Jan 03

ขึ้นปีใหม่ก็ต้องมาลิสต์ปณิธานปีใหม่สำหรับปีม้าคึกคัก 2014 กันเสียหน่อย

1. บวชเรียน
หลังจากจบนักธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก มาตั้งแต่ ม.ต้น..​ ผมก็รู้สึกว่าห่างหายจากทางธรรมไปเยอะอยู่ รู้สึกห่างขึ้นทุกทีห่างขึ้นทุกปี และทนงว่าตัวเรานี้สามารถใช้ชีวิตด้วยธรรมะที่สั่งสมอยู่ในใจได้โดยตลอดรอดฝั่ง มันก็ใช่ส่วนหนึ่ง แต่ระหว่างทางก็มักจะมีมารทางโลกคอยรบกวนอยู่ตลอด ซึ่งบางครั้งก็ผมก็จัดการได้บ้างไม่ได้บ้าง บ่อยครั้งที่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ติดอยู่ในวังวน จนท้ายที่สุดผมกลับรู้สึกว่าใจเรานี้มันไม่ได้หล่อหลอมมาแข็งดั่งหินผาที่สามารถอยู่ยั้งยืนยงได้ในโลกนี้โดยไม่สั่นคลอน

ผมเคยบวชเณรมาเมื่อตอน ม.สอง และรู้สึกเฉยๆกับการบวชพระมาโดยตลอด จนมาถึงเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว อยู่ดีๆก็อยากบวชขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ… รู้แต่ว่าอยากบวชเรียน อยากเข้าถึงพระธรรมอีกครา..​  มันคงถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วล่ะ..  จิตคิดเช่นนั้น

2. Backpack ต่างประเทศคนเดียว
เป็นอีก Task ที่อยากทำให้ได้ เป็นบทพิสูจน์ของชีวิตอย่างหนึ่ง.. รู้สึกว่าทริปที่ผ่านมาเราพึ่งพาคนอื่นมาเยอะเหลือเกิน อยากทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้นบ้าง..​ จะได้รู้ไปว่า กูก็ทำได้นะเว้ย..​ ไม่ใช่ว่ามัวแต่กินแรงเพื่อน ไม่ค่อยช่วยเตรียมเท่าไร รอเวลาไปอย่างเดียว..​ (สุดโต่งเว่อร์ไปแต่จิตมันคิดเช่นนั้นจริงๆ)  อีกอย่างก็อยากลิ้มรสชีวิตการ backpack คนเดียวเสียหน่อย มันคงสนุกใช่หยอก

3. หาหนทางใช้ชีวิตในต่างประเทศ
ก็เป็นอีก Task ที่อยากทำให้ได้ ผมก็แค่อยากใช้ชีวิตหน่ะ อยากเปิดโลกกว้าง อยากไปใช้ชีวิตในสังคมที่เราไม่คุ้นเคย ไปเรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิต ฝึกฝนภาษา และไปเจอเพื่อนใหม่..​ หลังจากพลาดโอกาสที่จะได้เปิดโลกในสิงคโปร์ ก็คิดว่าคงรอให้ใครมาหยิบยื่นไม่ได้แล้วล่ะ เราอยากไปก็ต้องเดินหาเอาเอง..  มันก็คงจะเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของเราให้ได้

4. ค้นพบเป้าหมายในชีวิต
Ideal มาก ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อายุก็มาถึงปุนนี้ล่ะ..​ ก็ไม่รู้สินะ ก็แค่อยากหาให้เจอเสียที​

5. วิ่งให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์
วิ่งให้ได้สม่ำเสมอ.. ดูแลตัวเองให้มากๆ..​ ผมจะเลิกสนใจคอเลสเตอรอลล่ะ รู้เพียงแต่ว่า มึงกินให้มีความสุขไปเหอะ ตราบเท่าที่ยังออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ..​ ถ้ายังจะเป็นอะไรอีก ผมก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ อย่ามาขีดกั้นอะไรให้มันมากกว่านี้เลย

6. ฝึกซ้อมเพื่อ Half Marathon และ Full Marathon
หลังจากเริ่มวิ่งแล้ว และเริ่มเสพติดแล้ว..​ ก็ขอแค่อย่าให้มันลดลง หายไป เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา..​ โหมไฟให้แก่กล้าหาเป้าหมายใหม่ๆมาพิชิต..​  ยังดีที่กระแสวิ่งมาแรงมาก..​ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆวิ่งกันเยอะมาก อาจจะเป็นเพราะวัยเข้าใกล้เลขสามเหมือนที่หลายคนว่ากัน..​  ในคราวที่หมดแรงวิ่งก็จะมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆนี่ล่ะ คอยฉุดกระชากขึ้นมาให้ก้าวออกไปอีกครั้ง..  Mini Marathon จบไปแล้ว เป้าหมายถัดไปก็คง Half Marathon ล่ะครับ..​ เป็นกำลังใจให้ผมด้วย

“ถ้าคุณอยากวิ่งคุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยมาวิ่งมาราธอน”

 

ธีรเดช ผู้สร้างเป้าหมายได้ทุกปี (แต่ก็พอกเก็บไว้ทุกปี)

Jan 02

จบไปอีกปี ถึงเวลารีวิวตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมาเสียหน่อย ชีวิตปีนี้ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาเสียเท่าไร
เนิบๆเรื่อยๆ แต่ก็ได้ทำอะไรดีๆเติมพลังให้ตัวเองบ้าง

1. ได้เที่ยวมาเลย์ กัมพูชา ฮ่องกง มาเก๊า
ปีนี้ไม่มีทริปใหญ่เลย ผมก็พูดได้เต็มปากแมนๆเลยว่า “กูไม่มีตังค์” สุดท้ายก็มาจบที่การท่องเที่ยวในภูมิภาคเรานี่แหละ จะมีไกลหน่อยก็ฮ่องกงมาเก๊าเป็นทริปแก้ตัวจากปีที่แล้ว โดยรวมก็โอเคดีนะ เที่ยวแบบสมถะ

2. ผ่อนบ้านหมด เป็นไท
ผ่านไป 5 ปีกับอีก 4 เดือน ในที่สุด..​ ผมก็เป็นไท ผ่อนบ้านหลังแรกของครอบครัวได้สำเร็จ ทุกอย่างเป็นไปตาม Timeline ที่ได้ลากสูตร excel ให้ทุกคนในบ้านดู เราจะผ่อนหมดตอนต้นปี 2556 นะ..​ แล้วมันก็เป็นจริง ดีใจมาก 🙂 “ตั้งใจเรียนรีบเรียนรีบจบรีบทำงานซื้อบ้าน” ประโยคที่พูดกรอกหูผมมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ผมก็ทำสำเร็จแล้วนะ ^^

3. ดำน้ำอันดามันใต้หินม่วงหินแดง พัทยา ได้เจอเพื่อนใหม่ไทป์ตรงกันมากมาย
ปีนี้มีทริปดำน้ำใหญ่แค่ทริปเดียว ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้อแรกคือ.. “ตังค์หมด” แต่กระนั้นแม้จะเป็นทริปเดียว แต่เป็นทริปที่ทำให้ผมได้พบเพื่อนใหม่มากมาย จริตตรงกัน คุยกันรู้เรื่องและสบายใจ

4. ภาษาดีขึ้นมาหน่อย ได้ใช้ ได้ไปพรีเซนต์กับฝรั่งครั้งแรก ก็ผ่านไปด้วยดี
ระหว่างที่พนักงานภาษาดีบางส่วนไปเปิดบูธที่ CommunicAsia สิงคโปร์ พนักงานภาษาปานกลางอย่างผมก็ได้เวลาออกโรงด้วยความบังเอิญ ด้วยการไปพรีเซนต์โปรดักส์ให้กับเอนจิเนียร์ออสซี่ของ Apple ฟังแบบงงๆฮ่าๆ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี รู้สึกเลเวลอัพและมั่นใจขึ้นเยอะ

5. ออกกำลังกายอย่างจริงจัง
ผมไม่ได้ออกกำลังกายมานานมาก.. บ่นว่าอยากออกแต่ทำไม่ได้ซะที ดีแต่ปาก..​ ผมถูกว่ามาบ่อยเหมือนกัน แต่ในที่สุดผมก็สามารถดึงตัวเองออกจาก Comfort Zone ตรงนั้นได้ แล้วมันก็รู้สึกดีมากๆด้วยสิ แรกๆวิ่ง 500 เมตร ก็หอบแฮ่กแล้ว ต้องหยุดเดินพักไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้วิ่งติดต่อกันได้ 5-6 กิโล แบบสบายๆ..​ขอแค่ก้าวผ่านจุดนั้นมาให้ได้! ช่วงแรกวิ่งเอาส้นลงเจ็บเข่ามาก ต้องหยุดพักหลายเดือนก็ยังไม่หาย สุดท้ายเปลี่ยนท่าวิ่ง ปรับมาวิ่งแบบ Barefoot/Natural Running และซื้อรองเท้าวิ่งใหม่ให้เข้ากับสไตล์ ทุกอย่างก็ดีขึ้นตามลำดับ และกลับมาวิ่งอย่างมีความสุขอีกครั้ง

6. ลงวิ่ง Mini Marathon งานแรกในชีวิต สุโค่ย
เมื่อเริ่มวิ่งก็ต้องมีเป้าหมาย ก็เลยลงรายการใหญ่และเก่าแก่สุดของไทยเลยก็คือ กรุงเทพมาราธอน คุ้นชื่อตั้งแต่ตอนเด็กเพราะพ่อเคยไปวิ่ง จนถึงตอนนี้เราก็ขอพิสูจน์บ้าง..​ ฝึกซ้อมมาเรื่อยๆพอถึงวันจริงๆก็ผ่านไปได้ด้วยดี ด้วยเวลา 1:15 ชม. ฟินนน

7. เปลี่ยนสไตล์ตัวเอง แก้เซ็ง
เมื่อเด็ก Geek/Nerd อย่างผมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน..​จุดที่เบื่อภาพลักษณ์เก่าๆของตัวเอง อยากเปลี่ยนตัวเองให้ดูดีขึ้นบ้าง..​ อายุก็จะสามสิบล่ะ..​ ถ้าปล่อยช้าไปกว่านี้มึงจะอดหล่อแบบคนอื่นเค้า แก่ตัวขึ้นไปมึงจะมานึกเสียใจ ย้อนเวลากลับมาไม่ได้นะเว้ย ก็เลยกันวงเงินไว้ 20000 สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้.. หลายคนเห็นประกาศกร้าวใน FB ก็เข้ามาปรามาสไว้เยอะ แต่ผมเอาจริง! ซื้อรองเท้าใหม่ ซื้อเสื้อใหม่ กางเกงใหม่ เปลี่ยนแว่น ตัดผมแนวๆ เซ็ทผมทุกวัน พยายามครีเอทแนวใหม่ๆ ไม่ให้เบื่อ..​ ฟีดแบ็คก็ออกมาดีนะ 80% บอกว่าดี ไม่รู้ว่าแปลกดี หรือดูดีนะ..​ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าคนที่ชอบเราแบบเก่าก็มีเหมือนกัน ก็ทำให้รู้ความคิดจากคนรอบข้างเยอะอยู่เหมือนกัน..

8. ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่า ม.ต้น
ชีวิตช่วง ม.ต้น เป็นชีวิตที่ผมมีความสุขสุดล่ะ..​ มีเพื่อนที่รู้ใจทำอะไรห่ามๆกวนๆได้มีแกงค์ของตัวเองผู้คนเกรงขามอาจารย์รักและเอ็นดู ก่อนหน้านี้ก็พยายามรวมตัวแต่ก็ยากเหลือเกิน เพราะก็มีแกงค์กลุ่มก้อนใหม่ที่เหนียวแน่นมาก แต่ในสุดท้ายก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง บอกได้คำเดียวว่า พวกมึงนี่เชี่ยกว่าเดิมเยอะมาก.​. แต่สิ่งที่กูสัมผัสได้คือมิตรภาพที่ยังเหนี่ยวแน่นเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย คิดถึงพวกมึงทุกคน