Oct 31

นี่เราไม่ได้เขียน blog มาจะครบเดือนแล้วเหรอนี่ วันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน คงเป็นอย่างที่เค้าบอกกันสินะว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ จะว่าไปช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมาเราก็มีความสุขจริงๆนะ มันเป็นความสุขที่ล้นมากๆ ไม่รู้สินะว่าทำไม คงเป็นเพราะเราปรับมุมมองต่อโลกใบนี้ใหม่ล่ะ ไม่คิดว่าตัวเองสามารถทำได้เหมือนกัน จริงๆแต่ก่อนเราเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกโคตรๆเลยนะ แต่แล้วด้วยสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เราต้องปรับมุมมองของตัวเองให้รู้เท่าทันด้วย ไม่งั้นโดนหลอกหัวแบะ จากที่มองบวกจ๋าๆ ก็ค่อยปรับมาลบบ้างๆ แล้วยิ่งช่วงที่มาสร้างบ้าน ต้องติดต่อช่างรับเหมา โดนช่างทิ้งงาน อะไรต่างๆมากมาย ก็ยิ่งเป็นช่วงที่กราฟความชันติดลบค่อนข้างมาก วิ่งปรู๊ดเป็น expo เลยทีเดียว รู้สึกตัวเองเป็นอะไรสักอย่าง โลกมันดูมืดมนไม่สดใสดังเดิม รู้สึกเฟลมากๆ เบื่อการติดต่องานกับผู้ใดทั้งสิ้น จนได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องคนหนึ่ง น้องเค้าเป็นคนที่มองโลกบวกมากๆ ทุกอย่างดูสดใส ซึ่งมันก็คอนทราสต์กับเราในช่วงนั้น และพอได้รู้จักมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตเราคล้ายกันมาก แทบจะซ้อนทับกันเลยล่ะ นั่นทำให้เราพอมองเห็นภาพของการปรับเปลี่ยนมุมมองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราอยากปรับปรุงอยู่แล้ว แต่มันเคว้งเหลือเกิน เหมือนพอรู้ว่าอยากทำตัวเองให้ดีขึ้น แล้วดีขึ้นนี่มันยังไง อะไรคือดีขึ้น แล้วดีเท่าไรมันจะพอ คืออย่างน้อยมันต้องมี benchmark บ้างล่ะ มีสิ่งให้เราได้ยึด ได้ทดลอง ได้ปฎิบัติ ได้วัดผล สุดท้ายก็ได้การเปลี่ยนแปลงออกมา

เราแทบจะไม่เชื่อตัวเองด้วยซ้ำว่าจะเปลี่ยนมุมมองของตัวเองได้แบบพลิกขนาดนี้ บางเรื่องที่ดำมืดสุด ก็สามารถมองให้ขาวได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ที่ปรับเปลี่ยนมาครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะนิ่งหรือลงตัวแล้ว เราก็ไม่รู้ว่ามันจะอยู่อย่างนี้ไปได้อีกนานเท่าไร แต่ในเมื่อเรายังมีความสุข เราก็จะรักษาให้มันคงอยู่ได้นานที่สุด คงไม่มีใครอยากกลับไปทุกข์หรอก ใช่ไหมครับ..

หลายคนบอกกับผมว่าเวลาผมยิ้ม…  ผมจะยิ้มแต่ปาก แต่ตาไม่ยอมยิ้ม มันเหมือนคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา

แต่ตอนนี้เวลาผมยิ้ม มันยิ้มทุกส่วนจริงๆ ผมยิ้มมาจากข้างในแล้วนะครับ

 

สวัสดีวันฮาโลวีน
ธีรเดช ณ ช่วงเวลาแห่งความสุข

Oct 01

วันนี้ได้มีโอกาสไปดู หงส์เหนือมังกร เดอะมิวสิคัล ที่รัชดาลัย เอสพลานาด มาครับ ชอบมากกกกกกก 😀

ตั้งแต่ที่เปิดตัวละครเวทีเรื่องนี้มา ก็รู้สึกไม่ได้รู้สึกว่าอยากดูเท่าไร แม้ว่าโดยส่วนตัวจะชอบหงส์เหนือมังกรฉบับละครโทรทัศน์อยู่ก็ตามที ประกอบกับเห็นใบปิด มีแพท แบงค์แคลช แล้วก็โตโน่ สำหรับแพทจริงๆก็อยากเข้าไปดูตัวเป็นๆสักที เพราะไม่เคยได้มีโอกาสชมความสามารถเลย ส่วนแบงค์ ไม่ค่อยชอบเสียงหอนตอนร้องเพลงก็รู้สึกเฉยๆ ส่วนโตโน่นี่กลัวจะซ้ำรอยบี้ครับ ไม่ค่อยประทับใจบี้เท่าไร ดูขาดๆเกินๆ แต่หลังจากได้ดูรายการอะไรสักอย่างที่สัมภาษณ์โตโน่ก็รู้สึกว่าชื่นชมหว่ะ ชื่นชมความคิดของเค้า เป็นผู้ใหญ่มากๆ โคตรประทับใจ ก็เลยอยากติดตามผลงาน 

หลังจากที่เห็นใบปิดครั้งแรกมันก็จบแค่ตรงนั้น ไม่ได้สนใจอะไรอีกเลย จนวันหนึ่งต้องเข้าไปดูอะไรบางอย่างใน Thai ticket major ดันไปเจอเรื่องนี้เข้า ก็เลยเข้าไปกดเล่นๆ ดูว่าคนจองไปถึงไหน กดไปกดมา.. ที่นั่งดีนี่หว่า แง่มๆ เอาไงดีๆ จะดูดีมั้ยว่ะ เข้ามาอีกรอบคงโดนแย่งแน่ๆ สรุปก็กดซื้อไป >< ได้ตั๋วมาหนึ่งใบ  จากนั้นก็เก็บลืมมมมมมมม

 

จนมันก็มาเตือนใน calendar (โชคดีนะที่จดไว้) ก็เลยต้องจรลีไปดูครับ ไปดูแบบง่วงๆ ไปดูแบบขี้เกียจๆ ไปดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย… 

 

แต่แล้วความรู้สึกหลังออกจากโรงละคร เชดดดดดดดดดด.. แมร่งทำดีหว่ะ ชอบมาก แม้ว่าจะดูอยู่หลังๆชั้น 2 ราคาถูกสุดก็เถอะ แต่นักแสดงส่งพลังมาถึงหว่ะ รับเข้าไปเต็มๆ (ไม่เหมือนตอนบัลลังก์เมฆ นอยมาก ดูที่แพง แต่ยังไม่ถึง ><)  

 

นักแสดงทุกคนก็เล่นดีมาก แบงค์นี่เกิดคาดจริงๆ ร้องเพลงเพราะมากกกก ร้องแบบไม่หอนนี่เสียงโคตรหล่อ ประทับใจหว่ะ มีพลังสุดๆ  โตโน่นี่ก็แสดงดี เสียงร้องก็ถือว่าดีเลยล่ะ ส่วนแพทนี่ตอนดูก็รู้สึกว่า ยังได้อีกหว่ะ มันยังไม่สุดอ่ะ เราอาจจะคาดหวังไว้เยอะก็ได้สำหรับแพท จากการที่ฟังคนนู้นคนนี้เล่ามาเยอะแยะ คือเค้าก็ร้องดีอยู่แล้วล่ะ แต่แหม.. ยังไม่ถึงใจ ฮ่าๆ หวังสููงเกิ๊นน.. ^^

 

สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ เพลงและดนตรีเพราะมากครับ เพลงธีมของแต่ละตัวละครชัดเจนดีครับ ฟังแล้วก็เข้าใจว่ากำลังพูดถึงใครอยู่ ชอบๆ 

 

สิ่งที่ประทับใจมาโดยตลอดสำหรับละครเวทีค่ายนี้คือ โปรดักชั่น และเทคนิคในการเปลี่ยนฉาก สุดๆไปเลยครับ คิวต้องเป๊ะจริงๆ และไอ่ที่ยืดๆหดๆได้จากพื้นเวทีนี่ ชอบเป็นการรส่วนตัวเลย ใช้ประโยชน์พื้นที่ได้คุ้มดีครับ ^^ แล้วไอ่ที่เลื่อนๆบนพื้นเวทีเนี่ย ดูกี่ทีก็ยังบอกไม่ได้ว่ามันเลื่อนยังไง ใช้กลไกอะไร ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะครับ สงสัยมานานละ

 

อ่อ มีเรื่องบทอีกอย่างหนึ่ง สำคัญมากๆ สำหรับเรื่องหงส์เหนือมังกรนี้ ให้น้ำหนักแต่ละตัวละครกำลังดีเลยครับ ดูแล้วไหลลื่นตลอดเวลา ฉากตื่นเต้น ฉากไล่ล่า โอ้ยยย..  ครบรสจริงๆครับเรื่องนี้ เนื้อเรื่องก็พลิกผันตลอดเวลา ต้องลุ้นจนจบเลยทีเดียว 

 

เรื่องนี้มีคำพูดเด็ดๆเยอะมากครับ ข้อคิดในการใช้ชีวิตก็เยอะ สอดแทรกไว้ในบทพูดและเนื้อเพลงเต็มไปหมดเลยครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ายัดเยียดนะ หลายอันก็โดนครับ แต่เสียดายจำคำพูดไม่ได้ >< (เป็นปัญหาของตัวเองมาตลอด จำ quote ที่ประทับใจไม่ค่อยได้ รู้ว่าประทับใจ แต่มันจำไม่ได้นี่หว่า ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน)

 

ดูเสร็จนี่ตาบวมเลย ขี้แยสุดๆ เนื้อเรื่องมันอินจริงๆนะ นักแสดงก็เล่นดีด้วย แล้วไอ่เราก็ชอบบทดราม่าอยู่แล้วด้วย ก็เลย resonance เข้าไปใหญ่ ก็เลยเต็มที่ไปเลย ฮ่าๆ

 

สรุป หงส์เหนือมังกร เดอะมิวสิคัล ดีมากครับ ถือว่าดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยดูละครเพลงมาเลยล่ะ ก็อยากให้ใครที่สนใจละครเพลงก็ลองซื้อตั๋วเข้าไปชมดูนะครับ รับรองว่าประทับใจ ^^