Sep 19

 

อยากให้ใจได้พักผ่อน อยากให้ใจได้มีที่อยู่ที่สงบ

อยากจะฝากใจไว้กับสถานที่ที่ไม่ต้องกังวลอะไร

อยากให้ใจได้อยู่นิ่งๆอยู่ในนั้น

 

ยามที่กายทุกข์ ฉันจะได้รู้ว่าใจไม่ทุกข์

ฉันยังมีที่ที่สามารถพากายกลับไปสู่ใจที่สงบได้

ใจจะได้ช่วยเยียวยาได้บ้าง

 
 
ชาติที่แล้วฉันทำกรรมไว้มากมายเช่นนี้เลยหรือ
 
ธีรเดช ไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจ
Sep 13

หลังจากจบช่วงเวลางานเร่งก็ได้กลับมาบ้านเสียที ตั้งแต่ย้ายมาบ้านใหม่ เรานอนที่ office มากกว่าที่บ้านเสียอีก >< แต่มันก็จำเป็นหว่ะ งานเร่ง ต้องเขียนอะไรใหม่ๆ ต้องเรียนรู้โดยใช้เวลาอันสั้น จะศึกษาเองก็ต้องใช้เวลานิดนึง ก็เลยต้องศึกษาจากผู้มีประสบการณ์นี่ล่ะ ทำงานไปเรื่อยๆสงสัยอะไรก็ถาม ถามเสร็จก็ทำๆๆๆ แต่เราไม่ชอบการศึกษาอย่างงี้ว่ะ เราชอบศึกษาพื้นฐานให้แน่นก่อนแล้วค่อยเอามาประยุกต์ใช้ สรุปคือเราควรจะรู้ basic และ concept รวมถึง Architecture ของสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ก่อน แล้วค่อยเอาไปใช้พัฒนาจริงๆ มันจะมีประสิทธิภาพกว่า รู้สึกเหนื่อยและเครียด เวลาต้องศึกษาอะไรใหม่ๆแล้วมีเวลามาบีบ ให้ตายสิ!! คนแต่ละคนแม้จะมีเป้าหมายเหมือนกัน แต่ขั้นตอนและวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นย่อมแตกต่างกัน ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเครียดจริง ปวดหัวจริง จิตตกจริง ไม่ได้ใช้ตัวแสดงแทน นะจ๊ะ >< 

โดยส่วนตัวช่วงหลังๆเป็นคนที่สมาธิสั้น ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจเรื่องอะไรสักอย่าง.. จะมีบางช่วงที่องค์ลง เหมือนมีโปรโมชั่น สมาธิแน่วแน่มาก สามารถเข้าใจอะไรก็ได้ในแว๊ปเดียว แล้วจำติดหัวนานด้วย สิ่งวอกแวกทั้งหลายก็ไม่สามารถหยุดฉันได้ แม้แต่ความหิว… >< 

และพอต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า lnw โอ้วบร๊ะจ้าววว… มันคนละเรื่องกันเลย ประสิทธิภาพมันต่างกันจริงๆหว่ะ คนรอบข้างที่ใกล้ชิดเราอาจจะบอกว่าเราก็เทพ แต่เทพก็แบ่งได้หลายระดับนะจ๊ะ >< เวลายิ่งผ่านยิ่งเกิดการเปรียบเทียบมากขึ้น เราก็เข้าใจนะว่าแต่ละคนก็มีวิธีการในการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน แต่มันกดดันหว่ะ เฟลด้วย >< ยิ่งพูดไปมากๆก็เหมือนเล่า blog เก่าๆ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เราอยากปรับปรุงนะ ไม่ใช่ว่าเราจะย่ำอยู่อย่างงี้ไม่ไปไหน มันไม่ใช่วิสัยของเราเว่ย.. เราพร้อมจะก้าวต่อไปนะ แต่ตอนนี้ขอทำให้กระบวนการในหัวของเรากลับมาให้เหมือนเดิมก่อน.. ทำไงก็ยังลองผิดลองถูกอยู่ ถ้าไม่ได้จะไปให้หมอผ่าหัวเล่น ><

 

กลับเข้ามาประเด็นที่ต้องการเขียนจริงๆก่อน >< พอมีโอกาสได้กลับมานอนบ้านก็จะหาเวลาไปออกกำลังกายครับ ว่ายน้ำที่สระในหมู่บ้านนี่ล่ะ เฉลี่ยตอนนี้ว่ายเดือนละครั้งได้ 55 หวังว่าหลังจากนี้จะมีเวลาว่ายมากขึ้น เพราะตั้งแต่ซื้อกางเกงว่ายน้ำกับแว่นว่ายน้ำสายตาอันใหม่มา เพิ่งได้ใช้แค่ครั้งเดียวเอง ><.. วันนี้ก็วิดพื้น ยกดัมเบลล์ด้วยนิดหน่อย พอกระตุ้นให้กล้ามเนื้อได้ทำงานบ้าง  ^^ 

และระหว่างที่ว่ายน้ำอยู่นั้น อยู่ดีก็นึกถึงตอนเด็กๆหว่ะ จริงๆก็ไม่เด็กนะ ป.3 ป.4 มั้ง.. ตอนที่เพิ่งย้ายมากรุงเทพฯใหม่ๆ ต้องนั่งรถโรงเรียนไปเรียนทุกเช้า จากบางพลัดไปเสสะเวชท่าพระ ทุกเช้าหม่าม้าต้องมาปลุกที่ชั้น 4 ปลุกอย่างเดียวไม่พอก็ต้องฉุดมือเราให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วไปนั่งรอที่ปลายเตียง รอให้เราขี่หลัง แล้วก็แบกเราลงบันไดไปชั้น 2 ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเราก็ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเรียน รอกินอาหารเช้าที่โต๊ะ แล้ววันไหนที่ขี้เซาจัดๆ หม่าม้าก็ต้องแบกลงไปชั้น 1 เพื่อไปรอรถโรงเรียนแต่เช้า ต้องก้มเปิดประตูม้วนอันหนักอึ้งอีก ส่งเราเรียนเสร็จ ก็ต้องทำงานบ้านต่อ แล้วก็เตรียมตัวไปทำงาน.. วันนี้ก็นั่งคิดว่าหม่าม้าแบกได้ไงว่ะ ตอนนั้นก็อายุ 45 แล้วนะ.. ไม่ใช่น้อยๆ  ถ้าเกิดก้าวพลาดล้มตกบันไดขึ้นมาจะเป็นยังไง (ตอนคิดเราคงยึดน้ำหนักตอนนี้ล่ะนะ ก็เลยรู้สึกผิดเป็นพิเศษ) แง่มๆ ก็เลยคิดว่าหม่าม้าเราทำเพื่อเรามามากมายขนาดไหน คอยดูแลเรา อดหลับอดนอน อาบเหงื่อต่างน้ำ หาเงินเลี้ยงดูเรา ให้การศึกษาเรา บุญคุณมากล้นเหลือหลาย เราคงต้องดูแลท่านให้ดีให้สมกับที่ท่านดูแลเราจนเติบใหญ่ได้จนถึงขนาดนี้ 😀

 

ลูกหมารักหม่าม้าก๊าบบบ..

ธีรเดช จับฉ่ายโหมด

 

ปล. วันนี้ยิ้มให้สระว่ายน้ำ ท้องฟ้า และต้นไม้รอบๆสระด้วยล่ะ บ้าไปแร้วววววววว

Sep 01

หลังจากค้างแรมที่ออฟฟิศเป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ นั่งปั่นงาน ปั่นหัว แบบไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง วันนี้พี่หัวหน้าเลยเรียกหมอนวดเข้ามานวดให้ถึงออฟฟิศก็หวังว่าจะได้ผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้บ้าง ก็นวดแผนไทยครับ ครั้งนี้เป็นการนวดแผนไทยเป็นครั้งที่สองหลังจากเดินทางไปนวดถึงโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรีเมื่อปีที่แล้ว.. แม้ว่าท่าหรือวิชาของแต่ละสำนักไม่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือความระบม ณ เวลาที่เขียนบล็อกอยู่นี้ ผ่านไป 12 ชม. ความปวดระบมกำลังก่อตัวขึ้นทีละจุดๆ ซึ่งรับรองว่าพรุ่งนี้ตื่นมาข้าพเจ้าจะปวดยิ่งกว่า >< ซึ่งความปวดจากการนวดนี้อาจจะเป็นอุบายที่ทำให้ร่างกายเรารู้สึกว่าอาการเจ็บปวดก่อนหน้านี้ได้ทุเลาลง จากการสอบถามเพื่อนๆที่เป็นหมอก็บอกว่ามีส่วนจริงอยู่บ้าง 

นวดทั้งตัวใช้เวลา 2 ชม. เป๊ะๆ หลังจากนวดเสร็จตัวก็เบาหวิวทันที เดินเหินยังกะลอยได้ ก็เลยเหาะไปซื้อของกินมารองท้องหน่อย ทันใดนั้นเอง ขณะที่อ้าปากเพื่อกินอาหาร ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจติดขัดขึ้นมาทันที อาการนี้เคยเกิดเป็นพักๆตอนช่วงที่เหนื่อยๆ หรือออกกำลังกายหนักๆ อาการมันจะเหมือนหอบหืดครับ พอเป็นก็หยุดพักแป๊บเดียวมันก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ครั้งนี้มันไม่ปกติครับ เหนื่อยก็ไม่เหนื่อย อยู่ดีๆก็เป็น แล้วก็ไม่หายด้วย ทรมานสุดๆ ลองจับชีพจรดู มันขึ้นถึง 120 ครั้ง/นาที เลย หลังจากนั้นก็รู้สึกเหนื่อยมาก เป็นตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 6 โมงครึ่งก็ทนไม่ไหว ทำงานไม่ค่อยได้ รู้สึกหน้าอกมันตุ๊บๆตลอดเวลา ก็เลยลองไปนอนพักดูเผื่อจะดีขึ้น

นอนไปได้สัก 2 ชม ตื่นขึ้นมา อ่าวตายล่ะ! เต้นแรงและถี่เหมือนเดิม >< เอาไงดีว่ะ ลองจับชีพจรดูอีกที เฮ้ย จับไม่ได้หว่ะ มันเต้นไม่สม่ำเสมอเลย เต้นไม่เป็นจังหว่ะ เต้นเร็วบ้าง ช้าบ้าง แรงบ้าง เบาบ้าง แปรผันตามจังหวะการหายใจด้วย กูเป็นไรว่ะ ตอนนั้นโคตรตกใจ ก็เลยลองให้พี่ที่ office ช่วยลองจับชีพจรดู ก็กลัวว่าจะรู้สึกไปเองคนเดียว แต่พี่เค้าก็ว่ารู้สึกเหมือนกัน และบอกว่ามีบางช่วงเหมือนชีพจรหายไปด้วย ><  เครียดเข้าไปใหญ่ ก็เลยโทรไปปรึกษาหมอ ก็บอกให้ไปโรงพยาบาลให้เค้าวัดคลื่นหัวใจลองดูว่าปกติไหม แต่เราก็ดื้อว่ะ คิดว่ารอดูอาการก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปหา ระหว่างนั้นก็ดันคิดอะไรแผลงๆได้ เออ อยากเต้นแรงดีนัก กูก็จะเร่ง beat ขึ้นไปให้ถึงตรงนั้น แล้วก็หวังว่ามันจะกลับลงมาสู่ภาวะปกติได้ ก็เลยวิดพื้นไปเลย ตามด้วย Jogging ต่อ ให้ beat มันเต้นเลยจุดนั้นไปนิดนึง เอาว่ะถ้าเป็นลมก็จะได้รู้ไปว่า ความดันต่ำ แต่ก็ดูไม่เป็นไรนะ ก็นั่งพักแป๊บนึง รอ beat ลงมา มันก็ค่อยๆลงมาเรื่อยๆ แล้วก็ลงไปต่ำกว่าที่เป็นอยู่นิดนึง แต่ก็ยังเร็วอยู่.. ก็ไม่สนล่ะ ก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แล้วก็คอยจับชีพจรเป็นช่วงๆ นั่งทำวนๆยังงี้ไปเกือบ ชม. ก็รู้สึกว่าชีพจรมันช้าลงนะ อาการแน่นหน้าอกก็ลดลงแต่ก็ยังรู้สึกแน่นหายใจไม่ค่อยออกอยู่ ซึ่งมองโดยรวมแล้วก็ดีขึ้น อาการเต้นไม่เป็นจังหวะก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พอจะนับคร่าวๆได้แล้ว ก็คิดว่าไม่ไปหาดีกว่า มันคงจะดีขึ้นล่ะ

จนถึงตอนนี้อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับแล้วครับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ จะพยายามนอนให้เป็นเวลา ทานอาหารให้เป็นเวลา ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ร่างกายจะได้แข็งแรง พร้อมไปเที่ยวครับ ^^

 

บันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางการแพทย์

ธีรเดช ณ วันที่หัวใจอ่อนแอ