Mar 30

     หลังจากทำธุระช่วงเช้าเสร็จวันนี้ตอนเย็นก็นั่งรถเมล์สาย69 อ้อมโลกด้วยความไม่รู้เส้นทางไปถึงสยามจนได้.. รัตนาธิเบศร์ อ้อมสนามบินน้ำ ติวานนท์ แล้วมาโผล่ที่เดิม!! แคลาย เข้างามวงศ์วาน ต่อวิภาวดีรังสิต ออกดินแดง แล้วมาโผล่อนุสาวรีย์.. จากนั้นก็ถ่อสังขารเดินอ้อมครึ่งวงกลมนรกไปยัง BTS และในที่สุดก็ไปถึงสยามจนได้.. เดินทอดอารมณ์สักครู่ ด้วยความวางใจในรอบหนังจาก movieseer ที่เข้าไปเช็คผ่านมือถือระหว่างนั่งรถสำรวจเส้นทางบ้านนอกอยู่.. จะดูรอบ 18.30น. แต่ตอนนั้น 17.11น.. เดินไปสักพักเริ่มตะหงิดๆ.. ก็เลยวิ่งไปเข้าไปโรงหนังสยามโดยด่วน.. ไอ่ห่าน!!! รอบหนังเลื่อนหมดเลย.. มีรอบ 17.05 ตายห่า.. ข้าวกลางวันก็ยังไม่กิน. น้ำก็หิ๊วหิว.. เอาไงดี.. วิ่งแจ๊นขึ้นไปจองตั๋ว.. พนักงานบอกว่ามี โฆษณา 10 นาที.. มีเวลา 3 นาทีในการจัดการทุกอย่าง.. เอาว่ะ ซื้อของหน้าโรงหนังแล้วกัน.. เดินไปตู้ popcorn ห่านน.. ถุงละ 30!! ผละตัวออกมาโดยด่วน วิ่งลงไปซื้อ Dunkin Donut มาหนึ่งชิ้นพร้อมน้ำ 1 ขวดสิริรวม 32 บาท แล้ววิ่งกลับขึ้นไป ฉีกตั๋ว.. แว๊บเข้าห้องน้ำ.. ระหว่างเดินเข้าก็ได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญอยู่รำไร.. ตอนนั้นต้องฉี่แข่งกับเพลง.. และในที่สุด.. มือก็ไปกดชักโครกตอน …ไชโย.. พอดี.. ยังเหลือเวลาให้ล้างมือตอนที่เค้ากำลังเปลียนฟิล์มหนังอีกนิดหน่อย.. จากนั้นก็เดินเข้าโรงด้วยความภาคภูมิ.. และบรรจงนั่งลงเก้าอี้อันนุ่มตูด พร้อมซีนแรกของหนัง Always 2 ฉายขึ้นจอพอดี..

     ได้ยินคนพูดถึงหนังเรื่องนี้มานานมากโข.. มีแต่คนชอบ.. แต่เราก็พลาดไปไม่ได้ดูในโรง.. ก็เพิ่งยืม DVD เพื่อนเน มาดูนี่ล่ะ.. ดูแล้วก็ดีนะ..แต่ยังไม่ค่อยอินเท่าไร.. เวลาผ่านไปสักพักก็เริ่มซึมซับ.. จนมาถึงวันเมื่อไปดูรักแห่งสยาม DC ที่ House นี่ล่ะ.. มี Trailer ภาค 2 มาฉาย.. โอ้โห.. ในหัวนี่มีภาพ Flashback ขึ้นมาเป็นฉากๆเลย.. ก็เริ่มรู้สึกอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูก และตั้งหน้าตั้งตารอหนังภาคสองเข้านี่ล่ะ.. 🙂

     ดูจบแล้วหนังโอเคมากๆเลยล่ะ.. ดูแล้วประทับใจมาก.. เสียน้ำตาไปหลายเหมือนกัน.. น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ.. ตัวละครในเรื่องก็โตๆกันหมดแระ.. เด็กๆทั้งหลายเสียงก็เริ่มแตกกันแล้ว.. Junnosuke เสียงแตกบ้างไม่แตกบ้างทั้งเรื่อง 55.. แต่โดยรวมดีมากครับ.. ก็มี Gimmick เล็กๆน้อยๆจากคนแปล subtitle เรื่องนี้.. ต้องไปดูเองครับ.. ฮาทั้งโรง.. แหมทำไปได้!!  ภาคนี้ก็น่าจะเป็นบทสรุปของความหวังทั้งหลายทั้งปวงที่ถูกสร้างขึ้นจากตัวละครหลายๆตัวในภาคแรก..

"ในโลกนี้.. ยังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่าเงิน.. "

Mar 29

     ศุกร์นี้ก็เหมือนทุกศุกร์ที่ผ่านมา ที่ไม่ค่อยจะมีกะจิตกะใจทำงานสักเท่าไร นั่งพิมพ์นู้นพิมพ์นี่ไปเรื่อย.. ที่ไม่มีสมาธิไม่ใช่ว่าจะดีใจที่จะได้หยุดเสาร์อาทิตย์.. แต่สัมผัสเราคงรับรู้ได้จากบรรยากาศภายในออฟฟิศที่เปลี่ยนแปลงไป มีคลื่นแห่งความสุขพัดผ่านเราเป็นระยะๆ พอทำให้เรารู้สึกกระชุ่มกระชวยบ้าง.. ทำให้วันทำงานวันนึงมีสีสันขึ้น.. ถ้าเราเป็นต้นกำเนิดคลื่นเหล่านั้นบ้างก็คงดี.. ธีรเดชตัดพ้อตนเอง.. พร้อมหันหน้ามุ่งพิมพ์งานไร้สาระต่อไป.. 

     ชีวิตช่วงหลังๆไม่ค่อยมีแพลนทำอะไรเท่าไรหรอก.. เลิกงานก็ว่าง เลิกงานก็คว้าง ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี.. จะทำงานต่อดึกดื่นก็ใช่ที่.. แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหน.. กลับบ้านก็.. นะ.. รู้ๆกันอยู่..  ชีวิตดูไม่มีจุดหมายจังเลย  ในเบื้องลึกจิตใจก็ตอกย้ำย้อนกลับมาทันที.. แล้วต้นปีเขียนอะไรไว้ในบล็อกนี้บ้างจำได้ไหม.. เป้าหมายทั้งนั้น ทำได้บ้างหรือยัง!! เออเนอะ.. ก็จิง.. ยังเลย ยังทำไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง.. เจ้าธีรเดชโง่เอ่ย.. จุดหมายเจ้าก็มีเยอะมีแยะ ทำไมไม่ยักกะทำให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง..  พูดไม่ออกบอกไม่ถูก.. บางทีชีวิตมันจะสามารถดำเนินตามหลักตรรกะทั้งหมดได้ซะที่ไหนเล่า.. ถูก..ที่ชีวิตส่วนใหญ่ดำเนินตามหลักเหตุและผล.. แต่..อีโมชั่นนอลหน่ะ.. มันก็ต้องมีเช่นกัน..  ตามใจฉันไง.. ตามใจอารมณ์ฉัน.. แต่ใครล่ะที่กำหนดอารมณ์หรือความรู้สึกที่อยากจะเป็นอยากจะทำอะไร.. นั่นสิใคร.. ดูเหมือนจะเป็นฉัน.. แต่ฉันไม่อาจรับรู้มัน ฉันไม่เข้าใจมัน.. ฉันว่าไม่ใช่ฉัน.. แล้วใคร??.. ฉันต้องเป็นอย่างนี้เพราะใคร??.. ธีรเดชยังคงตัดพ้อตัวเองไม่เลิก.. เจ้าธีรเดชโง่เอ่ย.. เจ้าธีรเดชโง่.. ความโง่เจ้าไม่ยอมทะลุเสียทีนะ..

 

 

 

 

ps. วันนี้ Central World มีงาน JazzKamikaze มีวงจากยุโรปมาเล่น.. เล่นดีมากกกๆๆๆ.. ฟังแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอะไรสักอย่าง แนว Jazz+Rock ฟังแล้วคุ้นเคย เหมือนเพลง theme ใน Final Fantasy Series โดยเฉพาะเสียงกลอง รัวดีโคตรๆคับ..

Mar 22

     วันเวลาส่งงานล่วง    จวนตัว
นั่งง่วนนั่งโงหัว             ไม่ขึ้น
งานราษฎร์งานหลวงรัว    กระหน่ำ
หงุดหงิดเครียดเบลอมึน  ใครเล่า เห็นใจ

     ตัวเราย่อมเรียนรู้      ตัวเรา
งานเร่งงานหนักเบา        เรารู้
เร่งคิดขจัดขลาดเขลา     เหี้ยนหาย มลายสิ้น
ยืนยันยืนหยัดสู้             จนสิ้น วิญญา

                             ธีรเดช 20:33

Mar 15

     เมื่อวานอารมณ์ครึ้มๆ ปวดหัว เพลีย.. ตอนเย็นก็เลยไปบริจาคเลือด เนื่องจากครบ 3 เดือนพอดีเป๊ะ.. และบังเอิญคืนก่อนหน้านอนเกินพิกัดไป 8 ชมเต็มๆ.. ทุกอย่างดูประจวบเหมาะก็เลยดำเนินเดินไปยังสภากาชาดไทย.. เดินเข้าไปก็ตกใจเล็กน้อย ทำไมคนเยอะจังเลย ก็เลยรีบแจ้นไปกดบัตรคิวก่อนแล้วค่อยไปกรอกใบ.. รอคิวประมาณ 25 คิว.. จะว่าไปแล้วทุกครั้งที่เรามาคนก็จะเยอะตลอดล่ะ.. ก่อนที่มาบริจาคที่สภากาชาดไทย ก็นึกภาพไว้ว่าคนคงน้อยแบบว่าเดินเข้าไปแล้วผีหลอก ประมาณว่าพยาบาลถือเข็มรอ ‘ชั้นนั่งรอสูบเลือดพวกแกอยู่ ฟื๊ดฟ๊าดดดๆ ยื่นแขนมาเร้วว.. ช้านจะเจาะ!! เลือดดดดดด..ดด’  (ออกแนวโรคจิตนิดนึง)  แต่พอเดินเข้าไปจริงๆแล้ว เหมือนฝันร้ายย.. คนรอคิวกันเต็มเลย.. ที่นั่งหมดเลยต้องยืนกัน TT ภาพที่คิดไว้ก็หายไปบัดดล ความคิดใหม่ก็เข้ามา ‘พวกมรึงจาใจบุญอารายกันขนาดเน้… พร้อมใจกันใจบุญด้วยน้า.. ช้านกะลังรีบ.. ขอช้านก่อนได้ไหม หึๆ ฉานอยากให้พยาบาลกระซวกเส้นเลือดดำแล้ว.. ฟื้ดฟาดดด..’ (โรคจิตไม่แพ้กัน) ก็นั่งรอคิวต่อปายย..  

     คิดดูดีๆนี่ คนไทยก็ใจบุญเหมือนกันเนอะ.. ไอ่ที่เขียนมาข้างบนนั้นก็พูดเกินจริงขำๆไป.. แต่ใจจริงคือ.. เห็นคนมาบริจาคเยอะๆแล้วก็รู้สึกดี.. เห็นแล้วรู้สึกอิ่มบุญ.. ตอนเดินเข้าไปเหมือนมีก้อนพลังงานอะไรสักอย่าง ที่เดินเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกดี ผ่อนคลาย และรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ในสถานที่นั้น.. ตอนนี้เราก็พยายามจะบริจาคให้เป็นนิจ.. ตราบเท่าที่ร่างกายยังสามารถบริจาคได้.. รอบต่อไปก็ 14 มิ.ย. ใครสนใจร่วมทริปก็เชิญได้นะครับ..

     พอดีครั้งนี้บริจาคครั้งที่ 8 พอดี.. เค้าก็เลยมีใบประกาศพร้อมเข็มให้ไว้เพื่อประดับบารมี.. ก็รับมาแบบงงๆ.. ก็ดีเนอะ แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร.. เพราะความดีมันอยู่ในใจ ไม่ต้องการตัวชี้วัดเท่าไร.. (แต่ใครจะรู้ล่ะเนอะ.. ไม่งั้นเด๋วนี้ทำไมทุกอย่างต้องพยายามสร้างตัวชี้วัดกันจัง)

ps. ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ษ. กาชาดเค้าขยายเวลาปิดของวันอังคารไปเป็น 19.30 เหมือนกันพฤหัสแล้วนะครับ.. เพื่อสนอง Demand ที่มากมายเหลือเกิน..

//แก้ไขเป็น เส้นเลือดดำ เนื่องด้วยความเบลอขณะเขียน ขอบคุณน้องต้นสำหรับ textproof – ผู้เขียน

Mar 15

Childhood…

แข่งว่ายน้ำ อ.2, ป.5

เรียนบัลเล่ต์ อ.2 (เขิลนะนี่)

เต้นบางระจัน วันปีใหม่ อ.2

คนงานที่บ้านหลอก ให้ปั่นจักรยานสุดชีวิต แล้วเบรกมือขวา(ล้อหน้า).. กลิ้งหลายตลบกลางสถานีรถไฟนครฯ หน้าแหก เข้ารพ. อ.3

ตีกลองวงโย ป.1

ประกวดคัดไทย ป.1

เต้นสวยในซอย เดอะมอลล์ท่าพระ ป.1

ดนตรีไทย ระนาดเอกประจำโรงเรียน ป.3 – ป.6

ประกวดวาดรูปวันแม่ ป.4

ตอบปัญหาวิชาการ ป.4-ม.2

เรียนอ่านทำนองเสนาะ ป.4 (แต่ก่อนเสียงโคตรเพราะหน่ะ.. ตอนนี้อย่าพูดถึง!!)

มาเฟียประจำโรงเรียน ใครก็เกรงขาม สุดท้ายก็จบลงที่ฝ่ายปกครอง.. ป.4-ป.6

คหกรรม พ่อครัวตัวเอ้ ป.5

แข่งบาสเก็ตบอล จบทั้งน้ำตา+แผล.. ป.5

ประกวดเซ็นทรัลบัณฑิตน้อย ปิ่นเกล้า ป.5

หัวหน้าห้อง 8 ปีซ้อน T T  ป.1-ม.3 (except ป.4)

ปั่นจักรยาน ล้อเหยียบก้อนหิน ล้ม แขนขวาหัก ณ วันเปิดเอเชี่ยนเกมส์ เชียงใหม่ 6 ธค 42    ม.2

รองหัวหน้าแก๊งค์ 8 หม้อ.. ม.2-ม.3 (ภูมิใจมั้ยนั่น!!)

สอบผ่านนักธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก จาก สนามสอบหลวง วัดบวรนิเวศน์วิหาร ม.1-ม.3

เขียนไว้เผื่อระลึกถึงยามต้องการกำลังใจ ยามที่คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าอะไร..
ยามที่.. มองไม่เห็นแม้แต่ตัวของเราเอง..