May 28

ขอเขียนก่อนที่จะหมดอารมณ์.. วันนี้ไป FirstGroup G มา น้องเยอะมากๆๆๆ.. วิศวะเดี๋ยวนี้ทำไมรับคนเยอะจังว่ะ.. ที่ก็แคบ ห้องเรียนก็ไม่ค่อยพอ.. ในกรุ๊ปก็มีน้องคละไปหมดเลย ทั้ง inter ภาคนู้น ภาคนี่ เต็มไปหมด.. ปีนี้มี ญ 15 คน avgๆ

กิจกรรมก็เหมือนเดิม แต่นับวันความมันส์ก็ลดลงๆ ตามลำดับทุกปีๆ.. ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันหว่า.. เราจำได้ว่าตอนเราเข้าปี 1 First Group เป็นกิจกรรมที่โคตรฮา โคตรมันส์ และก็โคตรใจ.. แต่ทำไมหลังๆ มันเริ่มแปลกๆ.. (ไม่รู้เหมือนกัน เข้าใจ รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแต่เขียนไม่ออก)

ก็อีกนั่นล่ะ.. คนทำงานก็ทำไป แล้วคนอื่นๆจะพูดจาโวยวายทำไมละครับ.. รู้ว่าไม่ได้เจอกันนาน แต่น่าจะพึงตระหนักไว้บ้างว่า งานนี้เราจัดมาเพื่อใคร เพื่ออะไร.. เสียงดัง น้องรันกิจกรรมต่อไม่ได้.. เฟรชชี่ก็ไม่ได้ยินเสียง.. ก็เซ็งไปตามๆกัน เห็นหน้าน้องๆประมาณว่าเมื่อไรจะปล่อยกรูไป..  เอ้อ.. ถ้าเราร่วมแรงร่วมใจกันรันกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายไปก่อน แล้วหลังจากนั้นจะทำอะไรก็ตามสบายมันก็คงจะดีไม่น้อย..  อีกอย่างแต่ละคนก็ควรจะรู้หน้าที่ของตนว่าควรจะทำอะไร.. ถ้าต่างคนต่างทำอะไรตามใจฉันอย่างนี้ก็คงไม่ไหว.. สงสารน้องแก้วเหมือนกัน แหกปากบอกให้เงียบตั้งหลายที ไม่มีใครสนใจ เราก็พยายามเดินไปบอกน้องๆ ให้เบาเสียงแล้วนะ.. แต่ก็ใช่ที่อีกนั่นล่ะ..  อยากให้น้องประทับใจ หรือว่าเราคิดมากไปเองว่ะ?!?

เอาไว้ไปเจอกันตอน Trip Group ละกันน้องๆ ทั้ง more และ freshy..

ps. ปีนี้ได้โหลนรหัส เพิ่มอีก 2 ตอ.. เฮือกๆ ญ หายไปหน่ายโหมดดด..

May 25

     วันนี้ตื่นเช้าด้วยความรีบเร่ง เพื่อไปให้ทันกิจกรรมรับน้องก้าวใหม่ ’51 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.. กับบ้านรับน้องสุดที่เลิฟของข้าพเจ้า… "โซ้ยตี๋หลีหมวย"

     ปราการด่านแรกที่ต้องพิชิตคือ.. ข้าพเจ้าจะเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร เมื่อมีบรรดาผู้คุมกฏคอยปิดกั้นประตูอยู่.. ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าต้องงัดไม้ตายหลายวิธีเพื่อจะเข้าไปในบ้านได้โดยง่าย.. แต่ก็นั่นแหละไม่ว่าจะกันอย่างไร มันก็ต้องมีช่องว่างอยู่ดี.. ก็เหมือนกับครั้งนี้ ดูเหมือนโชคชะตาจะเป็นใจให้ข้าพเจ้า.. จุดประตูศศินทร์และประตูสวนหลวงที่เพื่อนข้าพเจ้าส่งซิกแนลมาก็กลับกลายเป็นหมันไปทันที เมื่อขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปยังจุดหมาย ก็พลันแว๊ปไปเห็นเด็กกำลังเดินเข้าไปประตูข้างๆศศินทร์ ประตูที่ข้าพเจ้าไม่เคยเข้าไปก่อน เอาว่ะลองดูดีกว่า.. เสี่ยงๆไปไม่ได้ค่อยออกมา.. หารู้ไม่.. นี่คือทางลับเข้าสู่หอใน!! โอ้ว..สวรรค์เป็นใจ..  และข้าพเจ้าก็เดินลัดเลาะคูน้ำออกไปยัง สถานสถิตย์ ณ หอกลาง..

     บ้านปีนี้ ไม่ใช่บ้านใหญ่ ความจริงแล้วเราก็ไม่อยากได้บ้านใหญ่ตั้งแต่เราเป็นพ่อบ้านแล้วหล่ะ เพราะรู้สึกว่ามันเหนื่อยโคตรๆ บางทีบ้านใหญ่ไป น้องเยอะ พี่ๆดูแลไม่ทั่วถึง บ้านก็กร่อย น้องไม่ประทับใจ มีคนมาก ก็มากเรื่อง..  บ้านเล็กยังอบอุ่นกว่าด้วยซ้ำ..  ปีนี้ staff 1 คน ต่อน้อง 2 คน อื้มม.. กำลังดี..

     รวบยอดตัดจบเลยดีกว่า.. ปีนี้ก็เหมือนๆทุกปีล่ะ.. สนุกดี..เฮฮาๆ.. ช่วงกลางวันอาจจะกร่อยไปหน่อย.. พี่เนือย น้องก็เนือย.. จะบอกเคล็ดลับการทำบ้านให้ ถ้าอยากให้น้องสนุกเต็ม 100 พี่ต้องทุ่มไป 200 นะจ๊ะ.. วันนี้เนือยกันมากมาย.. คนทำงานก็ทำไป คนอู้ก็อู้ไป.. แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปพูดอะไรได้.. ก็คอยดูแลอยู่ห่างๆนี่ล่ะ.. เราก็คอย build น้องๆไปเรื่อย ทำให้ดีที่สุด..  ส่วนตอนเย็นหลังจากน้องๆกลับไปบางส่วน.. พี่ๆก็คึกคักขึ้นมาทันที.. อากาศมันไม่ร้อนด้วยมั้ง.. เป็นยังงี้ทุกปีเลย.. ช่วงเย็นจะคึกแล้วมีสันโต้กัน.. มันส์ระเบิด.. ..จุดประสงค์หลักของปีนี้ที่ไป.. คือ ไปสันฯๆๆๆๆๆ ก็ได้สันสมใจล่ะ.. แต่เหนื่อยโคตรง่ายเลย.. แก่แล้ว.. ปีนี้อาจจะเป็นปีสุดท้ายแล้วล่ะ ไม่รู้จักน้องๆเลย.. หมด generation แระ.. เอาล่ะ เข็นบ้านให้อยู่ต่อไปละกันนะน้องเอ๋ย.. สู้ๆ..

May 24

     บล็อกแห่งนี้ก็ดำเนินมาถึงวาระครบรอบ 3 ปีแล้ว เร็วเหมือนกันนะนี่ ไม่รู้ว่าบล็อกนี้เป็นบล็อกที่เท่าไรแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าน่าจะเกือบ 200 ได้.. จริงๆมันครบรอบมาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนแล้วล่ะ แต่เจองานถาโถมเข้ามา กว่าจะระลึกได้ก็ตอนนี้ล่ะ..

     บล็อกแห่งนี้ก็เป็นที่รวบรวมเรื่องราวทุกอย่างของเรา ถ่ายทอดตามใจฉัน เรื่องไหนอยากเล่าก็เล่า ไม่อยากเล่าก็เล่า เรื่องไหนที่ไม่ควรเผยแพร่ก็จะเล่า.. ไงล่ะ.. ตามใจฉันหรือเปล่า 55

     เรื่องส่วนใหญ่ที่ลงในบล็อกนี้ผ่านการบรรจงร้อยเรียงคำ และทวนหลายรอบหลายครา จนบางทีก็คิดไปเองว่า ทำไมเราต้องมาให้ความสำคัญอะไรกับบล็อกมากมายฟร่ะ.. เห็นคนอื่นส่วนใหญ่ เขียนประมาณว่า คิดอะไรออกก็เขียนๆไป เขียนเป็น stream ออกมาเรื่อยๆไม่เห็นต้องมาเรียบเรียงอะไรให้เมื่อยตุ้มซับซ้อนวุ่นวาย เสียเวลา.. ไม่อยากบอกเลยว่าบางบล็อกกว่าจะเขียนเสร็จ ใช้เวลาเกือบ 2 ชม.. แม้ว่าจะเป็นบล็อกสั้นๆก็เหอะ..  แต่ก็นะก็รู้สึกว่ามันเป็นผลงานของเราก็อยากจะทำให้มันดีๆ.. เพื่อมิตรรักแฟนเพลงทุกคนอ่านแล้วจะได้ไม่ด่าทอมาภายหลัง.. 🙂

     ช่วงปีที่ผ่านมาจำนวนบล็อกลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นช่วงหลังจากจบการศึกษาไปแล้ว.. พอเริ่มทำงาน ชีวิตก็เป็น routine ทันที.. เป็นหุ่นยนต์กระป๋อง ทำงานซ้ำซาก.. เรื่องที่ได้ประสบพบเจอก็น้อยนิดเต็มที.. จะมีอะไรแปลกใหม่ก็เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ และดันประจวบเหมาะกับงานชิ้นสำคัญที่ต้องทำ ก็เลยไม่ได้ไปไหน.. จันทร์-ศุกร์ ซ้ำซากกับงานมาแล้ว เสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องมาซ้ำซากกับชีวิตส่วนตัวอีก.. ไม่มีสิ่งใดแปลกใหม่ให้เอามาขบคิดและกลั่นกรองออกมาเป็นข้อความได้เลย.. ทุกอย่างจึงออกมาเป็นดั่งฉะนี้แล..

     ขึ้นปีที่ 4 แล้ว.. คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ.. บทความคงจะ drama มากกว่าเดิม อาจจะมีช่วงพีคสุด หรือไม่ก็บ้าไปเลย.. คอยติดตามละกัน.. แต่สัญญาว่าจะไม่ทำให้แฟนๆน้ำตาตกอีก..  (พูดพลางมือไขว้หลังอิ๊บไว้)  จะพยายามครับ.. 🙂

May 18

     เพิ่งกลับมาจาก Trip ระยองกับพี่ๆทีบริษัท จัดให้พี่ๆที่จะไปเรียนต่อ โคตรเหนื่อยเลย.. แต่สนุกดี ปีนี้ไปนอนกันที่ บ้านทรายแก้ว จริงๆแล้วมันก็เป็นเหมือนบ้านจัดสรร ขายที่แล้วมาสร้างบ้านเอาเอง.. หลังนี้ก็เป็นของเจ้าของที่สร้างขึ้นมาแล้วให้คนมาเช่า.. หาดทรายก็เป็นหาดส่วนตัว..

     หลังจากที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยเป็นเวลาเกือบปี ก็ดีใจเป็นธรรมดา ดีใจล่วงหน้าตั้งแต่รู้ว่า หาเวลาไปได้เสียที.. แต่ตอนที่นั่งรถไปก็ไม่วายเกิดเรื่องจากเสียงตามสายจนได้.. น่าเบื่อเนอะ.. 

     โชคดีนะ ตลอดสามวันที่ผ่านมาไม่มีฝนตกเลย..  ฟ้าโปร่ง เห็นดาวด้วย.. โล่งอก นึกว่าจะได้นอนแต่ในบ้านเสียแล้ว..

     ไปทริปกับพี่ๆก็ต้องมีการสังสรรค์เป็นธรรมดา ไอ่เราก็กังวลนะว่าจะกินหรือไม่กินดี เพราะเราเลิกกินไปเกือบครึ่งปีแล้ว.. เป็นช่วงอารมณ์หว่ะ รู้สึกว่าไม่อยากกิน..     แต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างประจวบเหมาะ และเป็นบรรยากาศก็เป็นใจ.. ก็เลยซัดไปเลยดีกว่า.. แต่ก็รู้สึกนะว่า Drop ลงไปเยอะ รู้สึกว่ากินไม่ค่อยได้เท่าไร กินนืดเดียวก็เริ่มเกืดอาการ.. แต่ก็เพื่อพี่ๆ และน้องๆ..  ช่วงหลังกรูไม่ค่อยมีอารมณ์จะไป built น้องๆเท่าไรเลยหว่ะ คุมวงไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าอยากอยู่เฉยๆ คงเหนื่อยมั้ง.. ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกับน้องเท่าไร

     ทริปนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งดีและไม่ดี  พอเป็นอย่างงั้นก็อดที่จะเปรียบเทียบอะไร หลายๆอย่างไม่ได้… ธีรเดชแมร่งไม่เคยเปลี่ยน.. แต่จริงก็ไม่อยากเปลี่ยนเท่าไรหรอก ไม่รู้แล้ว.. นอนล่ะ

ps. โทดน้องๆด้วย ที่ไม่ค่อยได้ดูแลเท่าไร.. แต่พวกเอ็งก็แสบไม่เบา.. เอาเหอะ ขอให้สนุกก็โอแระ

Tagged with:
May 07

พอดีเขียน column เกี่ยวกับหนัง ออกเป็น Monthly Newsletter ที่บริษัทอยู่ ก็เลยเอามา share กันๆๆ

*****************************************************************************************************

ถ้าเราลองเอาฟิล์ม 35mm ที่ฉายตามโรงภาพยนตร์มาขยายดู เราก็จะเห็นแถบเสียง (Soundtrack) มากมาย เกาะอยู่ตามขอบฟิล์ม
แต่ละเส้นคือ เสียงประเภทใดบ้าง เรามาดูกันดีว่าครับ

Note that:

In addition to the optically encoded audio data, the space between the sprockets also includes the Dolby Logo.

Dolby Digital
is at times referred to as Dolby SR-Digital in moviehouse applications
in view that a movie with Dolby Digital soundtrack would normally still
come with a conventional SR (Spectral Recording) Dolby analog
soundtrack as shown in the diagram.

เราลองมา zoom เข้าไปดูอีกหน่อยดีกว่า..

 

จะเห็นว่าแถบของ Dolby Digital จะมี logo ของ Dolby อยู่ตรงกลาง ซึ่งแถบนี้จะถูก Encode ไว้
แถบ
Dolby เป็นข้อมูล digital ซึ่งอาจเกิดปัญหา decode ไม่ได้
อันเนื่องจากสาเหตุทาง Physical เช่นฟิล์มเสียหาย
ซึ่งข้อมูลอาจจะตกหล่นทำให้เสียงสะดุด
เค้าเลยใช้แถบเสียง Analog ให้เป็น Redundancy เผื่อ Dolby ใช้งานไม่ได้ ก็จะไปอ่าน analog แทน..

ในส่วนของ DTS จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เสียงจะถูกอ่านจากแผ่น CD
ไม่ได้อยู่ในฟิล์ม โดยจะมีแถบ DTD Time-code(แถบขวาสุด) เป็น Tick
ไว้สำหรับ synchronize ข้อมูลเสียงให้ตรงกับภาพที่แสดงอยู่

ใครสนใจก็สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม :
Difference in Moviehouse and Consumer Applications
http://www.practical-home-theater-guide.com/dolby-vs-dts.html

*****************************************************************************************************