May 12

เนื่องด้วยโดนพี่กิ๊ปซี่ Tag ก็เลยต้องมาเขียน จิงๆแล้วเราโดน Blog Tag มาหลายคนแล้วล่ะ แต่ไม่มีโอกาสได้เขียนสักทีเนื่องจากหลากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือ.. BlogTag มันคืออะไร เค้าเล่นอะไรกัน แล้วฉ้านนต้องทำอะไร.. ขี้เกียจเล่นจัง ไว้ก่อนแล้วกัน.. แล้วก็ไม่รุนะว่าใครมา Tag เราบ้าง..  แต่วันนี้ป๋มจะสาธยายความเปิ่น ความบ้า ที่คิดว่าคนอื่นไม่รุให้ฟังน้าาา

เรื่องที่ 1
มันก็คือเรื่อง Tag นี่แหละ เราโดนเพื่อนที่ สอวน tag มาตอนที่เขียนที่ thee98.exteen.com ล่ะ แล้วมา comment บอกว่า "คุณโดน BlockTag แล้ว" เราเข้ามาดูงงเลย.. เพราะที่ exteen มันจะมีให้เขียน tag อยู่แล้ว.. แล้วเพื่อนเราดันใช้คำว่า Block ด้วยนะ ตกใจเลย.. ตามหาพลิกแผ่นดินว่าเราไปทำอะไรผิดกฎของ exteen รึเปล่า ทำไมเค้าถึงมา block เรา แต่เอ๊ะ..เราก็ยัง post ได้ tag ได้ตามปกตินิ แล้วมันคืออะไร? ตามหามาเป็นชั่วโมง.. ก็รู้ว่า.. มันคือ BlogTag นี่เอง.. หึ่ยยยย.. เกือบ mail ไปถาม webmaster แล้วนะนี่.. โชคดี ไม่งั้นหน้าแตกกระจายย

เรื่องที่ 2
ตอนเด็กๆน่าจะประมาณ ป.2 ไปเดินห้างกะพ่อ เห็นแผ่นตัวอักษรลอกลาย ที่ต้องใช้ฝนๆลอกลายอ่ะ เห็นแล้วอยากได้มากๆ แต่แผ่นนึงตั้ง 42 บาทแนะ.. (จำได้แม่น) ขอพ่อก็กลัวว่าจะไม่ให้ซื้อ (ตอนนั้นเป็นความอยากส่วนตัว) ก็เลยหยิบติดไม้ติดมือกลับบ้าน.. พ่อรู้นี่เทศน์ยกใหญ่เลย.. ตอนนี้ยังเก็บไว้อยู่เลยล่ะ 🙂

เรื่องที่ 3
เลือดนักวิทยาศาสตร์พลุ่งพล่านเต็มตัว ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมเวลาเรามองดวงอาทิตย์ ตาเราต้องปิดด้วยอ่ะ.. ตอนนั้นเป็นบ้าอะไรไม่รู้.. ตั้งสัตย์ปฏิญาณกะตัวเองว่า.. จะต้องมองเห็นดวงอาทิตย์ให้ได้.. ก็เลยเอานิ้วมือทั้งสองข้างแหกตาไว้.. แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันจ้า.. ให้ตายเถอะ.. และเราก็ทำสำเร็จ.. พอตอนโตเพิ่งได้มาเรียนว่า ห้ามมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า อาจทำให้ตาบอดได้!! ถือว่าเราโชคดีมากเลยล่ะ.. ใช่มั้ย.. และผลจากการทำอะไรบ้าบิ่นเยี่ยงนี้.. แม้ว่าตาเราจะไม่บอด แต่.. ตาเราก็มีปัญหาล่ะ เพราะเราจะมองเห็นเหมือนเส้นเลือดใสๆและมีจุดใสๆวิ่งไปมาในดวงตาทั้งสองข้างตลอดเวลา ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเซลล์ที่ตายไปเมื่อตอนที่จ้องดวงอาทิตย์.. และปัญหาอื่นๆอีกมากมาย.. ขอเตือนเพื่อนๆน้องๆหนูๆทั้งหลาย อย่าเลียนแบบพฤติกรรมเช่นนี้นะคับ.. จะหาว่าไม่เตือน..

เรื่องที่ 4
ยังไม่หมด.. ดวงตามันน่าพิศมัยเหลือเกิน.. ที่นี้ก็อยากรู้ว่า.. ทำไมพอเอานิ้วชี้ที่ตา แล้วค่อยเลื่อนเข้ามา ทำไมต้องหลับตา!! จะไปกลัวอะไรฟร่ะ!! นั่นล่ะ.. ทีนี้ก็เลยเอามือข้างนึงแหกตาไว้.. แล้วเอานิ้วจิ้มเข้าไปแตะลูกกะตา.. เย่ๆ.. ยังไม่พอ.. แตะนิ้วเดียวไม่สะใจ.. ทีนี้.. นิ้วชี้กะนิ้วโป้งเลยหยิบลูกกะตาเลยคับ..เหอะๆ.. ตอนเด็กๆโคตรบ้าเลย.. ก็รู้ล่ะว่ามันเป็น Auto Reflex ของร่างกาย แต่ก็นะ คนมันอยากรู้นี่หว่า.. 

ชีวิตตอนเด็กๆส่วนใหญ่เราจะใช้ชีวิตอยู่กับการเอาชนะความกลัวทั้งนั้นเลย.. ไม่ว่าจะกระโดดข้ามลำธาร กระโดดข้ามม้านั่งหินไปอีกฝั่ง.. ถ้ามองจิงๆแล้วสมองจะบอกว่า กระโดดไม่ถึงหรอก.. และเราก็กลัวเจ็บนะเพราะมันหินทั้งนั้น.. แต่ไม่เอาจะลองหว่ะ.. ถ้าข้ามได้ก็ดีไป แต่ไม่ได้นี่สิ ได้เลือดชัวร์.. สรุปว่า ได้เลือดเลย.. แต่เราก็ลองจนข้ามได้ล่ะ.. ภูมิใจๆๆ 🙂

เรื่องที่ 5
ตอน ม.ต้น แอบชอบ ญ คนหนึ่งหว่ะ นิสัยดี ลุยๆหน่อย ชอบรอยยิ้มง่ะ.. จน ม.ปลายย้ายโรงเรียนก็ไม่ได้ติดต่อเท่าไหร่.. สุดท้ายก็ได้มาเจอที่มหาลัยอีกรอบ.. กะลุยล่ะ.. แต่สุดท้ายรู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว.. คอตกเลย.. ชีวิตรักอาภัพ.. คนมันเขิลนะเฟ
ร้ยย.. ก๊ากกกกก

จบแล้วล่ะ 5 เรื่องเด็ด.. ที่จิงก็มีอีกเยอะล่ะ.. แต่เอาแค่นี้ก่อน.. ชอบเรื่องไหนก็ vote กันได้นะคับ เอ๊ย!! ไม่ช่ายยยย!! เหอะๆเรามาดูรายชื่อผู้โชคดีที่ต้องมาเปิดโปงเรื่องของตัวเองกันดีกว่าเนอะ..

บัว CP30, พี่แป๋ม, พี่เมธา, เพื่อนบอย SK, เพื่อน Amm G

แซบโย่ววว.. หวังว่าบุคคลเหล่านี้จะมาอ่าน Blog กะผมนะคับ.. รับผิดชอบด้วนน!!

May 12

ช่วงนี้มี Money Expo ล่ะ ซึ่ง SET ก็ไปออกบูธที่ Zone A รวมถึงบริษัทลูกอย่าง settrade ด้วย อาทิตย์ก่อนเค้ามีให้สมัครเป็นอาสาสมัครล่ะ แต่เราก็ไม่ได้สนใจเท่าไรเพราะตอนนั้นนั่งเขียน code อยู่ วุ่นวายมาก concentrate อยู่ ไม่อยากให้มันหลุด.. หลังจากนั้นก็ลืมไปเลยเรื่องอาสาสมัคร.. แล้วเพิ่งมารู้ตอนหลังจากที่เค้าปิดรับสมัครไปแล้วว่า.. บุ๊ง เน นนท์ โน๊ต ลงชื่อไปหมดเลย และพี่เค้าก็จัดตำแหน่งไว้หมดแล้ว.. ก็ไม่รู้นะ ตอนที่ได้รับเมล์เราก็อ่านคร่าวๆแล้วรู้สึกว่าเราไม่สามารถไปทำตรงนั้นได้หว่ะ.. เพราะตัว product เราก็ยังไม่แม่น แล้วจะให้เราไปแนะนำอ่ะนะ.. กลัวหว่ะ.. เพราะหลังจากอาทิตย์แรกที่ Train มาเราก็ไม่ได้ไปยุ่งกะหน้าจอซื้อขายหุ้นอีกเลย.. เพราะวันๆก็นั่งอยู่หน้าคอม Codingๆๆ ไปจนหมดวัน.. ถ้าจะให้เราไปแนะนำโปรแกรมคร่าวๆอ่ะพอได้ แต่คนส่วนใหญ่ที่เข้าไปในงานก็น่าจะรู้เรื่องหุ้นมาพอสมควร เค้าคงอยากจะรู้อะไรที่มันเชิงลึกหน่อย.. ถ้าอยากจะซื้อขายอย่างงู้นอย่างงี้จะได้มั้ย??.. เราเป็นคนประเภทว่าถ้าไม่ pro หรือไม่มีความรู้ดีพอในเรื่องนั้นๆก็ไม่อยากไปให้ความรู้คนอื่น.. ผลสรุปก็ออกมาว่าเราไม่ได้ไป.. ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า พี่ team lead คงไม่อยากให้ไปมั้ง.. เห็นมีคนพอแล้ว (คือว่า 4 คนที่ไปนั้น..พี่ๆเค้าลากมาลงชื่อล่ะ.. ถ้าพี่ทีมเราเรียกไปเราก็ไปว่ะ.. อย่างน้อยก็ผ่าน approve จากพี่มาแล้ว) แล้วอีกอย่างงานตอนช่วงนี้เยอะมาก.. และเร่งด้วย.. ก็ไม่รุ้ล่ะทำไมเราต้องคิดมากเรื่องนี้ด้วยก็ไม่รุ คงเป็นเพราะเพื่อนๆไปออกบูธกันหมด เราก็เด็กใหม่ด้วยกันก็น่าจะมี energetic หน่อยรึป่าวว่ะ.. ไม่รุ้ว่ะ.. ปล่อยให้ marketing ทำไปแล้วกัน เราไม่เชี่ยวก็ไม่อยากทำ งานออกมาไม่ดีก็โทษตัวเองอีก.. ไว้ให้เรากล้าแกร่งกว่านี้ แล้วจะไปเว่ย..

อีกเรื่องนึงคือวันนี้บริษัทย้ายชั้นกลับมาที่เดิม หลังจากย้ายไปที่อื่นเพื่อทำพรม+partitioning ใหม่.. ก็ย้ายอุปกรณ์คอมพ์กัน.. คือ เรามีปัญหาสายตาอยู่ล่ะ เวลากรอกตามันจะมีเหมือนเส้นเลือดใสๆลอยดูตลอดเวลาอ่ะ ไม่รุว่าคนอื่นเป็นหรือป่าว.. คือถ้าไม่จำเป็นไม่อยากใช้จอ CRT เพราะตาเรา sentitive มาก.. แต่ก่อนที่บ้านใช้ CRT สายตาจะสั้นขึ้น เทอมละ 1 step ซึ่งเยอะมาก.. แต่หลังจากซื้อ notebook มาซึ่งเป็น LCD สายตาก็คงที่มาตลอดเลย.. เราคุยเล่นๆในบริษัทก็เจอพี่ที่มีอาการเดียวกัน และพี่เค้าก็มีปัญหากะจอเหมือนกันจนต้องขอพี่เค้าเอาจอ LCD มาเอง.. ไอ่เราก็อยากเปลี่ยนจอนะ แต่มันก็อยู่ condition ที่โคตรเครียดว่า.. ถ้าเราบอกพี่ teamlead ยังไงเรื่องนี้ก็สำคัญมาก.. เค้าต้องไปหาของคนอื่นมาเปลี่ยน.. นี่แหละคือปัญหา เราก็คาดว่าทุกคนก็คงอยากได้ LCD หน่ะแหละ..  ทุกคนคงเข้าใจอารมณ์นะว่า กรูใช้ LCD อยู่ดีๆ จู่ๆก็มาให้สลับจอกะไอ่เด็กใหม่อ่ะนะ นั่นล่ะ.. มันจะรู้สึกไม่ดีกันปล่าวๆ.. คิดอยู่นานมาก.. เพราะกลัวจริงๆนะว่าถ้าบอกไปจะเป็นยังงี้..  แต่ในที่สุดหลังจากปรึกษาเพื่อนๆหลายคนก็บอกว่าวันนี้เค้าย้ายของกันอยู่ก็บอกพี่เค้าไปเลยก็ได้.. เราก็บอกไปแต่พยายามใช้คำพูดที่มัน win-win ทั้งคู่.. บอกว่าเรามีปัญหาสายตา.. จะขอเอาจอ LCD จากที่บ้านมาต่อเองได้มั้ย? (ปกติห้ามเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวเข้ามาใช้งาน) พี่เค้าก็รีบจัดแจงไปคุยกะ MD ให้เลย ก็บอกว่าจะทำเรื่องจัดซื้อจอใหม่ให้.. ใช้เวลาสักพัก ตอนนี้ก็เอาจอจากที่บ้านมาใช้ก่อนก็ได้.. (อึ้ง!!+ดีใจ ที่ไม่ต้องไประรานชาวบ้าน) แต่แล้วเราก็พลาดหลุดไปประโยคนึงที่ทำให้สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมันเกิดขึ้นมา.. ตอนนี้คงยังเอามาไม่ได้อ่ะคับ มีแต่จอNB ต้องรอซื้อก่อน.. แค่นั้นล่ะ.. ตายๆๆๆ.. พี่ก็หันไปบอกพี่โอ๊ต ให้สลับจอกับเรา!! อ๊ากก!! เรานี่เกรงใจพี่เค้ามากเลย.. เข้าใจความรู้สึกเลยล่ะ.. ก็รีบไปบอกพี่เค้าว่าไม่เป็นไรคับ.. พี่ใช้ไปเหอะ.. เด๋วผมใช้จอนี้ไปก่อนก็ได้.. (หน้าตารู้สึกผิดสุดขีด!!) พี่เค้าก็ค่อยๆถอดปลั๊กแล้วยกมาวางไว้ที่โต๊ะเราแล้วพูดว่า.. "ไม่เป็นไร เอาไปใช้เถอะ.." ได้ยินอย่างงี้ยิ่งรู้สึกผิด.. น้ำเสียงพี่เค้า!! เราไม่อยากคิดแทนความรู้สึกคนอื่นนะว่าเค้าคิดยังไง แต่เราอยากขอบคุณพี่เค้ามากๆเลย.. ขอบคุณคับ.. อย่าเคืองกันนะพี่.. เราต้องทำงานกันอีกนานนนน..  

May 08

กลับมาเขียน blog ตามสัญญาล่ะ..  ค่ายยุวฯครั้งนี้ เราไปสร้างสะพานให้กับชุมชนที่จังหวัดพิษณุโลก ค่ายพักอยู่ที่โรงเรียนบ้านหินลาด ที่พักอยู่ห่างจาก site ประมาณ 1.5km ตอนเช้าเดินไป site ตอนเที่ยงเดินกลับมากินข้าวที่บ้าน ตอนบ่ายก็เดินไปต่อ รวมๆก็ต้องเดินประมาณ 6km ต่อวัน.. เป็นการออกกำลังกายอีกทางหนึ่งหลังจากต้องแบกหามตลอดทั้งวัน.. ทีนี้เรามาดูกันว่าสะพานปีนี้มี plan ยังไงบ้าง..

สะพานที่เราจะสร้างเป็นสะพาน concrete ข้ามลำน้ำในชุมชน ขนาด 1 เลน.. กว้าง 4 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 1.6 เมตร โครงสร้างสะพานเป็นฐานราก (Footing) รวมทั้งหมด 4 ตับ แต่ละตับ มี 3 เสา หล่อเสาสูงประมาณ 1.4 เมตร นับจากฐานราก หลังจากนั้นจึงเท cap beam เป็นคานสำหรับวางพื้นสะพาน สำหรับปีนี้จะใช้คอนกรีตสำเร็จมาวางเป็นพื้นสะพานแล้วเท topping หลังจากนั้นก็วางราวสะพานก็เป็นอันเสร็จพิธี..  

VESC35 ค่ายของรุ่นเรานี้ มีเสือไอซ์เป็น หนค.(หัวหน้าค่าย) ส่วน เตอร์ กะ นิค เป็น ปจ.(โปรเจคเมเนเจอร์) ล่ะ.. สิ่งที่เรารู้สึกสะกิดใจเป็นสิ่งแรกสำหรับค่ายนี้คือ.. ทำไมแทบไม่มี freshy ขึ้นมาเลย.. Manday รวมทั้งหมดตอนนี้มันแค่ 50 Manday เอง.. ในขณะที่ Senior มี 735 Manday ส่วน Sophomore มี 345 Manday.. ปีนี้มันเกิดอะไรขึ้น จากที่ถามๆคนอื่น มันก็บอกว่าทั้งชวน ทั้งลาก ทุกวิถีทางแต่มันก็ไม่ยอมขึ้น.. เราก็ลากน้องหลายคนเลยนะ.. แต่ไม่เห็นเลยหว่ะ.. หลายคนมันก็บอกว่าติดทำค่ายวิษณุบุตร.. ให้มันได้ยังงี้สิ.. เด๋วนี้ทำไมกิจกรรมมันเยอะแยะขนาดนี้หว่ะ.. ก็หวังว่าช่วงหลังๆนี่จะมีพวก inter ขึ้นมาบ้างนะเพราะเพิ่งสอบ final เสร็จ.. สิ่งที่สะกิดใจอย่างที่สองคือ.. ทำไมสะพานมันสร้างช้าอย่างงี้.. แล้วมันจะเสร็จทันเหรอ?? ปกติแล้วช่วงต้นเดือนพฤษภา.. มันต้องเท Cap beam แล้ว.. แต่นี่เสาต้นเล็กนิดเดียว แถมมีแค่ 3 ต้น ก็ยังเทไม่เสร็จเลย.. แต่พอไปดู site ก็เห็นใจหว่ะ.. ฝนมันตกตลอดเลย.. น้ำป่าก็ไหลมา ท่วม foot ที่เทไว้หมดเลย.. ฟ้าก็รั่ว.. กว่าจะเทได้แต่ละครั้งต้องสูบน้ำออกจาก foot ให้หมดก่อน.. สูบเสร็จฝนก็ตกอีก.. เฮ้อออยาวๆๆ.. สงสัยจะได้ใช้บริการ CPAC เป็นแน่..     

สิ่งที่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย คือ.. กฎค่ายมันอ่อนมากเลย.. แล้วไม่มีคนคุมกฎด้วยง่ะ.. อย่างเรื่องเวลานัดนี่เลทตลอด.. เวลาตื่นก็เลท.. เราก็ไม่รุนะว่าวันอื่นๆเป็นหรือเปล่า.. เพราะเราขึ้นไปได้แค่ Manday เดียว.. หรืออาจเป็นเพราะช่วงนี้ฝนตกตลอดตื่นเร็วก็ไม่รุจะให้ทำอะไร.. ให้นอนต่อดีกว่า.. เอานา..เรื่องยังงี้มันปรับปรุงกันได้.. เห็น ice แล้วก็รู้สึกสงสารหว่ะ.. ดูมันเหนื่อยจิงๆ.. เพื่อนๆใครว่างๆก็ขึ้นไปช่วยค่ายกันหน่อยละกัน คนละไม้คนละมือ ไม่นานสะพานของรุ่นเราก็จะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้วล่ะ..  สัญญาอีกรอบ.. ถ้ามีเวลาจะขึ้นไปช่วยเว่ย… 

ps. ขอโทษด้วยที่ครั้งนี้อยู่ไม่ครบตามที่บอกไว้.. คือว่าคนมันเยอะหว่ะ.. 80 คน.. เยอะเกินไป.. คนล้นงาน..วุ่นวายๆ.. ฝนก็ตลอดไม่ได้ทำงานอะไรเลย.. ก็เลยลงมาก่อนดีกว่า.. แล้วจะขึ้นไปใหม่..   

Tagged with:
May 08

วันนี้ได้มีโอกาสดูเรื่อง The Departed ที่ได้รางวัลออสการ์มาหน่ะแหละ ด้วยความอยากรู้ว่า หนัง Remake มันจะดีขนาดที่ได้รางวัลออสการ์เชียวหรือ…  หลังจากดูจบแล้ว.. ก็เห็นด้วยกับความเห็นของแชมป์ว่าห่วยมาก… เทียบกับหนังต้นฉบับ Infernal Affairs Trilogy ไม่ติดฝุ่นเลย.. ภาษาที่ใช้ใน departed ก็ภาษาระดับล่างของสังคมอเมริกา.. ฟังแล้วไม่ให้ความรู้สึกลื่นหูเสียเลย.. และบางอย่างก็ไม่สมเหตุสมผลเลย.. อาจเป็นเพราะเราชื่นชอบในตัวหนังต้นฉบับอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีการ Bias ไปบ้างแต่มันก็ต่างจิงๆนะ.. แต่ละฉากนี่ก็ copy มา shot by shot เลย.. มันก็เป็นอย่างตอนแรกที่เราอ่านบทวิจารณ์ของหนังเรื่องนี้แหละว่า.. สังคมอเมริกามันไม่มีคำว่า บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ หรือสังคมการเคารพ หรือ seniority นั่นล่ะ.. ทำให้หนังเรื่องนี้ขนาดน้ำหนักหรือความสมเหตุสมผลในการกระทำบางอย่างของตัวละคร.. ก็สังคมมันคนละอย่างกันนี่ล่ะ.. การ build up ตัวละครให้แก่คนดูเลยทำได้ยากหน่อย..  พวกอเมริกันดูเรื่องนี้อาจจะสนุก.. แต่พวกตะวันออกคงพอใจกับต้นฉบับมากกว่า…

ใครที่คิดว่าดูเรื่อง The Departed แล้วสนุก… ขอแนะนำให้ดู Infernal Affairs ทั้งสามภาคให้ครบ แล้วจะได้รับอรรถรสที่แท้จริง.. และจะทำให้คุณรักบทหนังเรื่องนี้ขึ้นเป็นกอง..

ps. นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว.. หากใครไม่เห็นด้วยก็อ่านผ่านๆไป แล้วลืมมันซะ.. แต่ถ้ายังติดใจก็คุยกันได้.. เน๊อะ 🙂

…..เรื่องค่ายเด๋วมาโพสต์

May 03

พรุ่งนี้วันศุกร์ล่ะ.. เด๋วจะแว๊บขึ้นค่ายแล้วล่ะ ค่ายที่จะขึ้นนี้เป็นค่ายสร้างสะพาน (ค่ายยุววิศวกรบพิธ รายละเอียดไปอ่าน blog เก่าๆแล้วกันเน่อ) ปีนี้ไปที่ จังหวัดพิษณุโลก..  ค่ายนี้ก็เป็นค่ายของรุ่นเรา Intania87 – VESC35 ล่ะ..  จิงๆเราจะขึ้นตั้งหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ช่วงวันจักรี สงกรานต์ วันแรงงาน.. แต่ติดนู้นติดนี่ ไม่ว่างเลย.. จนมาถึงตอนนี้วันฉัตรมงคล ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วถ้าพลาดครั้งนี้ ปีนี้คงไม่ได้ขึ้นค่ายแน่ๆ คนทำงานแล้วก็งี้ล่ะ ขายวิญญาณให้กะบริษัทไปแล้วอ่ะ จะทำอะไรก็ลำบาก ต้องทำตัวเรียบร้อยหน่อย ยังอยู่ในช่วง probation สรุปก็คือขึ้นวันศุกร์ที่ 4 คงช่วงดึกๆเลย ประมาณเที่ยงคืนได้มั้ง นั่งรถทัวร์ขนส่ง ไปลงพิษณุโลก ประมาณ 5 ชม.ครึ่ง แล้วนั่งรถไป รร อีกประมาณครึ่งชม. ถึงก็ตอนเช้าพอดี แล้วคงลงวันที่ 7 เที่ยงๆ ถึงกรุงเทพฯก็คงมืดๆหน่อย.. น่าจะได้สัก 2 manday นะ.. โย่ววว…

จิงๆวันเสาร์มันก็มีรถผลัดล่ะ ตามตารางออก 8 โมงเช้า.. แต่พอเอาเข้าจิงแล้วไม่เคยตรงหรอก.. ยิม เคยไปมาบอกว่ากว่าจะถึงก็ 5-6 โมงเย็น..หา!! อะไรจะ late ขนาดนั้นนนน… ก็เลยติดสินใจนั่งรถทัวร์ไปเองดีก่า.. เร็วดี.. แถมได้เป็นกรรมกรนานขึ้นด้วย.. ฮึ๊บ!! แบกหามๆๆๆ

ยังไงก็ขอแว๊บไปสักสามวันนะ.. กลับมาสัญญาว่าจะมา up blog ชัวร์.. คงมีเรื่องให้เขียนล่ะตอนนั้น..

สวัสดี..ค่ายสุดที่ร้ากกของโผมมม…

Tagged with: