะเป็นแก่งลดระดับ เป็นเหมือนหน้าผาอ่ะครับ คือ น้ำจะไหลนิ่งๆ พอถึงแก่งก็จะตกลงมาเลย ความสูงก็ประมาณ 1-2 เมตร คือระหว่างที่ล่องถ้าเห็นว่าน้ำไหลนิ่งๆก็เตรียมตัวไว้เลยว่าจะเจอแก่งลดระดับแบบนี้ มองไปที่แก่งแล้วจะไม่เห็นน้ำแตกฟองเลย เหมือนจมหายไปเลย ซึ่งแก่งพวกนี้ต้องระวังพวกไฮโดรให้ดี มันจะเกิดกระแสน้ำวนในแนวตั้ง ถ้าเราไม่ช่วยกันพาย มันจะดูดเรือเอาไว้ และถ้าเกิดมีคนตกไปบริเวณนั้นมันจะดูดลงไปใต้น้ำ ต้องรีบว่ายหนีออกจากบริเวณนั้นทันที  ดังนั้นพอจะถึงแก่งแต่ละทีก็ต้องรวบรวมสมาธิและพลังใจพอสมควร เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ ฮึด!! เอี๊ยะ!! เอี๊ยะ!! เอี๊ยะ!! เร่งฝีพายพุ่งเข้าไปทันที มันส์สุดๆ

 พักผ่อนที่จุดทางขึ้นน้ำตกภูฟ้า

ล่องไปเรื่อยๆผ่านแก่งขอน แก่งครก จนมาถึงแก่งผารถเมล์ เป็นแก่งที่น้ำลดระดับสูงมาก มองไกลๆเห็นละอองน้ำที่เกิดจากกระแสน้ำกระแทกกับหินกระเซ็นขึ้นมาเต็มไปหมด เรืออีก 3 ลำจอดรอลำเราให้ไปสำรวจเส้นทางก่อน เนื่องจากมีประสบการณ์มากสุด เอาว่ะ ถึงตอนนี้แล้วจะยังไงก็ต้องลุย!! เอี๊ยะ!! เรือพุ่งเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างหิน ผ่านจุดลดระดับ เรือแทบจะพุ่งตั้งฉากลงไปเลย วูบบบ.. ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าน้ำซัดเข้ามาแรงมาก คนที่นั่งกาบซ้ายทั้งหมด(รวมถึงเราด้วย)และนายหัวนายท้าย โดนน้ำซัดตกจากเรือไปแต่ยังดีที่นายหัวกับเรายังใช้ขายึดกับที่นั่งในเรือได้อยู่ ต้องให้เพื่อนๆกาบขวาดึงตัวขึ้นมา ส่วนพี่ผู้หญิงข้างหลังเราและนายท้ายหลุดออกไปจากเรือโดนกระแสน้ำพาลอยคอไปเรื่อยๆ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือหมวกกันน็อคของพี่ผู้หญิงหลุดลอยไปด้วย นายหัวหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด รีบพายเข้าไปช่วยให้เร็วที่สุด เพราะหัวอาจโดนหินกระแทกได้ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก!! ระหว่างที่เราถูกกระแสน้ำกดจมลงไปในน้ำนั้นรู้สึกเหมือนโดนหินกระแทกเข้าที่หัวทีนึง หลังจากที่ทุกคนขึ้นมาบนเรือได้อย่างปลอดภัย ก็ต้องมาสำรวจบาดแผลและปฐมพยาบาลกันชุดใหญ่ เราก็ได้แผลบาดที่นิ้วโป้ง และที่เข่า เลือดสีแดงสดใสมา ก ก็พันผ้าก๊อชไว้กันเสียดสี ส่วนพี่ที่หมวกหลุด หน้าผากโดนกระแทกและถลอกมีเลือดซึมออกมาหลายจุด ก็ปิดแผลไว้ หลังจากนั้นเราก็ได้สอบถามนายหัวและเรือลำอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า.. ตอนที่เราล่องลงไปที่ช่องว่างระหว่างหิน ขณะที่พุ่งลงไป กาบซ้ายเกิดไปกระแทกกับหิน เรือก็เลยเด้งออกมา ประกอบกับที่กาบขวาก็มีน้ำหนุนใต้เรือ ทำให้กาบขวายก แล้วพากาบซ้ายมุดลงไปในไฮโดรที่พร้อมจะดูดลงไปทุกเมื่อ เรือก็ลากไปกระแทกกับหินต่อ เรือลำอื่นๆที่คอยดูเหตุการณ์ก็ตกใจกันใหญ่ พุ่งลงไปแล้วเห็นคนหายไปทั้งแถบ ลอยไปตามน้ำ นึกว่าเรือจะคว่ำไปแล้ว….  แก่งนี้มันส์จริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

 แก่งผารถเมล์

 แผลแห้งแล้ว ดูแผลเล็กๆ แต่เจ็บมากกก

เสียขวัญไปหลายแต่ใจยังสู้อยู่ ก็ลุยกันต่อไป ผ่านแก่งเสือเต้น แก่งโดด แก่งใหม่ แก่งสร้อย ก็มีลำอื่นกระเด็นกระดอน และมีคว่ำไปบ้าง จนมาถึงแก่งสุดท้ายคือ แก่งวังลุน หรือแก่งยาว เป็นแก่งคดเคี้ยวยาวประมาณ 100 เมตร ปลายแก่งหินบีบตัวลงทำให้กระแสน้ำแรงมากขึ้น ความยากระดับ 5 แต่ตอนที่เราไปน้ำเยอะมาก ความยากก็เลยไต่ระดับขึ้นไปที่ระดับ 6 เอาล่ะ เราต้องผ่านไปให้ได้ เอี๊ยยะ!! จ้ำๆๆๆๆ จ้ำสันคลื่นไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา จ้ำๆๆๆ มันส์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากย้อนกลับขึ้นไปซ้ำอีกทันที 55  นั่งข้างหน้านี่มันสนุกอย่างงี้นี่เอง ว่ะฮ่ะๆๆ น้ำซัดเข้าหน้า สุโค่ยยย มันส์มาก.. ตอนล่องแก่งเราใส่ contact lens รายวันไปล่ะ แต่แปลกมากมันดูดตาแน่นมากเลย น้ำซัดเข้าตาแรงๆตั้งหลายครั้ง ตกน้ำตั้งหลายรอบ มันก็ยังไม่หลุด เยี่ยมจริงๆ ถ้าหลุดแล้วล่องแบบมองไม่ชัดคงเซ็งไปทั้งชีวิต 55

หลังจากผ่านแก่งสุดท้ายก็ปล่อยลงน้ำเล่นน้ำลอยคอไปเรื่อยๆ จนถึงจุดสิ้นสุด ก็ขนสัมภาระ แบกเรือขึ้นรถ แล้วก็นั่งรถไต่ขึ้นเขากลับไปที่ออฟฟิศของทัวร์ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก็ไปกินข้าวเย็นชุดใหญ่ อร่อยดี จากนั้นก็นั่งรถตู้ไปซื้อของตุนเสบียง และขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ps. ขอบคุณภาพประกอบจาก www.nantouring.com


2 Responses to “23-25 Oct 09 : ทริปล่องแก่งลำน้ำว้า น่าน (ตอนที่ 1 : ล่องแก่ง)”

  1. Thanet Praneenara​rat says:

    น่ากลัวมาก แต่น่าไปด้วย

  2. Sutiwan k says:

    ธีอ้วนขึ้นปะ เลิกใส่แว่นได้แล้ว ใส่คอนแท็ค ดูดี ออก แหะๆ