Aug 13

(1 CHY = 5 THB)

ได้เวลาเปิดสมุด จดบันทึกเรื่องราวอีกคราแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้ไปไหนไกล ไม่ไกลในแง่ระยะทาง แต่ไกลในแง่ขั้นตอนการเข้าประเทศและการเดินทาง ประเทศที่ผมไปก็คือ Tibet ดินแดนหลังคาของโลก ดินแดนที่เดินทางเข้าประเทศได้ยากเป็นลำดับต้นๆเลย

ก่อนอื่นขอเรียก Tibet ว่าเป็นประเทศละกันครับ เพราะลักษณะการดำรงชีวิต นิสัยใจคอ ต่างกันกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ค่อนข้างชัดเจน มีพื้นฐานทางจิตใจอยู่กับความศรัทธาอย่างแท้จริง จนตัวผมเองไม่อยากให้ไปเกลือกกลั้วกับชาวจีนเลยล่ะครับ…

ถ้าใครที่ติดตาม blog ผมมาก็จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมคิดจะเดินทางไปทิเบต เพราะปีที่แล้วก็จะไปเหมือนกันแต่อยู่ดีๆจีนก็ปิดการท่องเที่ยวซะงั้น เพราะช่วงเวลานั้นครบรอบ 60 ปีการแยกตัวเป็นดินแดนปกครองตนเองของทิเบตพอดี ทางการจีนที่คิดจะฮุบดินแดนนี้เป็นของตนก็เกรงว่าจะเกิดการประท้วงจลาจลขึ้นอีกก็เลยปิดการท่องเที่ยวไปเลย ปีทีแล้วก็เลยต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน ไปเที่ยว New Zealand เลยทันที

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเนื่องจากทิเบตเป็น Sensitive Area การจะไปเที่ยวแต่ละทีจะลำบากกว่าไปเที่ยวประเทศอื่นๆหลายเท่า นอกจากต้องขอ Chinese Visa แล้วยังต้องทำเรื่องขอ Tibet Travel Permit (TTB) ถ้าออกนอกเมืองหรือไปในที่ที่หวงห้ามก็ต้องขอ Alien Travel Permit เพิ่ม ถ้าเข้าไปแดนที่มีทหารดูแลก็ต้องขอ Military Permit อีกใบ และเอกสารทั้งหมดนี้จะต้องขอผ่าน Agency ซึ่งจะเป็นคนจัดการยื่นเรื่องทั้งหลายให้กับเรา และการท่องเที่ยวในทิเบตนั้นเราไม่สามารถแบกเป้ท่องเที่ยวได้เอง จะต้องมีไกด์คอยดูแลเราไปตลอดทริป เป็นกฏที่ทางการออกมาเพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ดังนั้นสรุปว่า การเที่ยวในทิเบตต้องติดต่อผ่าน Agency เท่านั้น ถ้าได้ Agency ที่มี power เยอะหน่อยเรื่องก็จะง่ายขึ้น แต่ราคาก็จะสูงขึ้นตามพลัง 🙂

มาถึงปีนี้เจ้าเต้น้องชายข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้นำจิตวิญญาณในการท่องเที่ยวของผม ได้รื้อแผนท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรแล้ว ในชีวิตนี้ต้องได้ไปท่องเที่ยวทิเบตให้ได้สักครั้ง ก็เลยเริ่มติดต่อ Agency ไปตั้งแต่เดือน มีนาคม คุยกันล่วงหน้าห้าเดือนเลย กะว่าครั้งนี้ไม่พลาดชัวร์ๆ คุยกับ Agency ไปเป็นสิบเจ้า ตามแผนการท่องเที่ยวที่ผ่านการ Revised มาหลายรอบ จนในทีสุดก็ได้ Agency ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ทำสัญญาและมัดจำไปเรียบร้อย

ผ่านไปวันแล้ววันเล่า อีกหนึ่งเดือนก็จะได้เที่ยวแล้วแฮะ ตื่นเต้นจริงๆ และแล้ว ณ วันที่ 3 July 2012 11:15AM  สามอาทิตย์ก่อนออกเดินทาง ก็ได้รับ email จาก Agency เนื้อความดังนี้

Hi Tae, Thee and rest of the members ,

Firstly I feel sorry that I have to share with you one piece of bad news regarding the traveling situation in Tibet for foreigners: Since early of June TTB office has stopped issuing the permit for foreign groups, and we have been watching and waiting for a while till mid of June, and we were told that they would restart to issue the permit on June 18th, but however which didn't happen, and they have postponed the date to June 20th, again nothing happened. Now TTB office only issues the permit for the groups which enter from Nepal side, and the policy may be changed in the coming days, so we can also not guarantee if you will get the permit when you decide to start to your trip from Nepal side.

Also Mt. Everest Base Camp is closed for foreigners as we have several biking groups which are already in Tibet but not allowed to head there.

I am very sorry for the inconvenience which may cause you some troubles, but the situation is really out of agencies' control. Now I suggest you look up one backup plan if you still plan to come to visit China, if you want to cancel the trip, the full deposit you have paid will be refunded to you.

ฉันยังจำได้ดี ตอนนั้นอยู่บนรถไฟฟ้ากำลังเดินทางไปออฟฟิศ อ่านแล้วเข่าอ่อนเลย ทุกคนได้อ่านก็อึ้ง หมดกัน! ความพยายามตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา  อะไรกันว่ะกับประเทศนี้ นึกจะปิดก็ปิดก็ง่ายๆอย่างงี้เลยเหรอว่ะ.. หลังจากรวบรวมสติได้ แต่ละคนก็ตกลงกันว่า ยังไงเราก็ต้องไปเที่ยวทิเบตให้ได้ เอาว่ะ! ลองกันสักตั้ง หาทุกวิถีทางที่จะทำให้เราไปให้ได้ ต้องใช้พลังหน่อย ต้องใช้เงินหน่อย ถ้าสมเหตุสมผลก็ยอม!! เพราะถ้าครั้งนี้ไม่ได้ไปอีก เราก็จะล้มแผนนี้ไปอย่างถาวรแล้ว รอจนกว่ามันจะเปิดประเทศเหมือนประเทศอื่นๆก่อนแล้วจะพิจารณาดูอีกที ซึ่งก็คิดว่าตอนนั้นสภาพร่างกายอาจจะไม่เอื้อต่อการเดินทางแล้วก็ได้!

ต่างคนก็ต่างเปิดเว็ปหาข่าวดูว่ากลุ่มอื่นเป็นอย่างไร เค้าเปลี่ยนกฏจริงหรือเปล่า หาไปหามาก็ได้ทราบมาว่า เค้าปิดการท่องเที่ยวสำหรับคนที่เดินทางจากจีนจริงๆ.. แต่เหมือนว่าจะปิดเฉพาะ Individual VISA ถ้าเข้าทิเบตแบบเป็น Group VISA ก็น่าจะยังได้อยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่า เราต้องหาคนร่วมทริปเพิ่มมาอีก 1 คน เพื่อให้ได้ 5 คนเพื่อขอ Group VISA ให้ได้ ตายห่า!! อีก 3 สัปดาห์ ต้องลางาน 5 วัน  ต้องไปขอวีซ่า ต้องจองเครื่องบิน และมีเงินพร้อมสำหรับค่าทริป 60k ใครจะไปเที่ยวได้ว่ะ.. ทุกคนก็รีบหาคนกันใหญ่โพสต์ใน Facebook Twitter Pantip และ Social Network ต่างๆนานา สุดท้ายก็ได้เพื่อนของข้าพเจ้ามาร่วมทริป…  นายคือฮีโร่ของพวกเรา ไม่งั้นทริปคงล่มไม่เป็นชิ้นดีแน่ๆ

ระหว่างนั้นก็ส่ง email ไปถามความเป็นไปได้จากหลายๆ agency ซึงก็บอกว่าให้หา Backup Plan ซะ! เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน สุดท้ายถามไปเป็นสิบที่ก็จะมีอยู่ที่หนึ่งที่ดูมีพลังล้นเหลือมาก บอกว่า guarantee ว่าสามารถออก permit ให้คุณได้แน่นอน คุยแพลนคุยทุกอย่างเรียบร้อย พอ Quote ราคามาแทบกรี๊ดดดด.. ราคาแพงกว่าที่เก่า 20k เย็ดเคร็ก!! โขกราคากันขนาดนี้เลยเหรอ แม่งๆๆๆ  pending ไว้ก่อนละกัน แสรดดด++

ในขณะเดียวกันสงครามเย็นก็เริ่มประทุขึ้น บอก Agency เจ้าเดิมว่าอีกที่ออก permit ให้เราได้นะ มึงช่วยปล่อยพลังให้กรูหน่อยเถิด! เจ้เค้าก็เริ่มปล่อยพลังให้บ้าง ช่วงเวลานั้นแต่ละคนก็ไม่มีสมาธิทำงานเลยจริงๆ สารภาพตรงนี้เลย! ต้องมานั่งลุ้นทริปกันรายวันเลย ต้องโทรศัพท์ข้ามประเทศไปคุย แผนก็เปลี่ยนตลอดเวลา เหนื่อยจนอยากจะร้องไห้!

สุดท้ายแล้วหลังจากเจ้ปล่อยพลังไปให้ ไม่นานก็ได้รับ email นี้กลับมาเมื่อ 13 July 2012 17:31 ระหว่างที่ฉันกำลังไปดำน้ำอยู่ที่เกาะเต่า

Hi Tea, Khanin and Thee,

A good News! We got your Tibet permit already. I will send you the copy of it shortly.
Since Mt. Everest Base Camp is closed, we need work out the alternative plan to other areas. I will send you several proposal in my next email.

Best regards
Helen

ตอนนั้นรู้สึกโล่งอกมากมาย.. รู้สึกว่ามันคุ้มกับเวลาที่เสียไปนะ ทุกคนบนเรือที่คอยลุ้นกระผมอยู่ต่างก็แสดงความดีใจไปกับผมและกรุ๊ปด้วย เย่ๆจะได้ไปเที่ยวทิเบตแล้ววววว

แต่ขึ้นชื่อว่าทิเบตมันคงไม่จบลงง่ายๆเช่นนั้น! ระหว่างรอผลการจองตั๋วรถไฟก็มี email ส่งมา.. วันที่ 24 July 2012… 3 วันก่อนการเดินทาง

I am very sorry to tell you that we failed to arrange your train tickets, last night we only got two hard-sleeper train tickets, and today we have tried to get the other three, but it seemed impossible now. All the tickets are pre-booked by big groups already. 

I am very sorry for such inconvenience, and the condition is really out of control, and I hope you can understand it.

เชี่ยยยยย.. เจออย่างงี้ก็เหวี่ยงกลับเลยสิครับ เรื่องจองตั๋วรถไฟเป็นสิ่งที่ agency ย้ำนักย้ำหนาว่า Guarantee ว่าจะได้ที่นั่งชัวร์ๆ ไม่ต้องเป็นห่วง  แล้วงี้มันไรฟร่ะ อีกสามวันจะเดินทางแล้วนะว่อยยยย ก็เลยต้องวางแผนเดินทางและตารางการท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด

After we discuss in our group, now we could summarize the plans in priority as below.

Noted that we still want to ride the train as our basis intention, Any of class of seats, separable or mixed class is ok, right away.

**Highest Preferable 
Plan A : Take Train from Chengdu to Lhasa — you've already got 2 hard-sleeper ticket for us. as the current condition, we would take any of class of seat for the rest. Also from the ticket tout if it does not take too high, we would.

In case of 'Seat class', Could we upgrade seat to Hard-sleeper or Soft-sleeper when it available at any station?

Plan B : Take Train from Xining to Lhasa — Does it easier to get ticket from Xining to Lhasa? it seems there're many a train depart from Xining, right? We would fly to Xining and take the train.. If it could, Can you find the budgeted flight and quote for us?

Plan C : Fly to Lhasa and Take train back to Chengdu — If it could switch the flight to 27th and reserve train ticket back to Chengdu, it would appreciated.

Plan D : Fly to Lhasa and Fly back to Chengdu — The last unpreferable choice, in case of this plan, we'd like to fly to Lhasa at the first day of arriving on 27th, staying more night in Tibet. and let's talk of extending itinerary.

ยังไงเราก็ยังอยากนั่งรถไฟไปทิเบตมากกว่ากลับเพราะจะได้ปรับความดันด้วย และวิวสวยๆมันจะผ่านตอนกลางวันพอดี จะให้บินไปขึ้นรถไฟที่ Xining ก็ยังโอเคกว่า แล้วเค้าก็ตอบมาดังนี้

1. PLAN A:  It is impossible to get the train tickets to Lhasa from Chengdu now on July 27th, as all the tickets are sold out, the only little chance is to wait someone cancel their tickets, but it is hard to guarantee the tickets.
2. PLAN B: Trak the train from Xining to Lhasa;
I just checked with some train tickets dealer that they can give us 5 hard-sleeper tickets for July 28th, but however there is no flight tickets available from Chengdu to Xining on Aug. 27 afternoon or 28th morning, all the tickets are sold out. So Plan B doesn't work out.
3. PLAN C: Fly to Lhasa and take train back to Chengdu:
To have this option, then you will fly to Lhasa on July 28th, then have a 4 day tour in Lhasa, take the train on Aug. 2nd back to Chengdu. Then you will lose totally 2 full day sightseeing, I feel it is not worth.
4. PLAN D: Fly to Lhasa and take the train back to Xining, then fly to Chengdu; – Workable!!
Fly to Lhasa on July 28th,
Have 7.5 day tour in Lhasa;
Take the train to Xining on Aug. 3rd afternoon 5pm (SOFT-SLEEPER available!!)
Arrive in Xining on Aug. 4th afternoon 4pm;
Take Aug. 4th evening flight or 5th morning flight back to Chengdu.
Catch Aug. 5th afternoon flight to Bankok;
5. PLAN E: Fly to Lhasa to fly back to Chengdu – workable!!
Extend your trip for one day in Lhasa;

สรุป Plan A หาตั๋วในตลาดมืดก็ไม่ได้, Plan B มีรถไฟขาไปนะ..แต่ไม่มีตั๋วเครื่องบินไป Xining โอยยย จะบ้าตายยย… เราก็ใช้พลังกับการหาตั๋วเครื่องบินไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็หาไม่ได้ ><  สุดท้ายก็ต้องรีบตัดสินใจเพราะวันมะรืนจะต้องเดินทางแล้ว ขอเส้นทางชัวร์ๆ ไว้สักอันนึงก่อนละกัน ดีกว่าตัดสินใจช้าแล้วไม่ได้ไป จะอกแตกตายกว่านี้

สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจ PLAN D ไป นั่นคือบินไปลาซา แล้วขากลับค่อยนั่งรถไฟกลับ จากนั้นต่อเครื่องบินมาเฉิงตูต่อ ><

แล้วก็ต้องมา Revised แพลนกันใหม่ทั้งหมดอีกรอบ เซ็น Itinerary Agreement ไป 5 รอบเห็นจะได้ – -“
สรุปทริปนี้กว่าแผนการเดินทางจะนิ่งก็ปาไปจนถึงวันสุดท้ายก่อนการเดินทางเลยทีเดียว

ขอจบการวางแผนคร่าวๆเท่านี้ละกันครับ

ไว้ blog ถัดไปจะมาลงรายละเอียดทริปกันคร้าบบบบ

ธีรเดช
ผู้พิชิตดินแดนหลังคาโลก!!

ปล. เนื้อหาข่าวที่น่าจะเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในการเตรียมเที่ยวทิเบตในครั้งนี้
จีนสั่งห้ามชาวต่างชาติเข้าไปในทิเบต

 

บันทึกจากเพื่อนร่วมทริป

Tagged with: