Nov 30

เวลาในแต่ละปีผ่านไปเร็วมากๆ ลองนึกถึงเมื่อตอนเรายังเด็กๆดูสิ ส่วนใหญ่จะคิดว่าทำไมเวลามันผ่านไปช้าเหลือเกินนะ เรียนแต่ละคาบ 50 นาที ก็ได้แต่นึกว่าเมื่อไรมันจะหมดคาบ เมื่อไรจะได้พัก 10 นาที เมื่อไรจะได้กินข้าว เล่นบอล และเมื่อไรจะหมดวัน คนหลายคนมักบอกกันว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ หรือว่าตอนเด็กๆเราไม่มีความสุขหว่า.. มันก็ไม่ใช่นะ เราว่าตอนเด็กๆเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดเลย เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีคนดูแลตลอด เป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แต่คงไม่ใช่เราหรอกมั้ง เพราะเราเป็นหัวหน้าห้องตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.3 เลย แม้ว่าย้ายโรงเรียนไปแล้วก็เหอะ สังสัยโหงวเฮ้งมันให้ม้าง 55 นั่นล่ะ หรือว่าเราต้องอยู่กับความหวาดกลัวตลอดเวลา เพราะตอนเรียนชั้นประถม เวลามีอะไรที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นก็จะมาลงที่หัวหน้าห้องตลอดเลย

"ใครไม่ยอมรับว่าทำผิด หัวหน้าห้องโดนตี…"
"หัวหน้าห้องออกมานั่งโต๊ะครู จดชื่อคนคุย ถ้าไม่มีหัวหน้าโดนตี"…
"ให้จัดบอร์ดในห้องถ้าไม่จัดหัวหน้าโดนตี"

ดูดิ.. อะไรๆก็ลงมาที่เราคนเดียว… เราเป็นคนที่ถือเหตุผลเป็นสำคัญอยู่แล้ว พอมาเห็นอะไรที่รู้สึกว่าไม่มีเหตุผล แรงต้านภายในตัวมันจะทำงานทันที… บางทีเราก็ทนไม่ไหว จนกระทั่งตอน ป.4 ต้องให้แม่ไปบอกครูว่าปีนี้ขอไม่เห็นหัวหน้าห้องนะครับ… มันเหนื่อยว่ะ รู้สึกว่าใช้ชีวิตวัยเด็กไม่คุ้มเลย… และมีเหตุการณ์หนึ่งที่เรารู้สึกอายและขายหน้ามากสุด แรงต้านภายในตัวทำงานเต็มที่ แต่เราไม่สามารถแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาต่อหน้าอาจารย์ได้.. เหตุการณ์เกิดขึ้นตอน ป.5 คาบวิชาภาษาอังกฤษ.. มีคนตดในห้อง อาจารย์ได้กลิ่น ก็เลยถามว่าใครตด ซึ่งแน่นอน.. ไม่มีใครยอมรับ.. แล้วยังไงล่ะ.. ก็มาลงที่หัวหน้าห้องอีก!!

"ทุกคนยืนขึ้น!! หัวหน้าเดินดมดูซิว่าใครตด แล้วมาบอกครู"
… นั่นล่ะ… ดูไม่ค่อยมีเหตุผลเลย…

แม้ว่าตอนนั้นยังเป็นเด็กก็เหอะๆ แต่เรารู้สึกว่าข้างในตัวเราเป็นผู้ใหญ่แล้วหว่ะ..
เล่าแต่เรื่องอย่างงี้เดี๋ยวจะหาว่าเป็นหัวหน้าห้องทำไมมันเลวร้ายขนาดนั้น.. จริงๆมันมีหลายมุมหว่ะ หากมองในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่เราได้รับกลับมาแน่ๆคือ ความเป็นผู้นำ มีความรับผิดชอบ กล้าทำกล้ารับ.. ทุกอย่างมันหล่อหลอมขึ้นมาตลอดช่วงเวลา 8 ปี ที่รับหน้าที่ตรงนี้มา (แต่ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว.. ไว้ค่อยเล่าเมื่อเห็นสมควร) อีกสิ่งหนึ่งที่เราโชคดี คือเพื่อนเราดี เพื่อนในห้องเราดีมากๆเลยล่ะ.. ทุกคนเชื่อฟังเรา และไม่ถือโทษโกรธเคืองเราที่เราต้องทำอะไรให้เดือดร้อน ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเว่ย.. ตอนนั้นเหมือนเป็นมาเฟียเลยหว่ะ… คือจะมีเพื่อนๆเป็น Body Guard ให้ ใครทำอะไรไม่ได้ ปกป้องให้ตลอด… เล่นโอฬารเรียกชื่อเราแพ้โดนปาลูกปิงปอง มีเพื่อนขอรับแทนเว่ย.. ชื่ออะตอม.. (จำชื่อได้ทุกคนในห้องนะเว่ย.. กรูไม่เคยลืม..) และมันก็มีอีกหลายเหตุการณ์อีกหลายครั้งอีกหลายหน เราก็ไม่ใช่รู้สึกดีว่ามีคนคอยปกป้องตลอด.. แต่..เรามองที่ว่ามันเป็นน้ำใจ และความรักของเพื่อนที่มีให้ต่อเพื่อนหว่ะ.. คิดถึงทุกคนหว่ะ.. ไม่รู้จะติดต่อยังไง ตั้ง 10 ปีแระ…

ps.ตอนแรกกะจะเขียนเรื่องเวลา.. ไหงกลายมาเป็นเรื่องหัวหน้าห้องในวัยเด็กได้ล่ะ.. ไว้จะมาเล่าให้ฟังใหม่ละกัน ชีวิตในวัยเด็กมันผ่านอะไรมาเยอะจริงๆหว่ะ..

Nov 29

ในที่สุด.. เราก็ได้โล่รางวัลเป็นอันที่สาม นับตั้งแต่ได้เข้ามาศึกษาในรั้วจามจุรีแห่งนี้ ใช่คับ.. นั่นคือ รางวัล Samart Innovation Award 2007 โดยเราได้รางวัล Silver Award มาล่ะ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในหมวดเรา (พูดให้ดูดีให้ได้ 55) เราส่งแข่งขันในหมวด Internet Utility นั่นก็คือโปรแกรม Smart Download ซึ่งก็เป็น Download Manager ธรรมด๊าธรรมดา โดยเราก็เพิ่ม Feature ในส่วนของ Smart Portal เข้าไปเพื่อ Provide Content ต่างๆให้ผู้ใช้เลือกโหลด Content ที่ต้องการได้ หลังจากที่รอบแรกโดน Comment ว่าโปรแกรมมันยังขายไม่ได้  ตอน present รอบสุดท้ายก็เลยเพิ่ม Business Plan ส่วนนี้เข้าไปเพื่อให้ดูมีน้ำหนักขึ้นหน่อย ซึ่งการแข่งขันอย่างงี้เค้าก็เน้นเรื่องการตลาดอยู่แล้วอ่ะ เราคิดว่าสาเหตุที่โปรแกรมธรรมดาๆของเราได้ถึง Silver Award  ก็เป็นเพราะเรื่องการตลาดนี่แหละ เพราะแอบได้ยินว่าทีมอื่นๆ ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องการตลาดเลย เอาแต่ present เรื่อง feature ต่างๆในโปรแกรม ซึ่งคะแนนหลักๆก็อยู่ที่การตลาดนี่แหละ เพราะในโลกของความจริงแล้วโปรแกรมเราสร้างออกมาก็ต้องสร้างมาให้ขายได้ ไม่อย่างนั้นก็เจ๊ง!! ดังนั้นเรื่องการตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เรารู้สึกโชคดีนะว่ามีประสบการณ์การแข่งขันมาก่อนก็เลยพอรู้แนวทางการทำโปรแกรมอยู่บ้าง ก็ต้องขอขอบคุณพี่เนย อีกรอบนะครับ.. ไม่งั้นคงไม่มีผมในวันนี้ (หูยยยย) พี่ช่วยผมไว้หลายอย่างเลยล่ะ.. และที่สำคัญคือโครงการ DTAC&Nokia iAwards 2005 ที่ช่วยแจ้งเกิดให้กับทีม iKon ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้คิดว่าจะได้เจอในชีวิตมหา’ลัย ได้ร่วมทำงานกับ DTAC พัฒนาโปรแกรมซึ่งส่วนนี้สำคัญมากครับ แม้ว่ามันจะดูดพลังชีวิตผมไปมหาศาลเหลือเกิน… แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าครับ .. ยกตัวอย่างโง่ๆเลยละกัน ถ้าผมไม่ได้ที่ 1 ผมคงจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินหรอกคับ.. ปลื้มนะนี่..

หลังจากที่ได้รับรางวัลเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็รีบบึ่งกลับมามหา’ลัยต่อเลย ก็ได้รับความกรุณาจาก อ.ทวิตีย์ (อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ Samart และ Senior Project คับ) ให้กระผมติดรถไปด้วย.. กลับมาทำไมเหรอ.. พอดี SIEMENS เค้าเรียกมาสัมภาษณ์ล่ะ มันเป็นโครงการ Training SAP อ่ะ Full-time Training ทั้งหมด 6 เดือนเกี่ยวกับ SAP สัมภาษณ์กับฝรั่งง่ะ มี 3 ท่าน เราได้คน spain อ่ะ พูดแปลกๆนิดหน่อย แต่ก็ฟังไม่ยากมาก.. สัมภาษณ์แบบเป็นกันเองมากเลย.. คุยกันแบบตัวต่อตัวเลย.. ทำบรรยากาศก็ลดความกังวลไปได้เยอะเลยอ่ะ.. หลังสัมภาษณ์เสร็จก็แอบ(อีกแล้ว)มั่นใจว่าจะได้ยังไงไม่รู้..เหอะๆแล้วจะเอาอย่างไรละนี่เรา..รออย่างเดียว..เพราะเค้าบอกว่าระหว่าง train จะมีเงินเดือนให้แค่ 15000 เองอ่ะ.. ซึ่ง below average of Comp Engineer มากมาย.. สงสัยคงต้องเจรจาต้าอ่วยง่ะ.. วันนี้ก็จบไปมีแต่เรื่องดีๆ..

ps. สงสัยอาทิตย์หน้าคงต้องไปแม่ฮ่องสอนแล้วล่ะ.. พี่แป๋ม พี่กิ๊ป จิกเหลือเกิน.. อยากไปแหละนะ แต่ไม่มีตังค์หว่ะ  เด๋วคงต้องรีบจัดการเรื่องงานให้เสร็จให้หมด จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ
ps2. จบไปอีก 1 โปรเจค ตอนนี้ก็เหลือ Senior Project กะ NSC แล้วล่ะ สู้ๆๆๆ

Nov 28

วันนี้ตื่นแต่เช้ารีบออกไปรับคะแนนสอบ TOEIC ที่ทำไปเมื่อวาน พูดจริงๆเลยนะ รู้สึกมั่นใจในระดับหนึ่งว่าจะต้องได้คะแนนเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะ Reading น่าจะได้เพิ่มอีกเยอะ…
ไอ่เราก็ไม่ได้กังวลอะไรมากมายนะ แต่ทำไมถึงนั่งรถเลยป้ายล่ะ ตอนแรกว่าจะนั่งมอไซค์ไปแต่ดันลงคนละฝั่งก็เลยเดินไปก็ได้ฟร่ะ เสียเวลาเดินอีก 10 นาทีเหนื่อยสุดๆ เพราะแบก Notebook ไปด้วย อากาศก็ไม่รู้ทำไมมันร้อนอย่างงี้ นี่มันหน้าหนาวไม่ใช่เหรอ  สุดท้ายไปถึงได้ซองมาก็ค่อยๆเปิดออก ก่อนถึงจุด Climax ขอท้าวความก่อน คือว่าครั้งก่อนเราได้ 645 คะแนน
Listening : 360
Reading  : 285

ครั้งนี้เราก็ค่อยๆเลื่อนมาทีละนิดแบบเปิดป้ายเงินล้าน!! (ไม่ค่อยตื่นเต้นเล้ยย!!)
เปิดออกมาสองตัวหลัง เฮ้ย!! ทำไมมันได้เท่ากับครั้งก่อนเลยฟร่ะ.. เริ่มใจไม่ดี.. สุดท้ายก็ตัดใจ ดึงพรวดออกมา.. โธ่ กรรมเวรที่ได้ก่อเอาไว้.. ผลปรากฏว่าได้ 745 ล่ะ เพิ่มมาอีก 100 คะแนนเป๊ะๆ  คงเดาได้นะว่าเพิ่มอะไร ถูกต้อง!!
Listening : 360
Reading  : 385

ขำมากมาย.. ครั้งก่อนทำ listening ไม่ได้เลย มั่วไปเกือบทั้งหมด แถมแอบ Recognize Motion ของมือคนข้างหน้าอีก (อ่านจบ Choice ไหนถ้ามีการขยับก็เอาข้อนั้นแหละว่ะ) พอมาครั้งนี้ทำได้เว่ย เตรียมตัวมาก่อนตั้งหลายวัน สุดท้ายก็ได้เท่าเดิม กร๊ากกๆๆๆๆ

โชคดีนะเนี่ย ที่ Grammar มันง่าย ไม่อย่างงั้น คะแนนครั้งนี้คงเละเป็นโจ๊กเลย

ps. สอบเสร็จยังรู้สึกไม่พอใจคะแนนตัวเอง เพราะรู้สึกว่ายังเข้า Exxon ไม่ได้ ก็เลยเข้าไปขอจองสอบโควต้า Exxon อีกครั้ง.. ปรากฏว่าเต็มค่ะน้อง!! เหลือแต่ตอนเช้า ไอ่เราก็ติดเรียนไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรดี ก็สมัครไปก่อน… เดินออกไปสักพัก ก็เดินกลับเข้ามา Cancel เพราะคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้วหว่ะ หลังจากเดินๆดู Job fair กะได้คุยกะพี่ๆบริษัทต่างๆ ก็คิดได้ว่า ทำไมกรูต้องอยากเข้า Exxon ขนาดนั้นฟร่ะ.. นั่นสิ..ทำไม!!

Nov 27

และแล้ววันนี้ก็ได้ฤกษ์ไปสอบ TOEIC ครั้งที่ 2 เสียที หลังจากโทรไปเลื่อนวันสอบจากวันที่ 25 เนื่องจากเตรียมตัวไม่ทัน หึๆ ครั้งนี้เราก็ไปสอบในนามของ SCG อีกแล้วล่ะ คือว่าได้ไป Career Camp แล้วเค้าให้ลงชื่อสอบ TOEIC สำหรับคนที่ยังไม่ได้สอบ กะคนที่สอบแล้วแต่ไม่พอใจคะแนนของตัวเอง.. ซึ่งครั้งที่แล้วเราได้ 645 คะแนนอ่ะ listening 360 reading 285 เป้าหมายครั้งนี้คือให้ได้มากกว่าครั้งที่แล้วให้มากที่สุด ได้ถึง 800 ก็ยิ่งดี…
การเตรียมตัวในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีเวลามากกว่าครั้งที่แล้วเยอะเหมือนกัน  ครั้งที่แล้วสอบเสร็จวันที่ 29 วันรุ่งขึ้นก็ไปสอบเลย ไม่ได้เตรียมตัวเลยอ่ะ นอนไม่พอด้วย ตอนทำข้อสอบก็เลยเบลอๆ ปวดหัว ทำไม่ค่อยได้  แต่ผลออกมาก็พอใจอย่างแรงง่ะ..  พอมาครั้งนี้ประเด็นที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือเรื่องการนอน นอนให้มากที่สุดเป็นดี ไม่งั้นตอน listening จะหลุดเอาง่ายๆ  
อ่านหนังสืออยู่ 2 เล่มอ่ะ.. ของไทยเล่มนึง (TGRE) กะ Barron’s ก็ถูไถไปเรื่อยๆ ตอนฝึกทำโจทย์ก็รู้สึกว่า listening เราดีขึ้นมากมาย reading ก็ OK ขึ้นอ่ะ เราก็คาดหวังกับการสอบครั้งนี้มากอยู่เหมือนกัน… ก่อนนอนก็ dope Brand ไปหนึ่งขวด  ตื่นมาก่อนออกจากบ้านก็ dope ไปอีกหนึ่งขวด รู้สึกว่าไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่เลย

ทีนี้ล่ะตอนสอบจริง… ให้ตายสิ… ฟังไม่ทันอีกแล้ว หลุดอีกแล้ว.. รู้สึกว่า listening มันยากกว่าครั้งที่แล้วอ่ะ.. ประโยคก็ย้าวยาว แถมมีหลอกอีกอ่ะ.. หือๆ
ส่วน reading แรกๆทำไม่ทันอ่ะ สมาธิกระเจิงจาก listening หลังๆเริ่มตั้งสติได้ แรงมาจากไหนไม่รู้อ่านครั้งเดียวก็เข้าใจตอบได้เลย เหลืออีก 15 นาทีก็กลับมาทำ Grammar โชคดีที่ครั้งนี้มันง่ายก็เลยตอบไปได้อย่างรวดเร็ว… ฝนๆอีกนิดหน่อยก็หมดเวลาพอดี…

รอลุ้นละครับตอนนี้ ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร…

ps. เหลือ exxon อีกใบไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือเปล่า…

Nov 23

สองสามวันที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตที่น่าเบื่อดังเดิม คือเดินๆๆงาน Job fair ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้อง serious อะไรขนาดนั้น แต่ที่คิดอย่างเดียวคือว่า เด๋วไม่ได้งาน.. พอเพื่อนๆได้งานไปก่อนแล้วมันจะรู้สึกประมาณว่าเรามันไม่ดียังไงหว่ะ ทำไมบริษัทเค้าไม่ยอมรับเข้าไปทำงาน ก็เลยพยายามเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆอ่ะ คือว่ากว่าเราจะจบก็อีกประมาณ 3 เดือน แล้วในช่วงนี้ก็จะมีงาน job fair มากมายเหลือเกิน ทำให้เราต้องไปเดินๆดูไว้ก่อนอ่ะ… ยิ่งดูก็เครียดอ่ะ ทำไมมันมีแต่งาน SA, SE ทั้งนั้นเลยอ่ะ Consult ด้วยอ่ะ ไอ่เราก็ไม่รู้นะว่าชอบหรือเปล่า แต่ว่างานมันก็มีอยู่แค่นี้อ่ะ… อีกอย่าง programmer เราก็รู้สึกเบื่อการ code แล้วอ่ะ และที่สำคัญในประเทศไทย สายงานคอมพ์มันก็มีอยู่แค่นี้อ่ะ.. ไม่ Programmer ก็ Analyst, Consult เอ้อ แล้วเราจะทำอะไรหว่า… จากที่เดินๆดูก็ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนความชอบไปเป็น SA ประมาณนึงล่ะ
ทำไงดียังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร นึกแล้วว่าต้องมีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้น… ไม่รู้ว่าจะใส่ตำแหน่งที่ต้องการอะไรดี.. ส่วนใหญ่ก็จะเว้นว่างไว้.. และก็พอรู้มาว่าไอ่พวก SA Consult มันก็ต้องไต่เต้ามาจาก Programmer กระจ๊อกๆ ยังไงก็เกิดเค้าไม่รับจิงๆ กรูก็กลับไป coding เหมือนเดิมก็ได้ว่ะ.. จริงๆนะ ช่วงแรกๆเราอาจจะเลือกได้ หวังสูงๆไปหน่อย แต่สุดท้ายถ้าเค้าไม่รับยังไงก็ต้องปรับ target ให้มันต่ำๆอยู่แล้วง่ะ…

สรุปว่า 3 วันนี้ยื่นไปประมาณ 10 กว่าบริษัท ก็ต้องคอยดูกันว่าจะเรียกเราไปสัมภาษณ์สักกี่บริษัท ทีนี้ล่ะจะได้ประเมินตัวเองสักทีว่า กิจกรรมที่ทำมาตลอด 4 ปีจะช่วยให้เราได้งานง่าย เหมือนกับที่หลายๆคนบอกมาตลอดหรือไม่… ระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์นี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือ.. การพัฒนาภาษาอังกฤษของเราให้ดี สื่อสารได้เข้าใจ เพราะ.. เค้าสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย.. สู้ๆนะ..

PS.เดินๆเสร็จก็แวะไปหอกลาง ไปอ่าน TOEIC ต่อ.. แต่ก็หลับเหมือนเดิม…
PS2. อ่านเสร็จแวะไปกินข้าวที่ นิเทศ ก็เห็นว่าครุอาร์ทมีจัดงานอยู่.. มี Concert ของ Paradox อยู่ด้วย ก็เลยแวะไปดู ได้แต่โยกๆไปตามจังหวะเพลง เพราะพันธะนาการเยอะเหลือเกิน ก็ดูจนจบมันส์ดีแฮะ… รุ้สึกเก็บกดไม่ได้เต้นมานาน.. ชอบเพลงอัลบั้มใหม่อ่ะ โดยเฉพาะ ค้ำผงาดโลก.. 555