Mar 10

ค่าครองชีพในมาเลเซียก็พอๆกับไทย ค่าอาหารก็ตกประมาณจานละ 40-50 บาท จะเสียเยอะหน่อยก็ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายบน Genting ซึ่งค่าครองชีพจะสูงกว่าพื้นราบประมาณ 2 เท่า

มาเลย์เบียร์แพง Heineken ป๋องเล็กประมาณ 80 บาท  โค้กป๋องละ 30 บาท แต่รสชาติอร่อยกว่าเมืองไทย ส่วนค่าเที่ยวค่าเข้าชมส่วนใหญ่จะฟรี

โดยสรุปค่าใช้จ่ายพอๆกับไปเที่ยวเมืองไทยเลย ราคา 5 วันนี้ กินอยู่อย่างราชามากมาย ใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 8000 บาท รวมค่าเครื่องบินและช็อปปิ้งเรียบร้อย

ราคาคุ้มค่าน่าเที่ยวมาก ยิ่งถ้าจะไปช็อปปิ้งของ import ทั้งหลาย แนะนำเลยเพราะราคาถูกกว่าในไทยเยอะมากกกกก

 

มาเลย์เที่ยวง่าย เห็นว่าเป็นแขกเป็นมุสลิมตัวดำอาจจะดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วน่ารักมากและเดินกลางคืนมืดๆก็รู้สึกว่าไม่ค่อยอันตรายเท่าไร

คงเนื่องจากมุสลิมเค้าไม่ให้กินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และโทษคดีอาญาทำร้ายร่างกายรุนแรงมาก คนเค้าเลยไม่ทำอะไรรุนแรงไปกว่าการวิ่งราว

 

เห็นอย่างงี้แล้วสนใจไปเที่ยวสักอาทิตย์ดูไหมครับ  🙂

   

Thee

ค่าใช้จ่าย

Air Fare ฿

2,030.00

 

My Hotel @ Sentral

532.67

 

First World Hotel (Genting)

401.17

     

 

Common Expense ฿ 310 * 10

3,100.00

 

Individual Expense ฿

2,140.00

     
 

Total Expense / Person

8,203.84

Tagged with:
Mar 10

Day 3

IMG_8276

ตื่นมาแบบชิวๆ ออกไปกินข้าวมันไก่ชื่อดังในมะละกาเสียหน่อย ไก่ต้มหอมอร่อยเสิร์ฟคู่กับข้าวมันปั้นเป็นลูกกลมๆ พอคีบยัดปากเข้าไปได้ ฮ่าๆ กินเสร็จก็ออกเดินตากแดดสำรวจเส้นทาง Heritage Route ของมะละกาเสียหน่อย ยาวไปตั้งแต่ Dutch Square, St. Paul, Fomosa, Sultan Mansion เดินยาวไปเรื่อยๆไปออกช่องแคบมะละกาเลย

ชอบเมืองมะละกาจริงๆ สถาปัตยกรรม Sino-Portuguese รวมกับจีนนี่มันสวยงามจริงๆ แล้วเค้าก็อนุรักษ์ได้อย่างดีด้วย รู้สึกดีที่ตัดใจค้างที่มะละกาสองคืนตามคำแนะนำของเพื่อนที่เคยมาแล้วบอกว่าเป็นเมืองที่ประทับใจที่สุดในมาเลยเซีย

IMG_8171

เดินไปเรื่อยๆจนรอบเมือง แล้วก็กลับมาที่ถนนคนเดินอีกครั้ง วันนี้ก็เก็บตกของกินที่เมื่อวานพลาด ซึ่งก็หนีไม่พ้นขนมจากทุเรียนทั้งหลาย ไม่รู้ว่ามะละกาเค้าชอบทุเรียนกันหรือไร ของกินทุกอย่างที่ขายสามารถนำทุเรียนมาเป็นส่วนประกอบได้หมดเลย ทาร์ตทุเรียน ไอติมทุเรียน ปอเปี๊ยะทุเรียน พายทุเรียน ถังแตกทุเรียน ชูครีมทุเรียน สารพัดทุเรียน! แล้วเราก็ตามเก็บกินจนหมด ฮ่าๆ อาหร่อยยยย ^^

ตอนเย็นตั้งใจจะล่องเรือแม่น้ำมะละกา แต่คิวยาวมากกกกก ก็เลยตัดสินใจเดินเลาะแม่น้ำไปเรื่อยๆ ตาม River Tour Route ของเค้า มันเจ๋งก็ตรงนี้ล่ะ มาเลเซียเค้าตั้งใจทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างแท้จริงๆ สร้างทางเดินเลียบแม่น้ำ มีไฟส่องสว่าง พร้อมป้ายรายละเอียดตลอดทาง แถมระหว่างทางก็มีห้องน้ำสาธารณะที่ไม่ได้สกปรกเละเทะเหมือนของคนไทย.. ประทับใจจริงๆ

IMG_8477

เดินไปเรื่อยๆผ่านจุดสำคัญต่างๆ แล้วก็แวะไปซื้อของ 7-11 กลับเข้าที่พัก เก็บของบางส่วนเตรียมออกเดินทางพรุ่งนี้

 

Day 4

ตื่นมาเช้าหน่อย ออกไปกินติ่มซำตามที่ รร แนะนำ กว่าจะได้กินเล่นคุยจนเมื่อยมือหมดเลย ฮ่าๆ.. กินเสร็จก็รีบไปดูพิพิธภัณฑ์ Baba Nyonya เป็นบ้านคนรวยในสมัยก่อน บ้านหรูหราเชียว มี Guide บรรยายเป็นรอบ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็เสร็จ ได้ความรู้และเสียงหัวเราะมาเยอะแยะเลย โดยรวมประทับใจการนำเสนอ แต่ติดอย่างเดียวพูดเร็วมากกกกก ฟังไม่ทันคร้าบบบ

ดูเสร็จก็รีบบึ่งกลับที่พัก เตรียมของ checkout แล้วรอรถจากโรมแรมขับไปส่งที่ Bus Terminal บริการประทับใจจริงๆ ร่ำลากันเป็นพิธีแล้วก็จับรถบัสกลับ KL ต่อ นั่งรถบัสไปลงที่ TBS จากนั้นก็นั่ง KTM กลับไปที่ KL Sentral แล้วเดินไปอีกนิดหน่อย ก็ถึงที่พัก My Hotel @ KL Sentral เค้า upgrade ห้องมาให้ก็ได้ห้องใหญ่มาเลย สบายจริงๆ ^^

IMG_8742

พักผ่อนพร้อมยัดมาม่าเป็นอาหารเที่ยง จากนั้นวางแผนการเดินทางแล้วก็ลุย..  ทันทีที่ก้าวออกจากโรมแรม ฝนก็ตกซู่ลงมาเลย ว่อยยยยยย.. อะไรกันนักหนาเนี่ยยยย (เพิ่งมารู้ตอนกลับไทยว่าพายุเข้า) เราก็บ่ยั่นเดินลุยฝนเที่ยวกันต่อไป

เดินไป Railway Station, National Mosque, Merdeka Square แล้วลุยฝนไปถ่ายคู่กับ Petronas Twin Tower กันต่อ ถ่ายรูป Checkpoint เรียบร้อยก็กินข้าว แล้วกลับที่พัก ทิ้งตัวลงนอนนนนนนน คร่อก

IMG_8818

 

Day 5

วันสุดท้ายล่ะ.. ตื่นมาจัดแจงเก็บของแล้วก็ checkout ฝากของไว้ จากนั้นก็ไปเที่ยว Batu Cave ที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่ลิงและนกพิราบปีศาจ อี๋ๆๆ  นั่งรถไฟกลับมา แวะไปหาของกินและช็อปปิ้งที่ Bukit Bintang จากนั้นก็กลับมาเอาของแล้วมุ่งหน้าสู่ Putrajaya ต่อไป

จับ KLIA Transit ที่วิ่งด้วยความเร็ว 170 Kmph แค่ 19 นาทีก็ถึงเมืองศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ของมาเลเซีย Putrajaya เมืองนี้จะแบ่งเขตย่อยหลายเขตเรียกว่า Presint เหมือนเป็นการแบ่งโซนแหละ โซนสถานที่ราชการ โซนช็อปปิ้ง โซนที่อยู่อาศัย  หลังลงจากรถไฟก็นั่งรถเมล์สาย 100 ไปต่อ ด้วยจุดหมายคือ Putra Mosque นั่งไปเรื่อยอ้อมเมืองไปมามุดนู้นโผล่นี่ จริงๆควรจะถึงได้ตั้งแต่ 10 นาทีแรก แต่เอาเข้าจริงๆต้องนั่งเกือบ ชม กว่าจะถึง.. ว่อย หงุดหงิด

IMG_9031

ไปถึงป้ายรถเมล์ก็ต้องเดินอีกประมาณ 500 เมตรกว่าจะมาถึงจุดศูนย์กลางที่เค้าเที่ยวกัน เราก็ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 3 ชมได้ เช่าจักรยานมาปั่นเล่นชิวๆ รอเวลามัสยิดเปิดให้เข้าชม.. ระหว่างนั้นฝนก็ตกปรอยๆตลอดเวลา พอเข้าชมได้สักพักก็ต้องรีบบึ่งไปสนามบินก่อนที่จะตกเครื่อง..  สุดท้ายก็ต้องมาลุ้นกันรถเมล์สาย 100 อีกตามเคย..  รอบนี้วนอ้อมกว่าเดิม กว่าจะถึงสถานีรถไฟ ใช้เวลาไป 50 นาที ผิดแผนไปหลายอย่างเลย วิ่งกันหน้าตั้งเลย กลัวตกเครื่องบิน..

ในที่สุดก็ถึงสนามบิน LCCT สำหรับชนชั้นล่างอย่างเรา นั่งกิน Marry Brown ด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วขึ้นเครื่องกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพและมีความสุข 🙂

Tagged with:
Mar 10

(1 MYR = 9.67 THB)

หลังจากเที่ยวไกลๆมาแล้วก็ขอมาเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านบ้าง เหตุผลหลักๆคือ ตังค์หมดแล้วครับ มาเที่ยวใกล้ๆบ้าน ด้วยคอนเซ็ปท์ "ทริปไม่ถึงหมื่นกินอยู่เที่ยวเยี่ยงราชา!"

เหมือนเคย..ได้ตั๋วข้ามปีจาก AirAsia มาอีกแล้ว ตั๋วเครื่องบิน DMK-LCCTเที่ยวละ 1000 บาท ไป-กลับ ก็ 2000 ลัลล้า..

ทริปนี้เน้น Kuala Lampur กับ Melaka (มะละกา) ออกตั้งแต่ 7 โมง กลับมา 5 ทุ่ม เที่ยวได้ 5 วันเต็มๆ แถมจองติดวันหยุดยาวมาแบบงงๆ ทั้งๆที่ตอนจองไม่ได้วางแผนมาก่อนเลย เพิ่งมารู้ตัวตอนกดลาพักร้อน ก็โชคดีไปฮะ ^^

Trip Plan คร่าวๆดังนี้

Thu 21 Feb – Genting Highland (หนาวมากกกกกก+ฝนตก!)
Fri 22 – Sat 23 Feb – Melaka (มีถนนคนเดิน ศุกร์/เสาร์) (ร้อนนรกแตกก!!) 
Sun 24 – Mon 25 Feb – Kuala Lampur, Putrajaya (ฝนตก!)

วันแรกไปถึงตั้งแต่ 11 โมง ก็นั่งรถบัสจากสนามบินไป Genting เลย จะได้ไม่ต้องไปต่อรถหลายต่อ แม้ว่ามันจะถูกกว่าก็เถอะ แต่มันจะเสียเวลาเข้าเมืองวุ่นวาย

Day 1

IMG_8000

ไปถึง Genting ก็ Check-in โรงแรม First Hotel เรียบร้อย ยังทึ่งกับระบบ Checkin ไม่หาย.. เค้าใช้เป็นตู้ Checkin อัตโนมัติ Scan Passport แล้วก็ได้บัตรเข้าห้องได้เลย ทีนี้พอเปิดเข้าห้องไปก็กรี๊ดเลยย มันให้ห้องกลางตึกมา เปิดหน้าต่างมีแต่เสาแต่คานไม่มีวิวเลย.. ด้วยความดื้อด้านของเรา อุตส่าห์ขึ้นมาถึง Highland จะไม่ให้ดูวิวเลยหรือไง ก็เลยไปขอเปลี่ยนที่เค้าเตอร์ซึ่งเค้าก็ให้ด้วยเว้ย.. ก็เลยได้ห้อง Mountain View มา สวยงามมมม แม้ว่าหมอกจะเยอะไปหน่อยแต่ก็งามมมม

IMG_7977

อากาศที่ Genting หนาวมากฮะ คือว่าไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย.. มีแค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น กะว่าคงพอๆกับภาคเหนือของเราแต่มันไม่ใช่หว่ะ ช็อตที่เดินลงจากรถบัสมาแทบกรี๊ดดด.. นี่มันตอนเที่ยงนะเว้ยยย ยังหนาวขนาดนี้ แล้วกลางคืนหล่ะ จะขนาดไหน.. อูยยยยส์

เดินเที่ยวหากินใน Indoor Theme กินเสร็จ ตามแผนจะต้องไปเล่นเครื่องเล่นที่ Outdoor ปรากฏว่า.. ฝนตกหนักมาก!! สรุปว่า 4 ชม ในวันนั้นให้เวลาไปกับการเดินทัวร์ Genting ทั้งเมือง.. เยี่ยมจริงๆ

Day 2

ตื่นเช้ามาด้วยอาการหนาวสั่น นอนไม่ค่อยหลับ เพราะหนาวมากกกก..  วันนี้ตื่นมาก็เลยก่งก๊งทั้งวัน แก้อาการหนาวด้วยการกินมาม่าร้อนๆ แล้วรีบไปต่อคิวรถไปดู Chin Swee Temple เที่ยวเสร็จกลับมาก็เกือบเที่ยงล่ะ จัดการ Checkout แล้วเตรียมตัวเดินทางต่อไปมะละกาค้าบบบ

PANO_20130222_110504

นั่ง Cable ลงไป ต่อรถบัสเข้า KL Sentral แล้วนั่ง KTM ไปสถานี Bandar Tasik Selatan เพื่อไปต่อรถที่ TBS นั่งรถบัสต่อไปอีก 2 ชม ก็ถึงมะละกา  กว่าจะไปถึงก็หกโมงเย็นละครับ.. 

IMG_8293

รถจอดที่ Dutch Square เราต้องเดินผ่าน Jonker Street เพื่อไปยังที่พัก ผู้คนก็เริ่มเอาของมาจัดวางเตรียมเปิดเป็นถนนคนเดินล่ะ เดินไปไม่นานก็ถึงที่พัก Hotel Hong ให้อารมณ์เหมือน Guest House เจ้าหน้าที่เป็นกันเองมาก ห้องพักก็สะอาด แนะนำเลยครับ ^^ ตอน Checkin เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวตอน 4 ทุ่มเค้าจะมีบริการขับรถพาไปกิน Chicken Satay ร้านเก่าแก่อร่อยที่สุดในเมือง วาววว บริการทุกระดับประทับใจมาก

ออกไปเดินเล่นเดินกินจนอิ่มพอประมาณ ก็กลับมาที่พักเตรียมไปกิน คนที่พาไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เป็นเจ้าของนี่เอง ขับรถแวนไปส่ง ให้เวลากิน 1 ชม แล้วก็มารับกลับ

IMG_20130222_221510

ร้านชื่อ Ban Lee Siang Satay เป็นอาหารเสียบไม้ ให้ไปหยิบจากตู้แล้วมาลวกในหม้อสะเต๊ะข้นๆที่โต๊ะ ราคาไม้ละ 7 บาท กินกันพอประมาณแล้วรอรถมารับ ขากลับเค้าก็พาไปทัวร์เมืองอีก สัก ชม นึง กว่าจะถึงที่พักก็เที่ยงคืนพอดิบพอดี.. ประทับใจมากกก

Tagged with: