Nov 28

     เคลียร์งานไม้จนเสร็จ.. เรียกช่างผ้าม่านมาคุย.. ช่างไฟมาดูจุดที่สายกราวด์มีไฟ และคุยเรื่องเดินจุดเครื่องทำน้ำอุ่น (ไม่กล้าทำเอง ไม่อยากยุ่งกับตู้เมน)

     ยืมรถของญาติมาอีกรอบ ซื้ออุปกรณ์ชุดใหญ่รอบ 2.. มือจับ บัวพื้น หลอดไฟ ปุ่มติดกันกระแทก สีภายใน สีน้ำมัน.. ซื้อรถจักรยานใช้เดินทางเข้าออกหมู่บ้าน.. ซื้อศาลเจ้าที่จีน (ตี่จู่เอี๊ยะ)..  ญาติดูวันมาให้บอกว่าวันที่ 29 นี้เป็นวันดี..  ก็กะจะย้ายมาอยู่วันนั้น.. ย้ายแบบจีนก่อน.. วางศาลแล้วแล้วไหว้.. คืนนั้นก็นอนที่บ้านใหม่เลย.. 🙂  แม้ว่าบ้านจะยังไม่เสร็จก็เถอะ.. ที่รีบย้ายเพราะ ตอนที่ไปทำบ้านเนี่ย เสียเวลาเดินทางมากมาย.. กะจะนอนค้างเสาร์อาทิตย์จะได้ได้เนื้องานเยอะๆหน่อย.. ที่บ้านก็ไม่อยากให้นอน เพราะถ้านอนก็ถือว่าย้ายเข้ามาอยู่แล้ว.. ก็ดูวัน ทำพิธีให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยดีกว่า.. เลยวันตามข้างต้นแล..

     ตอนนี้บ้านก็ใกล้เสร็จเต็มทีแล้วครับ.. วันนี้กับพรุ่งนี้ก็ลาพักร้อนมาทำบ้านครับ.. อยากให้เสร็จไวๆ อยากเข้าไปอยู่แล้วครับ ^^

ps. 2-3 วันที่ผ่านมามีแต่คนทักว่าเราไปทำอะไรมา.. ทำไมหน้าซูบลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นอะไรหรือเปล่า ดูตาโหลด้วย..  ทุกคนพอเห็นหน้าก็จะทักแบบเดียวกันว่า.. เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าดูเครียด ดูมีเรื่องอะไรเต็มหัว.. เฮ้อ.. มันชัดเจนขนาดนี้เลยเหรอนี่.. แย่แระ..

Nov 24

พูดตามตรงเลยว่าวันนี้หลังออกจากห้องประเมินนี่โคตรเครียดเลย.. จิงๆ..

ตอนนี้มันมีอะไรหลายอย่างเต็มหัวไปหมดเลย.. อะไรผุดขึ้นมาเราก็ดึงมาเขียนละกัน อ่านรู้เรื่องหรือไม่ก็อีกเรื่อง ขอระบายในนี้ละกัน จริงๆแล้วมันก็ควรจะพูดให้จบในห้องหน่ะแหละ แต่ตอนนั้นมันนึกอะไรไม่ออก อึ้ง+มึน ไม่รู้จะพูดอะไร มันค่อนข้างขัดกับที่เราคิดไว้มาตลอดเวลา ความคาดหวังของเรากับของพี่เค้ามันต่างกันหว่ะ.. ออกมาพอตั้งสติได้ ก็ค่อยเรียบเรียงความคิดเก่าๆในช่วงเวลาที่ทำอยู่ตอนนั้น.. ก็พอได้มองเห็นอะไรบางอย่าง

พี่เค้าบอกเราประเด็นเดียวเลยคือข้อเสียที่เด่นชัดของเรา ทำงานช้ามากๆ (ย้ำ) ตามมุมมองของพี่เค้ามันควรจะเสร็จได้เร็วกว่านี้ ไม่ควรใช้ manday เยอะขนาดนี้ และเราเป็นคนที่ test ละเอียดมากเกินไป!?! พยายามจะหา case นู้น case นี่มา test เพื่อหา defect ต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ มันเสียเวลาเกินไป (งั้นเหรอ!?! อ่อ.. พอรู้แล้วล่ะ ว่าต่อไปเราต้องทำอย่างไร)  โปรโมทขึ้นไปมีปัญหา ก็โปรโมทแก้ก็ได้ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร… (อืม.. ครับ)

 

เรายังใหม่ เราต้องศึกษาระบบ การเพิ่มระบบใหม่เข้าไปเราต้องแก้เยอะมาก บางทีต้องแก้ถึง core และเราก็ควรจะต้อง test เยอะมาก มิใช่เหรอ?

การเพิ่มระบบใหม่ทำให้ระบบ complex มากขึ้น เราต้องพยายามทดสอบนู้นนี่ เพื่อหาทาง optimize มัน มิใช่หรือ?

งั้นสู้เราทำงานให้เสร็จ ให้พอใช้ได้ ทำงานถูกต้อง ก็เพียงพอแล้วใช่ไหม.. พอ live ไป ระบบช้า ลูกค้าบ่น แล้วค่อยเปิด task มาให้เรา แก้ให้ดีขึ้น ได้ manday มาทำอย่างสบายใจแฮ แถมยิ่งได้ความดีความชอบอีกต่างหาก.. โอ้วว้าว.. ธีรเดช โอเวอร์เอ๊กซ์เปกมาก.. (ประชด)

บั๊กหลายๆตัวที่แก้ไป บั๊กหลายๆตัวที่ลูกค้าติดใจมานาน.. ก็ถูกพบในช่วงเวลาที่เราถูกมองว่า "มันเสียเวลาเกินไป" นั่นแหละ เอวํ

เราไม่รู้นะ.. สำหรับเรา เวลาที่เสียไป กับสิ่งที่ได้กลับมา กับสิ่งที่วันนี้เปิดใช้งานวันแรกได้อย่างไม่มีปัญหา กับความเร็วที่เพิ่มขึ้น กับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานลดลง..  มันคุ้มนะ!!  แต่ก็นั่นแหละต่างคนต่างมุม.. เราอาจจะเน้น Quality มากเกินไป โดยลืมนึกถึง Throughput ที่ออกมาจาก black box ขี้เลื่อยนั่น

เวลาพี่หันไปถามธี.. ธีก็บอกว่ายังไม่เสร็จตลอด ติดนู้นติดนี่ พี่ก็เลยต้องให้คนอื่นทำ (คือส่วนใหญ่ที่พี่หันมาถาม คืออยู่ดีๆก็มาถามว่า เป็นไงทำถึงไหน เสร็จแล้วยัง เราก็คงต้องตอบไปตามคำถามว่า เหลือนู้นนิดนี่หน่อย ติดตรงนี้อยู่ แล้วก็หันไป จบบทสนทนา โดยเราก็ไม่รู้หรอกนะว่า นั่นคือถามเพื่อจะเอางานใหม่ให้ทำ ซึ่งจริงๆบางครั้งมันก็มีเวลาว่างแหล่ะ ไอ่งานที่ติดนิดๆหน่อย มันก็ไม่ได้ทั้งวัน ให้เอามาทำก็ได้ ซึ่งถ้ามองอีกมุมเราก็ผิดที่ไม่ยอมถามหรือเสนอตัว  ส่วนครั้งไหนที่พี่เค้าตะโกน task ออกมา อยากหาคนทำก็มักจะเป็นช่วงที่เรางานเข้าตลอดเลย เหอๆ แต่ข้อนี้เราก็ ok เกินครึ่งก็น่าจะเป็นความผิดเราเองที่ไม่ยอมบอกพี่เค้าว่ายังพอมีเวลาว่าง.. (ไม่เหมือนปีที่แล้วที่ไฟยังแรงๆ))

 

ใบประเมินให้มาเขียนตอนเช้า แล้วให้ส่งตอนเย็น บังเอิญว่าวันนั้นเราท้องร่วงอย่างหนัก ถ่อไปออฟฟิศอย่างทุลักทุเล ก็คงเขียนไม่ละเอียดด้วยละมั้ง ไม่มีกะจิตกะใจจะเขียน.. อันนี้ก็คงต้องโทษตัวเอง.. ที่เขียนแต่งานที่ใหญ่ๆไปจริงๆ งานก็เลยดูน้อย.. ไม่รู้ว่าตอนเขียนไป คิดอะไรอยู่นะ..

แล้วที่แก้ไป เราโอเคใช่มั้ย (เอ่อ.. ครับ.. มันได้เลขตรงตามที่พี่ตั้งไว้ในใจแล้วล่ะครับ.. ..ผมก็ไม่รู้จะแก้ไงแล้วครับ..)

 

เราก็เข้าใจนะว่าพี่เค้าก็คงลำบากใจแหละ.. เป็นเราเราก็โคตรจะลำบากใจ หรือเครียดกว่านี้ก็ได้.. แต่ก็นะ.. ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตนเอง ก็พึงปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด รับฟังความคิดเห็นคนอื่น.. คำชมก็โปรยใส่ตัวให้ชื่นใจ คำติก็รับใส่หัวเอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้น.. เราทำงานเป็นทีมเป็นสัตว์สังคม ต้องรับฟังและยอมรับมติของสังคม ^^

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรผมก็ยอมรับผลการตัดสินใจของทุกท่านอยู่แล้วครับ ทุกท่านทำดีที่สุดแล้วครับ 🙂

คุณทำดีที่สุดแล้ว แต่ยังดีไม่พอสำหรับพวกเรา เชิญค่ะ!! (แป่ว!) TT

 

ps. เรารู้สึกว่าเราได้รับรู้ช้าไป น่าจะได้รู้ความคาดหวังของพี่เค้าตั้งแต่ประเมินกลางปี (แต่ปีนี้ดันไม่มี!!) ไม่น่าจะต้องลากยาวมาถึงปลายปี.. กว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว (สำหรับปีนี้)…
 

Nov 21

รีบอัพเดตก่อนจะวนครบรอบอีกหนึ่งอาทิตย์..

จะว่าไปแล้วทำแค่ 2 อย่างเองล่ะ.. คือไปทาสีวงกบรอบ 2 ทาสีประตูรอบแรก แล้วก็ทางซุ้มประตูรอบ 3 ส่วนสีภายในไปทารอบ 3 ทาัยังไม่ทันทั่ว สีก็หมดอีก..

เฮ้อ.. หมดทุกอย่าง.. สีน้ำมันก็หมด.. ต้องไปซื้อมาเพิ่มอีก..

ตอนนี้ก็ป่วย ไม่รู้ไปกินอะไรมา.. ท้องร่วงหนักเลย.. เมื่อคืนตื่นมาถ่ายทุกๆ 2 ชม เลย..
วันนี้เลยลาป่วย แต่ตอนเย็นต้องถ่อสังขารมาบริษัท เพราะมี live stock future ฮือๆ..
ตอนเย็นมาถึงบริษัทไข้ก็ขึ้นอีก..
พรุ่งนี้ต้องมา test ระบบด้วย.. จะมาไหวไหมก็ไม่รู้ TT

ชีวิตเศร้า.. อยากจะหลบไปทำใจสักพัก

Nov 17

     เมื่อวานหยุดใช้แรงงาน 1 วัน เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพี่นางฯและส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย.. อันตัวข้าพเจ้าก็ได้มีส่วนร่วมในโครงการในพระอุปถัมภ์ของพระพี่นางฯ คือ สอวน. สาขาคอมพิวเตอร์ รุ่นที่ 1 และ 2 เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้กับเด็กที่พลาดท่าให้ สสวท. แต่มีใจรัก ได้เข้าค่ายอบรมบ่มเพาะวิชาการเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ สสวท ปีถัดไป.. โครงการนี้จัดตั้งขึ้นมาในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ารู้สึกย่ำแย่กับช่วงชีวิตสายคอมพิวเตอร์โอลิมปิกมากมาย แทบจะถอดใจกับเส้นทางเดินนี้ในทันทีที่ผลรอบแรกประกาศ ทิ้งความฝันทั้งหมดไว้เบื้องหลัง..  แต่โครงการนี้ก็ได้ต่อลมหายใจให้ข้าพเจ้าได้ตามล่าคว้าฝันต่อไป แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้ประโยชน์มากมาย นอกจากวิชาการแล้ว ยังได้มิตรภาพจากเพื่อนต่างสถาบันมากมายจริงๆ 🙂 แม้ว่าท้ายสุดข้าพเจ้าจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ได้ตระหนักถึงพระเมตตาของพระองค์ท่านที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและคอยอุปถัมภ์มาโดยตลอด

ขอน้อมถวายความอาลัย
นายธีรเดช หงส์พิสุทธิกุล
16.11.08 23:59

Nov 09

     วันนี้ไปทาสีงานไม้รอบสอง ไปถึงก็ขัดๆ ทำความสะอาด แล้วก็เอาขนแปรงออก.. ขัดขนออกยากมากกก.. สรุปว่า แทบจะขัดใหม่หมดเลย.. สีที่ทาไว้เมื่อวานแทบจะขัดออกไปหมด แง่มๆ.. ทีนี้มีปัญหากับแปรงทาสีอีกแล้ว คือว่า เมื่อวานทาเสร็จแล้ว ก็เอาแปรงไปแช่ไว้ในทินเนอร์ตามที่ผู้เชี่ยวชาญบอกมา.. แช่ข้ามคืนมาจนถึงวันนี้ ก็เททินเนอร์ทิ้งแล้วก็เอาสีมาแบ่งใส่แล้วก็ทาต่อ.. ทาไปเรื่อยๆ เจ้ย!! ทำไมมีเศษสีเต็มไปหมดเลยฟร่ะ เป็นเหมือนวุ้นสีที่แห้งเมื่อวาน ติดเต็มซุ้มประตู้ช้านเต็มไปหมดเลย.. ว่อยย.. เครียด นั่งครุ่นคิดอยู่นาน ก็เลยเอาไปล้างใหม่ ล้างในทินเนอร์ให้สะอาด.. แล้วก็สะบัดๆ เอาผ้าสะอาดมาเช็ดให้แห้งด้วยมือเปล่าเนี่ยล่ะ ทั้งเช็ด ทั้งตี ทั้งทุบ จนแปรงสะอาดเหมือนใหม่.. ส่วนแก้วสีก็ใช้ผ้าเช็ดเช่นกัน ไร้เศษสีที่แห้งกรังจากเมื่อวาน.. จากนั้นก็เริ่มงานอีกครั้ง.. ก่อนเริ่มทาขอไว้อาลัยซากผลงานเมื่อกี้ 1 นาที.. แล้วเดี๋ยวจะมาขัดแล้วลงใหม่นะจ๊ะ.. มีประสบการณ์แหล่ว..

     ส่วนวงกบประตูวันนี้ก็ทาสีน้ำมันไป 1 รอบแระ.. สีขาวควันบุหรี่เหมือนกับของโครงการ ทาไปเรื่อยๆเริ่มดึก พอก่อนดีกว่า ยังไม่ได้ทาบานประตูเลย TT

     มีงานไฟอีกส่วนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือ เมื่อวานตอนต่อปลั๊กไฟ จิ้มไขควงดูแล้วงง สับ breaker ลงแล้วทำไมยังมีไฟว่ะ แถมมีไฟออกมาจาก ground ด้วย เจ๊ย!! วันนี้ก็เลยไปดูอีกรอบ เพิ่งเห็นว่ามีไฟรั้วออกมาจาก L ด้วยแต่อ่อนกว่า แว๊กก.. เลยไปลองสับ breaker แอร์ที่ใช้ท่อไฟเดียวกันดู.. ปรากฏว่าปัญหาหายไปทันที.. มันเกิดจากอะไรครับทั่น.. ก็เลยไปเปิด Junction Box ภายนอกอาคารดู.. มีสาย G เหลืออยู่อันนึงไม่ได้ต่อ เป็นชุดของแอร์มั้ง ส่วนชุดของปลั๊กก็ต่อถูกต้องเรียบร้อยดี.. แล้วทีนี้..ไฟมันรั่วมากจากไหนครับทั่น G สลับกันป่าว แล้วไฟลงมา L ได้ไง ง๊ง งง ใครรู้ช่วยกระผมที

     ก่อนจากกันเอารูประบบที่ไม่เป็นระเบียบของระบบไฟเหนือฝ้ามาให้ดู.. ดูแล้วอย่าตกใจนะครับ.. มันเป็นระบบมากๆๆๆ

01112008363  บริเวณตู้เมนครับ ท่อสีเหลืองที่เห็นมันควรต่ออยู่กับกล่องใบนี้ครับ

01112008360 กล่องก็ยืนอยู่โดดเดียวอยู่อีกฝั่งนึง เยี่ยมมากครับ..