Aug 24

เมื่อวานอารมณ์เซ็งทำงานไม่ค่อยได้ ขืนทำต่อไปคงไม่ได้งาน แถมเครียดกว่าเดิมอีก ก็เลยหาเรื่องผ่อนคลายไปดูหนังดีกว่า ไปดูเรื่องกวน มึน โฮ ที่ตั้งใจจะดูมานานและ นี่อุตสาห์ไปดูตั๋วราคาเต็ม หนีมาดูวันที่คนอื่นไม่ค่อยได้ดู ก็ไม่คิดว่าคนจะเต็มโรงขนาดนี้ แถมวันนี้ผีเยอะอีกด้วย ผมคงไม่พูดมากแล้วครับ บ่นไปยังไง ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอ่ะครับ คนกลุ่มนั้นก็ยังคงไม่ได้รับรู้อะไร ยังปฎิบัติตัวเหมือนเดิม ผมก็เคยบอกเค้าด้วยความหวังดี แต่ก็โดนด่ากลับมา เฮ้อ.. คนเรานี่ ถ้ารู้จักคำว่ามารยาทหน่อยก็ดีนะครับ มารยาทในการอยู่ร่วมกันของสัตว์สังคม ตอนนี้ก็แค่ขอให้มีอะไรสักอย่างที่ไปกระตุ้นให้เค้าเหล่านั้นฉุกคิดขึ้นมา และถ้าให้ดีก็ขอให้เค้าปรับปรุงด้วยจะเยี่ยมมากครับ

กลับมาจากดูหนังนี่ก็ไม่ไหวจริงๆ ขอระบายใน FB ตามข้างล่างนี่ล่ะครับ นี่เป็นแค่ส่วนน้อย แต่ว่ามันทั้งเรื่องจริงๆ หลายคนคงคิดในใจว่า "ทำไมมรึงไม่ย้ายไปนั่งที่อื่นล่ะว่ะ มาบ่นเชี่ยไร" ก็ครับ ผมอยากจะย้ายที่นั่งจะตาย จะลุกๆหลายรอบแล้ว แต่ผมดันนั่งตรงกลาง แล้วซ้ายขวาคนเต็มทุกที่นั่ง ก็เกรงใจเค้าอ่ะ แต่ละคนนี่เอกเขนกได้ที่เลย สุดท้ายก็นั่งหงุดหงิดอยู่คนเดียว ต้นๆเรื่อง หนังมัน comedy ก็พอไหวครับ แต่ท้ายๆ drama แล้วพูดไม่หยุด แถมหัวเราะอีกต่างหาก ผมล่ะอึดอัดจริงๆ

ผมไม่ชอบอารมณ์แบบนี้เลยอ่ะ พอมีอะไรมา trigger ให้ต้องคิดนู้นนี่ แล้วสมาธิผมจะหลุดทันที สารเคมีในร่างกายมันตีรวนไปหมดจริงๆครับ แล้วในที่สุดผมก็จะดูหนังไม่สนุก ไม่รู้เรื่อง จะไม่ให้สนใจก็ไม่ได้ครับ มันเสียงดังจริงๆ สุดท้ายหนังจบกลับมาเครียดกว่าเดิม ไม่บรรลุวัตถุประสงค์.. ><

เริ่มออกทะเลแล้ว จริงๆตั้งใจจะบอกว่าระหว่างที่ดูหนังเรื่องนี้อยู่ พอถึงฉากหิมะ อยู่ดีๆน้ำตาก็คลอขึ้นมา ไม่ใช่เพราะเรื่องมันเศร้านะครับ มันเป็นเหมื่อนอารมณ์มันทะลักมาจากข้างในว่า นี่ล่ะ ความฝันของผมตอนเด็ก ในวัยที่เห็นคนอื่นๆไปเที่ยวต่างประเทศกัน เห็นหิมะ เห็นเค้าปาหิมะกัน เห็นแล้วอยากกระโดดลงไปซุก ไปเกลือกกลิ้ง ฮ่าๆ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันแข็งมันอ่อนยังไง มันก็เป็นจินตนาการวัยเด็กของผมล่ะ บางคนอ่านแล้วก็อาจจะหัวเราะอาจจะขำนะครับ ก็คนมันไม่เคยนิครับ ผมก็พูดได้อย่างไม่อายละครับว่า ผมยังไม่เคยเห็นหิมะ ยังไม่เคยสัมผัสหิมะ และอีกหลายๆอย่าง..  ไม่ต่างกับตอนที่ผมได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตอนปี2หรอกครับ ฮ่าๆ >< นึกแล้วก็ขำดี มันตื่นเต้นจริงๆครับ แต่พอโตแล้วมันมีกรอบอะไรก็ไม่รู้มาขวางกั้นความรู้สึกเต็มไปหมด เราก็แสดงออกได้แค่นั้นละครับ ไว้ฟอร์มนิดนึง ^^ 

ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างมันถูก recall ออกมาเรื่อยๆเลยครับ ก็คิดว่าถ้าเราได้ไล่เก็บความฝันของเราทีละอันๆไป เราคงมีความสุขมากๆเลยล่ะ ถึงตอนนั้นกรอบที่สังคมสร้างขึ้นมาคงไม่อาจขวางกั้นความรู้สึกที่อัดอั้นได้ ^^

 

ธีรเดช กำลังสร้างความสุขให้ชีวิต

Aug 17

ก้าวเดินอยู่บนชานชาลารถไฟฟ้าสยามพร้อมหยดน้ำตาที่ค่อยๆซึมออกมา

ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่รีบเร่งเพื่อเปลี่ยนขบวน 

บ้างก็สบสายตาทำหน้าฉงนปนสงสารแล้วผ่านไป

ฉันก็ยังคงเดินต่อไป และทิ้งคราบน้ำตานั้นเพื่อคอยย้ำเตือนว่าที่สุดแล้วชีวิตฉันต้องก้าวเดินต่อไป

ธีรเดช 

16/8/10 19:55

Aug 13

วันนี้เป็นวันเรื่องราวปะปนตีรวนกันในหัวเยอะมาก ตั้งสติไม่ค่อยได้เลย

 

1.บ้านน้ำรั่ว เซ็ง น่าเบื่อ ไม่อยากจะรับรู้เลย ไม่อยากไปตบตีกับช่างแล้ว.. พอพูดถึงช่างแล้วทุกอย่างมัน flash back เข้ามาในหัวหมดเลย งายชุ่ย หมกเม็ด ทำงานไม่เรียบร้อย มาซ่อมอย่างนึง แต่ไปทำอีกอย่างนึงให้เสีย ต้องคอยชี้จุด ต้องคอยคุมตลอดเวลา ยิ่งแรงงานต่างด้าวนี่ยิ่งปวดกบาล สื่อสารกันก็ไม่รู้เรื่อง แถมงานแย่มากๆ  ที่ผ่านมาเหมือนกระบวนการมันจบไปแล้ว เรายกขึ้นหิ้งไปแล้ว และพยายามปรับความคิดและสุขภาพจิตให้กลับมาเป็นปกติ แต่พอมีอะไรที่ต้องใช้ช่าง เหมือนหิ้งมันอันตรธานหายไป ของบนหิ้งก็ตกลงมาทับถมอีกครา.. รกสมอง! แต่มันก็ต้องคิดหว่ะ นี่มันบ้านเรานะเว้ย

 

2. หยุดสี่วันนี้คิดว่าจะรื้อยาแนวห้องน้ำ ทำใหม่ เพราะช่าง foreman แม่งเอา silicone เป็นหลอดมายิง แล้วมันไม่กันเชื้อราเว้ย ใช้ไปไม่กี่เดือน ราขึ้นครับพี่น้อง.. สรุปก็กู!! นี่แหละ ที่ต้องทำ ที่ต้องแก้ >< แขนก็ยังโคตรปวด จาก cable ski แล้วก็ต้องใช้แรงขัด ขูด ยาแนวเก่าอีก ทำไปร้องโอยไป มันไม่สนุกเลยครับ ยิ่งทำงานก็ยิ่งบาน  รอแห้ง เอาผ้าเช็ดรอยอีก ใช้แรงขัดอีกครับ ทำไปส่ายหน้าไป ทำไปคิดเรื่อยเปื่อยไป เงยไปดูนาฬิกา ห่านตี 1 กูกำลังทำอะไรอยู่ว่ะ… นึกถึงคำที่พี่ที่ office เคยบอก..  manhour ของเรามันต่างจากพวกเค้านะ มันคุ้มกันมั้ย ที่ต้องทำเอง… สำหรับเรามันคุ้ม มันภูมิใจ งานที่ออกมาก็เรียบร้อยปราณีตตามความต้องการเรา.. งั้นถ้าเรามองว่ามันเป็นงาน fine art บางที manhour ของเรา อาจจะดูน้อยนิดไปเลยก็ได้ครับ ^^

 

3. สืบเนื่องจากเมื่อคืนนอนหลับตอน ตี 5 แล้ววันนี้ต้องรีบตื่นมาให้ทัน 10 โมงเพื่อไปเดินงานเฟอร์นิเจอร์กับพี่สาว แต่แล้วก็ตื่นมาเป็นซากศพ ตอน 10 โมงเป๊ะๆ แต่ก็ลืมไปว่างานห้องน้ำยังค้างคาอยู่นี่หว่า ยังเคลียร์ไม่เสร็จ แล้วเราก็จะไม่อยู่บ้านอีก 2 วัน สุดท้ายก็ต้องรีบหยิบเครื่องมือช่างไปลุยต่อ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน นั่งทำไปก็นั่งคิดแบบเดิม นั่งร้องโอยๆจากความเจ็บปวด… นั่นสินะ กูกำลังทำไรอยู่ว่ะ ตอนนั้นไม่รู้อะไรประดาเข้ามาในหัวนะ… กลัวพี่ด่าเพราะต้องมารอ งานที่ออกมาจะดีมั้ยเพราะต้องทำแข่งกับเวลา ทำทั้งทีก็อยากให้ดีที่สุด อุตสาห์ทำงานดีตลอดแล้วมาตายตอนท้าย มันน่าเจ็บใจขนาดไหน (ข้อเสียของ perfectionist) บ้านน้ำรั่วก็ไม่รู้จะแก้ยังไง เดี๋ยวไปดูเฟอร์แล้วจะได้อะไรมั้ยน้อ ดูเสร็จแล้วไปไหนต่อว่ะ สุดท้ายก็คิดไปเรื่อยทำไปเรื่อยจนเสร็จ ตอนนั้นก็เกือบเที่ยง ลงมากินข้าวเช้า แล้วขึ้นไปอาบน้ำ แล้วจัดเสื้อผ้าเตรียมตัวไปทริป Aloha กับเพื่อนสวนฯ แล้วก็พร้อมออกเดินทางตอน บ่ายโมง  เลทไป 3 ชม.. แต่พี่ไม่ว่าอะไรสักคำ ขอบคุณนะ

 

4. ออกเดินทางไปงานเฟอร์ที่ศูนย์สิริกิติ์ เดินทางด้วยอารมณ์นัวร์สุดๆ โลกนี้มืดมน ง่วงนอน ปวดหัว ล่องลอย จนถึงงาน เข้าไปรู้สึกว่ามีบูธน้อยจัง เดินๆไปวนไปมาจบครบทุกร้าน ได้เก้าอี้ผู้บริหารมาตัวนึง.. เป็นความใฝ่ฝันมาแต่เด็กว่าอยากมีห้องนอนส่วนตัว มีโต๊ะทำงาน แล้วก็มีเก้าอี้สบายๆไว้นั่งทำงาน ที่ไม่ใช่เก้าอี้หัวล้าน นั่งหลังตรงเกร็งทำงานตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน สรุปก็ได้เก้าอี้หนัง PU สีน้ำตาลดำ มาตัวหนึ่ง ราคา 4,000 ครั้งนี้ขอทุ่มทุนหน่อย เพื่อความสุขในการหลับระหว่างทำงาน ^^ เดี๋ยวต้องซื้อพรมมารองพื้นปาเกต์ด้วย ไม่งั้นเยิน… ว่าแต่นั่งไปนานๆแล้วจะได้เป็นผู้บริหารป่าวอ่ะ

 

5. ระหว่างเดินดูเฟอร์ก็มี sms มาเซอร์ไพรส์ ให้ตกใจเล่นๆ ไอ่น้องหมอที่พูดถึงใน blog ก่อนๆ ตอนเช้ายังไปราวน์คนไข้อยู่หาดใหญ่อยู่เลย ตอนบ่ายมันบินมากรุงเทพฯซะแระ น้องมันจะกลับไปเซอร์ไพรส์แม่บ้านที่กาญฯ พี่ยกนิ้วให้เลยหว่ะน้อง… ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวจริงๆ กลับไปบ้านกอดแม่ร้องไห้กันให้พอใจเลยนะครับ ^^ ฟังแล้วมีความสุข แต่ก็ปนไปด้วยความทุกข์ว่า น้องมันอุตส่าห์บินมาเฉี่ยวกรุงเทพฯ แต่เราก็ดันหนีไปจันทบุรีซะนี่… อะไรกันว่ะ อะไรกันว่ะ เสียใจๆ… ก็ดาวน์ไปอีกหนึ่งดอก

 

6. หลังจากนั้นก็เดินๆด้วยอารมณ์กระวนกระวายเต็มที่เหมือนฉีดคาเฟอีนเข้าเส้น ใจเต้นแรง มึนหัว กล้ามเนื้อหมดแรง เหมือนอยากจะออกไปจากบริเวณนี้ไวๆ จนบางทีอาจจะทำอะไรที่ขาดสติออกไป จนทำให้เข้าใจผิดกันกับพี่สาว โอย.. งานเข้า แต่มีอะไรก็ต้องรีบเคลียร์ให้จบครับ อย่าให้ติดค้างคาใจกัน มีอะไรก็บอกกันครับ บอกแล้วก็อย่าถือโทษโกรธกัน ให้เปิดใจรับฟังกันครับ และร่วมแก้ปัญหา แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้มาจากตอนที่ทำงานชมรมเลยล่ะครับ ได้ใช้เยอะมาก และมันก็ใช้ได้จริงครับ  ตอนนั้นโคตรจะ Sympathy เลย… เข้าใจความรู้สึกคนอื่นไปซะทุกเรื่อง แล้วก็อินเสียด้วย จนบางทีก็โดนเพื่อนเตือนว่า …เมิงคิดมากไปป่าวว่ะ กูไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นนะ เค้าไม่คงไม่ได้ตั้งใจว่ามึงหรอกนะ คิดมากไปแล้วเพื่อน… นั่นแหละครับ อารมณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความนึกคิดของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน แล้วมึงเป็นพระเจ้าอะไรจะไปตรัสรู้ความรู้สึกทุกคนได้.. หลังจากนั้นก็เพลาๆลง และก็มีบางเรื่องที่ทำให้ต้องกดความสามารถจุดนี้ไป เพื่อให้เราก้าวต่อไปได้.. 

 

ตอนนี้เรากะลังอยู่ระหว่างทาง เรามองดูวิวรอบข้าง… มองผู้คนผ่านไปมา เห็นคนนั้นมีความสุข คนนู้นมีความสุข ผิดไหมถ้าเราจะตักตวงความสุขที่มันล้นเหลือจากข้างทางนั้น มาเติมในใจเรา เติมไปเรื่อยๆก็หวังว่ามันจะเต็มในสักวัน และหากใจเราเปรียบดั่งตอกสาน เราก็ยังคงหวังว่ามันจะถูกเติมให้เต็มได้ในสักวัน 

 

ธีรเดช ณ ภาวะที่คุ้นชิน แต่ยังไม่ชาชิน

Aug 09

ผ่านพ้นมาอีก 1 ปี กับวันคล้ายวันเกิดของข้าพเจ้า ปีนี้เป็นปีที่มีความสุขเอามากๆเลยละครับ 

แม้ว่าจะแก่ขึ้นมาอีกหนึ่งปี ตอนนี้ก็ 26 แล้ว แต่ใจกลับยิ่งกระปรี้กระเปร่า เพราะผ่านพ้นวัยเบญจเพสแล้วครับ ปีนี้จะเที่ยวให้บ้าคลั่งเลย ตารางเที่ยวเต็มเอี๊ยดดด คอยดูนะครับ ผมจะทำให้เห็นว่าการไปเที่ยวไม่ใช่แค่การไปพักผ่อน เปลี่ยนสถานที่เล่นไพ่ แต่การไปเที่ยวจะทำให้ตัวเราพัฒนาขึ้น มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ^^

ปีที่ผ่านมาได้พบปะผู้คนหลากหลาย ได้ทดลองทำงานอะไรใหม่ๆ ได้เดินตามเส้นทางที่ตัวเองเลือก ได้รู้จักมิตรภาพที่แท้จริง ได้พบกับคำว่าเพื่อนแท้อีกครั้ง ได้กลับไปมองโลกด้วยมุมมองเดิมๆอีกครั้ง ใครว่าเบญเพสมันทำให้เกิดแต่เรื่องร้ายๆล่ะครับ 

เย็นวันที่ 6 Aug Birthday Eve เพื่อนๆสมัยประถม ก็นัดกันไปกินข้าว ร้องเกะกัน ที่ร้านกลัวดัง แถวๆเดอะมอลล์ท่าพระ วันนี้เมื่อปีที่แล้วเราก็เป็นคนนัดเพื่อนๆมากินข้าวเหมือนกัน กินกันจนข้ามวันแล้วก็ Happy Birthday ให้เรา ^^  มีความสุขมากๆ หนึ่งปีผ่านไป ปีนี้มาพร้อมกับเค้กก้อนโตเขียนหน้าถึงพี่เคน ว่ะฮ่าฮ่า กลายเป็น alias name ไปแล้ว มีความสุขมากครับ ขอบคุณเพื่อนๆประถมทุกคนนะครับ ที่ยังระลึกถึงกันอยู่ ขอบคุณยุ้ยที่ Phone In มาจาก Jordan เพื่อมาร่วมร้องเพลง Happy Birthday และอวยพรให้เรา ^^ ประทับใจมากครับ

ตื่นมาเช้าอีกวัน เพื่อไปร่วม 1-day trip กับแก๊งค์ Settrade ไปเล่น Cable Ski กันล่ะครับ เป็นครั้งแรกเลย อยากเล่นมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครชวนไป จริงๆแล้วชอบกิจกรรม Adventure เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ถ้าใครที่ชอบแนวเดียวกันแล้วอยากหาคนร่วมทริปก็บอกมาได้นะครับ ^^ วันนี้ก็ไปเล่นกันที่บึงตะโก้ ที่สมุทรปราการล่ะครับ ค่อยๆฝึกจาก Board นั่ง ได้แล้วก็ค่อยขยับมาเป็น wake board แต่ย่อขาไว้เพื่อฝึกการทรงตัวก่อน ฝึกเป็น 10 รอบ ถึงจะเริ่มทรงตัวได้ แต่ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว สำหรับการเล่นครั้งแรก น้องๆก็ถามว่าพี่ธีเล่นครั้งแรกจริงๆเหรอ ก็ใช่ครับ หรือว่าเราอาจมีทักษะจากการเล่น Ice Skate มาก่อนหว่า ^^ สนุกมากๆ มันส์มากๆ เลยจริงๆ เล่นจนแขนล้า เปรี้ยไปทั้งตัว แถมได้แผลกลับมาอีก 55 ก็คิดอยู่ว่าพรุ่งนี้ระบมตัว.. แล้วมันก็จริงๆครับ ร้องโอยทุกท่าที่ขยับ T.T

 

จบจาก Cable Ski ก็ไปกินอาหารเวียดนามที่ VT แหนมเนือง  อร่อยมากเลย ชอบๆ

กินเสร็จก็ไปลุยกันที่บ้านน้องปอม เป็น party เปิดห้องโฮมเธียร์เตอร์ใหม่ ^^ ก็ไป Sound Check กันพอเป็นพิธี แล้วก็ลงมาลุย BBQ กัน อาหารอร่อยมากเลย น้ำพันช์ฝีมือแฟนปอมก็อร่อยสุดๆไปเลย กินเสร็จก็ขึ้นไปคาราโอเกะกันต่อ เครื่องเสียงดีๆ จอดีๆ บรรยากาศดีๆ นั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลายดีจัง (อยากมีห้องอย่างงี้บ้างจังครับ) ร้องเกะ 2 วันติดเป็นอะไรที่ทรมานคอจริงๆ ร้องกันเข้าไปให้เสียงแหบแห้ง ระหว่างร้องก็มีคั่นรายการด้วย Roulette จากพี่แป้งครับ เล่นกันขำๆครับ ไอ่เราก็ปั่นได้ มะม่วงน้ำปลาหวาน 55 สังสรรค์กันพอสมควรแก่เวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้านครับ 

 

ถือเป็นการฉลองวันเกิดที่มีความสุขมากเลยครับ กิจกรรมเต็มวันจริงๆ แม้ว่าหลายๆคนจะไม่ทราบว่าวันนี้วันเกิดผม แต่แค่ได้มาร่วมทำกิจกรรมร่วมกันในวันดีๆอย่างนี้ ผมก็ดีใจแล้วล่ะครับ ^^ วันเกิดสำหรับผมมันก็เป็นแค่วันธรรมดาๆวันหนึ่ง ที่ใช้เตือนให้เรารู้ว่าเอ็งจะแก่ขึ้นอีก 1 ปีแล้วนะ เอ็งจะปล่อยให้วัยวุฒิเพิ่มอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องพาคุณวุฒิตามไปด้วย เอ็งต้องเติบโตขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ามิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทางหรอกครับ 

 

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมอวยพรวันเกิดนะครับทั้งทาง SMS, MMS, Facebook และผ่าน Blog แห่งนี้ 
และขออภัยด้วยที่ไม่สามารถตอบกลับได้ทุกคน ขอบคุณจริงๆครับ ^^

 

ธีรเดช อายุยี่สิบหก

Aug 03

 

…ฉันไม่ได้เกิดความรู้สึกเช่นนี้มานาน

ก่อนนั้นฉันทำให้ตัวฉันไร้ความรู้สึก

ไร้ซึ่งการรับรู้ ความเคลื่อนไหว 

การเปลี่ยนแปลงไปของอารมณ์และสิ่งมีชีวิตรอบข้าง

 

…ฉันไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนี้มานาน 

แรกเกิดมันก็หอมหวานชวนฝัน ชวนให้ติดตรึง คะนึงหา

รู้ก็รู้ว่าสักวันนึงไม่ช้า ไม่นาน มันคงค่อยๆจางหายไป

ความว่างเปล่าโดดเดี่ยว ในห้วงจิต คงคิดจะกินกัดกร่อนหวนคืน

 

…ฉันไม่ได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนี้มานาน

ไม่ต้องเกรงหรือกลัวว่าจะสูญเสีย 

ฉันจะคอยดูแล บำรุง เฝ้ารักษา และทะนุถนอม

คงไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ฉันจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด..

 

— ธีรเดช 3/8/10 05:15