Mar 08

หลังจากที่ได้ไปสัมผัสปายเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงปลายๆ High Season ก็กลับให้ความรู้สึกถึงจิตวิญญาณของปายอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่เหมือนปายเมื่อ 4 ปีที่แล้วซะทีเดียว แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเรียบง่าย ความเป็นมิตรไมตรีของคนในเมือง ซึ่งไม่ได้แปรเปลี่ยนตามความเจริญทางด้านวัตถุที่เพิ่มเข้ามาอย่างมหาศาลเลย ^^

ปายในช่วงท้ายๆเทศกาลชิวมากๆ.. ยิ่งช่วงวันธรรมดาที่ไม่มีทัวร์ลงยิ่งโคตรชิว.. มันก็ไม่ต่างไปจากเมืองเล็กๆตามชนบททั่วไปเท่าไร วิถีชีวิตการดำเนินชีวิตก็เหมือนกัน แค่ประชากรในปายจะพูดอังกฤษได้เก่งกว่าคนที่อื่นๆ ซึ่งเป็นข้อดี.. เนื่องจากแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเที่ยวเยอะมาก โดยพวกฝรั่งมาเข้ามาช่วงที่คนไทยไม่เที่ยวกัน ครั้งต่อไปถ้าไปก็จะได้รู้ล่ะว่า ควรไปช่วง low season ^^

ขอพูดถึงงานแต่งนิดนึง พูดตามตรงว่างานช่วงเช้าข้าพเจ้าพยายามจะจูนเข้าหาทุกท่านให้ได้มากที่สุด แต่เหมือนกับทำยังไงก็ไม่สามารถเข้าถึงพวกท่านได้ กอปรกับเหนื่อยอ่อนจากการเตรียมงานช่วงเช้ามืด จนทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกท้อแท้ไปทันที จริงๆแล้วสมัยก่อนข้าพเจ้าก็เป็น type เดียวกับทุกท่านล่ะครับ ทั้ง nerd และ geek มาก รวมถึงมีอัธยาศัยดีเลิศ แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบความทะเยอทะยาน และแรงขับเคลื่อนมันพลันหายไปจนเหลือน้อยนิด จนบางทีก็รู้สึกว่าเหมือนคุยกันคนละภาษา และคงยากที่จะจูนกันติด

ตอนบ่ายข้าพเจ้าเลยรู้สึกเซ็งมาก ก็ไม่รู้จะเซ็งไปทำไมเหมือนกัน คงเป็นเพราะรับไม่ได้กับสิ่งดีๆที่สูญหายไปจากตัว ไม่มีแรงทำการใดๆทั้งสิ้น อยากจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติรอบข้าง จนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ได้ลงเล่นสระน้ำที่ pai a' ars และจุดนั้นเองก็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ คือ น้ำหวาน ไมค์กี้ รวมถึงเจ้าชิทชู ที่ผลักข้าพเจ้าตกน้ำไป 2 รอบ แล้วบอกว่า 'จัสคิดดิ้ง แอมโซซอรี่' ปั๊ดนี่.. ตูแสบตัวแสบหน้าอยู่จะรีบไปอาบน้ำ เหอะๆ และต้องขออภัยทั้ง @adamy และ @hunt ด้วย ที่ข้าพเจ้าอาจทำตัวสนิทสนมสาวๆทั้งสองจนเกินเหตุ ด้วยมิตรภาพเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝง ณ จุดนั้นแค่มีคนเข้ามาทักทายก็ดีใจมากแล้ว

ตกเย็นช่วงปาร์ตี้ ตอนแรกข้าพเจ้าตั้งใจจะกินแค่พอเป็นพิธี เนื่องจากก็ไม่รู้จักใคร ไม่อยากให้เป็นภาระ แต่หลังจากได้รู้จักเพื่อนใหม่ในช่วงเล่นน้ำ ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก็เลยไม่ได้ limit อะไร ปล่อยไปตามบรรยากาศในวง ก็หวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยทะลายกำแพงระหว่างกันได้ และมันก็เป็นเช่นนั้น ก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายคน และปาร์ตี้ในคืนนั้นก็เป็นปาร์ตี้ที่มันส์ที่สุดตั้งแต่เคยไปมาเลยล่ะครับ 

ตลอดระยะเวลา 7 วันบนปาย มีเรื่องราว มิตรภาพ ประสบการณ์ และข้อคิดต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ดังจะกล่าวเป็นข้อๆไปนะครับ

  • ข้าวปุกงาดำ อร่อยดี ทำมาจากข้าวเหนียวดำ เอามาทำเป็นแผ่นๆ แล้วเอาไปปิ้ง จากนั้นก็โรยงา นมข้น น้ำตาลอ้อย ม้วนๆแล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ อร่อยโฮก
  • ถนนคนเดินร้านจะเยอะวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาร้านน้อย คนน้อย 4 ทุ่มก็ปิดแล้ว
  • เพิ่งรู้ว่าในปายมีผับ ไปปายมา 2 รอบไม่เคยแวะไปเลย อยู่เลยปั้มน้ำมันไปหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งไปเทียวกัน และก็จะเรื้อนมาก
  • ข้าพเจ้าขับมอไซค์เป็นอย่างเป็นทางการแล้ว ฮูเร่ๆ
  • ถ้าอยากซื้อผักตอนกลางคืนจะมีขายอยู่ในตรอกผีหลอกตรงข้ามวัดหลวง
  • หลับฝันดี หนาวมาก, ณ ปาย หลอนมาก
  • เป็นงานแต่งงานที่บ่าวสาวออแกไนซ์เอง และเป็นงานเกิดขึ้นได้จากการร่วมแรงร่วมใจจากแขกร่วมงานทุกคน ปลื้มแทนบ่าวสาวจริงๆ.. ที่มีสหายที่พร้อมใจกันลงแรงขนาดนี้ ไม่เคยเห็นงานแต่งรูปแบบนี้มาก่อนเลย ประทับใจมาก ^^
  • เสียดายงานเย็น มัวแต่ไปซื้อมะนาว กลับมาดูสไลด์สดไม่ทันเลย มีคนอัดไว้แต่ไฟล์เสียง่ะ
  • ปาร์ตี้สระน้ำข้าพเจ้าแดนซ์จนกางเกงยีนส์ซิปแตก
  • ไปงานแต่งพี่จี้พี่เม่นครั้งนี้ได้เพื่อนใน social network เพิ่มขึ้นหลายคนมาก ส่วนใหญ่รู้จักกันตอนกึ่มๆ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มทำความรู้จักกันแม้จะไม่เคยคุยกันเลยก็เถอะ.. ขอบคุณทุกท่านครับ
  • งานครั้งนี้ได้ idol มาหลายคนเลยล่ะครับ ได้แรงบันดาลใจจากคนรอบข้างเยอะอยู่ ท่านๆอาจจะไม่รู้ตัวหน่ะครับ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ
  • ขอบคุณพี่ปุ้ย นิช พี่อาร์ท พี่อาร์ม ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน และคอยดูแลสารทุกข์สุกดิบอยู่เสมอ
  • ขอบคุณพี่เนยที่ร่วมใช้ชีวิตในปายด้วยกัน  และขอบคุณที่ยอมเสี่ยงชีวิตซ้อนมอไซค์ผมด้วย ฮ่าๆ
  • ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกันลงแรงลงไอเดียแต่งแต้มงานแต่งนี้ให้สมบูรณ์ 

และสุดท้าย ท้ายสุดขอขอบคุณบ่าวสาวพี่เม่นพี่แองจี้ที่จัดงานนี้ขึ้นมาครับ.. เอาใจไปเลย.. ประทับใจสุดๆ ^^

 

สุขใจได้ไปปาย

ธีรเดช

Tagged with:
Mar 05

วันสุดท้ายแล้ว วันสุดท้ายที่จะได้อยู่ในเมืองปายแล้ว.. วันนี้รู้สึกชีวิตลงตัวที่สุดเลย หายป่วยสนิท รู้สึกว่าร่างกายพร้อมที่จะลุยงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่มันก็สายไปแล้วสิเนาะ วันสุดท้ายพอดี เราต้องเหนื่อยอ่อนกับการเดินทางอีกครั้ง อยากอยู่ต่ออีกสักพักจัง

วันนี้เป็นวันแรกที่ตื่นเช้าได้ ฮ่าๆ ตื่นมาตอน 7 โมงกว่าๆ ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกไปไล่ล่าหาของกินขึ้นชื่อกัน ไปกินโจ๊กออริจินอล ปาท่องโก๋ และเฟรนช์ฟราย แต่น่าเสียดายไม่ขายง่ะ 

 

กินข้าวเช้าเสร็จก็กลับมาทำงานอีกหน่อย แล้วก็แพ็คของกลับบ้าน ร่ำลาเมืองปายยยยย… 

จัดกระเป๋าเรียบร้อยก็เอาขึ้นรถ Volk ของพี่เม่น แล้วไปกินข้าวกลางวันร่วมกันที่ร้าน Indian Homemade ไปกินแกงเนื้อ แกงไก่ ซุปเห็ด พร้อมกับจาปาตี อร่อยมากกก ^^

กินเสร็จก็ได้เวลารถตู้พอดี ออกจากปาย 14.00 อัดยาแก้เมาไปเหมือนเดิม หลับตลอดทาง ถึงอาเขตเชียงใหม่ตอน 17.00 เป๊ะๆ เลย

ลงจากรถยังเบลอๆอยู่เลย รู้สึกแย่มากมาย.. มันเป็นยาหลอนประสาทหรือเปล่าฟร่ะเนี่ย หมุนหัวไปมาแล้วภาพเบลอไปหมดเลย.. ตอนแรกว่าจะไปกินหมูกระทะต่อ แต่ต้องเข้าเมืองไปไกล ก็เลยไปนั่งชิวๆริมปิงดีกว่า.. โทรไปถามเพื่อน เพื่อนแนะนำให้ไปที่ Good View ก็ไปกัน อีกอย่างเราเคยไป River Side แล้วล่ะ ก็เลยอยากเปลียนที่บ้าง เข้าไปแล้วบรรยากาศดูส่วนตัวดีนะ มีวงดนตรีเล่นสดด้วย ราคาก็แพงนะ เหมือนนั่งกินอาหารในผับ แต่ก็เอาบรรยากาศล่ะ สั่งต้มยำกุ้ง ปลาดุกฟู แล้วก็หลนกุ้ง นั่งกินกันแบบเบลอๆงงๆจากฤทธิ์ยาที่ยังไม่หมด กินเสร็จก็จ่ายตังค์แบบงงๆ แล้วเดินทางอ้อมเมืองแบบงงๆด้วย

ถึงอาเขต 19:50 รถออก 20:00 วิ่งจู๊ดดดเลย.. 10 นาทีนี้ต้องซื้อของฝากและโหลดกระเป๋าด้วย.. เลยต้องแบ่งงานกัน 2 คนช่วยกันทำ ฮ่าๆ สุดท้ายก็ได้ทั้งของฝากและไม่ตกรถ เฮ้อ.. ขนาดวิ่งยังงงๆเลย.. จากนั้นก็ขึ้นรถไปแบบงงๆ เอนเบาะ ปรับเบาะนวด  ปรับหมอนหนุน หัวถึงหมอนก็หลับทันที คร่อกกกก..

ถึงกรุงเทพฯ ตอนตี 5.30 รถติดในหมอชิตนานเหมือนกัน ลงรถเสร็จก็เข้าห้องน้ำ แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกัน สวัสดีกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของไทย ร้อนมากกกกกกก++

เดินไปขึ้นรถเมล์ที่ bus terminal กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพตอน 7.00 วู้วววว.. กินข้าวเช้า และอัพเดตข่าวสารเสียหน่อย.. 

จบแล้วสำหรับซีรีย์ Journey de Pai ทั้ง 7 Episodes จะมี Season ใหม่หรือไม่คงต้องคอยติดตามดูนะครับ

ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวพี่เม่นกับพี่แองจี้อย่างเป็นทางการในบล็อกแห่งนี้ด้วยครับ ^^

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ธีรเดช

Tagged with:
Mar 05

หกวันผ่านไปไวเหมือนโกหก ถึงวันนี้อาการป่วยต่างๆจากสภาพอากาศ อาการแฮงค์ และบลาๆ ทุเลาลงจนแทบจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว ซึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัวก็ปาเข้าไปวันท้ายๆของทริป พอร่างกายแข็งแรง ชีวิตมันดูทำอะไรได้มากขึ้นเยอะแยะเลยล่ะ เหมือนที่คู่บ่าวสาวบอก ช่วงแรกๆมันก็จะวุ่นวาย ปรับตัวนู้นนี่ แต่เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว productivity จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทำงานได้เยอะกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯมากโข

วันนี้ตื่นมา 8 โมง นู๋เนยก็ไม่ยอมตื่นตามเคย ก็เลยแว๊บออกไปหาของกินหน้าบ้านเสียหน่อย สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้เวลาไปต่างจังหวัดก็คือ ไข่ลวก กับ ชานมร้อนๆ เป็นยาโด๊ปดีนักแล กินแล้วรู้สึกปึ๋งปั๋งดึ๋งดั๋งทันที ^^

กินเสร็จก็ออกไปซื้อตั๋วรถตู้กลับเชียงใหม่ แล้วก็เข้าไปปลุกนู๋เนย อาบน้ำแต่ตัวเรียบร้อยก็ checkout ออกจากที่พัก แล้วไป check-in ที่บ้านบ่าวสาวต่อ หุหุ 

วางกระเป๋าเรียบร้อยก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้าน พอดีไปถึงแล้วทัวร์ลงพอดี ก็เลยรอนานมากกก มาตั้งแต่ก่อนทัวร์ลง จนทัวร์ไปแล้วก็ยังกินกันไม่เสร็จ แต่อาหารอร่อยดีนะ รสชาติกำลังดีไม่จัดไปไม่อ่อนไป และผักที่นี่สดมาก กินแล้วรู้สึกถึงความแตกต่างเลย 

กินข้าวเสร็จก็ไปลุยร้านกาแฟเข้าท่ากันต่อ วันนี้ลองสั่ง mocca ปั่น แต่กินแล้วชอบ cappuccino มากกว่าแฮะ

ซัดกาแฟเสร็จก็กลับเข้าสู่ Pai Valley ไปลุยงานกันต่อ.. แต่ลุยไปได้ไม่เท่าไร คู่บ่าวสาวก็ชวนไปอาบบ่อน้ำร้อนกันต่อ ฮ่าๆกิจกรรมเยอะดีๆ ครั้งนี้จะแช่ให้หน่ำใจเลยล่ะ หุหุ

เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำไปลุยที่นู้นเลย เพราะน้ำที่บ้านไม่ไหล 🙁  

ไปกันที่ Pai Hot Spring Spa Resorts มีอยู่ 3 บ่อให้เลือกระดับความร้อนกันเองเลย จะแช่กี่บ่อก็ได้ สนนราคาที่ 50 บาทเท่านั้น.. พอมาลงบ่อที่นี่ก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นน้ำแร่ซัลเฟอร์ เพราะลงไปแช่ปุ๊บกลิ่นไข่เน่าฟุ้งกระจายเตะจมูกเลย แช่ 15 นาที ขึ้นมาอาบน้ำเย็น แล้วลงไปแช่อีก 15 นาที แล้วก็อาบน้ำเย็น  ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกร่างกายระอุพอประมาณก็ขึ้นซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย 

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขับรถชมวิวเมืองปาย แล้วไปกินข้าวเย็นกันที่ ร้านผัดไทหน้าวิน ก็อร่อยดีนะ ^^

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว ก็ไล่ซื้อของฝากให้ครบทุกรายการ แถมวันนี้เป็นวันธรรมดาถนนคนเดินเปิดร้านน้อยมาก.. ก็ต้องซื้อเท่าที่มีล่ะ

กลับบ้าน นั่งทำงาน แล้วเข้านอน วันนี้รู้สึกเพลียเป็นพิเศษ สงสัยเพราะไปแช่ออนเซ็นนานไปหน่อย หุหุ

วันนี้ชิวจัดจริงๆ.. 

Tagged with:
Mar 04

วันนี้รู้สึกเหงาขึ้นมาทันที ผู้คนต่างเมืองนับร้อยที่เดินทางมาร่วมงานแต่งบ่าวสาวต่างแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของแต่ละคนแล้ว เหลือแต่หนุ่มน้อยหน้ามน 2 คน คือ ข้าพเจ้าและนู๋เนย ที่ตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนมาชิวที่ปายกันต่ออีกสัก 2-3 วัน โดยจุดประสงค์หลักคือชิวและทำงาน รวมถึงหนีความวุ่นวายและคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่พออยู่ๆไปที่ปายก็หนาวเกิ๊นนน ไม่มีอะไรพอดีเลยเนาะ

ตั้งใจตื่นมากินโจ๊กกันเพราะไหนๆก็อุตส่าห์มานอนกันในเมืองแล้ว ตั้งใจจะตื่นกันตอน 7 โมงเช้า สุดท้ายก็เลทกันอีกจนได้.. ข้าพเจ้าพยายามปลุกนู๋เนยแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ตื่น ข้าพเจ้าก็เลยตื่นมาก่อน ไปถามที่ร้านบอกว่า เปิดถึง 11 โมง เอาว่ะ.. เดี๋ยวค่อยไปเรียกอีกที สุดท้ายก็ได้มากินกันตอนเกือบ 11 โมง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ส่องหัว กินเสร็จเค้าก็เก็บร้านกลับบ้านไปทันที ฮ่าๆ อย่างน้อยก็ mission complete ก็แล้วกันล่ะ 🙂

กินเสร็จข้าพเจ้าก็ตัดสินใจไปเช่ามอไซค์มาลองแว๊นดู จริงๆก็ลองฝึกๆจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้ขับไปไหนมาไหนจริงจังเสียที ก็คิดว่าถ้ามัวแต่ comfort zone อย่างงี้ แล้วเมื่อไรมันจะขับเป็นว่ะ ก็เลยลองเสี่ยงดูหน่อย บรื้นนน ออกมาจาก aya ไปเติมน้ำมัน แล้วไปลุยกันที่ Fruit Factory กันที่แรก

สั่ง สตรอเบอรรี่ มะม่วง กีวี บลาบลา ปั่น หยิบโน๊ตบุ๊กมานั่งทำงานชิวๆ ด้วยหวังว่าจะมี wifi ให้เล่น.. ปรากฏว่าไม่มี ก็ต้องต่อ EDGE ทำงานกัน

ทำได้แป๊บนึงก็ทนความอืดไม่ไหว เลยเซย์กู๊ดบายเจ้าของร้าน แล้วบรื้นไปทางไกลครั้งแรกไปที่ร้านอาหารจีนยูนนาน

มากินเป็นรอบที่ 2 แล้ว จุดประสงค์หลักคือ ไปซื้อใบชาเพิ่มเติมให้กับนู๋นิชชี่ ก็เลยกลับไปซัดอาหารยูนนานอีกรอบ ครั้งนี้มุ่งไปกินร้านที่ครั้งที่แล้วบอกว่าผิดร้าน และเพิ่งมารู้ทีหลังว่าอร่อยโฮกกว่าๆๆๆ  สั่งไก่ดำตุ๋นยาจีน และเห็ดหอมน้ำมันหอย ซัดคำแรก เช้ดดด! อร่อยจริงๆหว่ะ จด POI ไว้เลย

กินเสร็จก็ตั้งใจจะบรื้นทัวร์ไปเรื่อย เปิดดู GPS มันมีทางอ้อมเป็นวงกลมกลับเข้าเมือง ก็ลุยทันที แวะจุดชมวิวข้างทาง ระหว่างที่ลงไป ก็มีสาวลีซอคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน มองกันไปมองกันมา อ้าวเฮ้ย.. อาซือมิ สาวลีซอที่เจอกันที่งานแต่งเช้าที่พริบตานี่นา.. วู้ววว.. คุยกันพักใหญ่ๆ ก็รู้ว่าเป็นคนที่น่ารัก และกวนติงในเวลาเดียวกัน หุหุ เธอเป็นเจ้าของกิจการรีสอร์ทบ้านดินดอยด้วย แวะไปชมที่พัก และชมทุ่งทานตะวันบริเวณนั้น แล้วก็ร่ำลากัน ^^

อาซือมิ ตอนเด็กๆน่ารักมั้ย ^^

ระหว่างทางมีทางขึ้นน้ำตกหมอแปง ซึ่งตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปเลยเพราะทางชันขึ้นเขาและ @wiennat เพิ่งมอไซค์ล้มมา หุหุ แต่พี่เนยขับนำไปแล้วหักเลี้ยวขึ้นเขาทันที หุหุ เอาว่ะ ไปก็ไป ลุยทั้งทีก็เอาให้มันสุดๆไปเลย.. ทางชันนี่ก็ขับมันส์ดีเหมือนกันนะ พยายามมองหาจุดที่ @wiennat ล้ม แหะๆ ก็มีอยู่จุดหนึ่งที่วิวสวย ถึงขนาดที่ @wiennat น่าจะควักกล้องมาถ่ายระหว่างทาง และอ้างอิงจากแผนที่ที่เจ้าตัวเคยบอกพิกัดไว้ ก็น่าจะใช่เลย ฮ่าๆ..  ข้าพเจ้าผ่านมาได้ ฮัดซ่า!!

กลับลงมาหลงทางกันพักใหญ่ วนไปวนมาเข้าหมู่บ้านนู้นออกหมู่บ้านนี่ ทางที่มีอยู่ใน GPS มันไม่มีแหล่ว ถมทางเหลือทางดินนิดเดียว เอาว่ะ ช่างมันกลับมาทางเดิมก็ได้ น้ำมันเหลือน้อยแล้วด้วย กลับลงมาก็แวะไปหาชุดลีซอให้นิช แล้วแวะกินขนมปังสังขยาน้ำเต้าหู้ที่ตลาดแสงทองอร่าม ไม่อร่อยเลย หึหึ

แวะไปหาคู่บ่าวสาวที่ Sweet and Mellow นั่งนอนกลิ้งเล่นสักครู่พี่เม่นชวนไปกินข้าวเย็นที่ DA CRISTINA เป็นพิซซ่าอิตาลี อร่อยมากๆ สั่งมา 3 อย่าง.. พิซซ่า คาโบนาร่า และทีโบนสเต็ก อร่อยมากกก!! มื้อนี้พี่เม่นเลี้ยงง่ะ ขอบคุณมากครับ ได้รู้ร้านอร่อยๆเพิ่มขึ้นอีกร้าน ถ้ามาเที่ยวเองคงไม่ได้มากินร้านอะไรยังงี้เท่าไร ไม่กล้าเข้า ^^

กินเสร็จก็กลับไปทำงานที่บ้านบ่าวสาวแป๊บนึง เจ้าบ่าวก็ขอตัวไปนอนก่อน เจ้าสาวก็เลยส่งสายตาปริบๆ แอบชวนย่องไปเที่ยวผับ BeBop รอบๆเมือง เพิ่งรู้จริงๆนะว่ามีผับในปายด้วย เข้าไปก็สั่งเบียร์กินนิดหน่อย นั่งเอาบรรยากาศ สักพักก็มีฝรั่งเกย์เมาเรื้อน ลอบกอดจูบชายฝรั่งอีกคนจนเกือบจะมีเรื่องกัน.. แล้วทำไปทำไมก็มาเรื้อนอยู่โซฟาข้างหลังข้าพเจ้า ดูเหตุการณ์ท่าจะไม่ดี ก็เลยมองหน้ากันส่งซิกแนล เรากลับกันเถอะ ฮ่าๆ.. แล้วก็บรื้นไปส่งเจ้าสาวถึงเรือนหอ แล้วก็แวะเข้า 7-11 ซื้อมาม่าคัพคนละถ้วย กินมาม่าท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในยามดึกนี่มันเป็นอะไรสุโค่ยมากๆ 

หมดไปอีกหนึ่งวันชิวๆ ^^

Tagged with:
Mar 02

ตื่นมาแล้วหัวหนักมากกก พะอืดพะอม แสบท้องด้วย อาการเช่นนี้เกิดจากแฮลกอฮอล์หลายสำรับตีกันจนมั่ว แว๊กกก.. ครายยื่น Black Label มาให้ข้าพเจ้าหว่า ไฮโซอย่างข้าพเจ้าต้อง แสงโสม เท่าน้านนน!!  ฮ่าๆ

อาบน้ำแต่งตัวด้วยความมึนงงปนระทึก ด้วยเกรงว่า ตั๊บแก!! ตัวยักษ์จะโผล่มาตอนไหนหรือเปล่า เพราะเมื่อวานเห็นมันเดินเข้าไปซ่อนหลังฝักบัว แต่มันก็ไม่โผล่มา Phew!

Check out เรียบร้อยก็ไปกินอาหารกลางวันกันแบบเบลอๆ งงๆ แฮงค์ๆ ที่ร้านตรงไฟแดงง่ะ สั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูมา เพราะไม่อยากกินมัน กินมันแล้วกลัวจะย้อนออกมา แล้วก็สั่งน้ำขิงร้อน เป็นขิงแก่สดๆเลย ดีจัง นึกว่าจะใช้ขิงผงเสียอีก ^^ กินขิงแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

กินเสร็จก็ร่ำลาสาวๆ และทีม MADz บางส่วน ที่กลับก่อน จากนั้นข้าพเจ้ากับนู๋เนยก็ตุเลงๆกระเป๋าผ้าไปหาที่พักราคาถูกๆอยู่ สุดท้ายก็ไปจบที่ Charlie's House ที่ๆเคยมานอนเมื่อมาปายครั้งที่แล้ว ราคาถูกดี อยู่ใจกลางเมืองด้วย

เข้าที่พักกันเสร็จก็ของตัวงีบสักพัก ตื่นมาอีกทีก็ประมาณ 5 โมงเย็น รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แล้วก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่วัดพระธาตุแม่เย็น โคตรจะสวีท หึ!

พระอาทิตย์ตกก็โคตรเร็วเหอะ 1 นาทีก็หมดดวงแล้ว หลังจากดูเสร็จก็มาแวะร้านกาแฟนิยม ที่อยู่ระหว่างทาง บรรยากาศดี รสชาติอร่อย ^^

ใครมีโอกาสแวะมาก็ แนะนำเลย mocca อร่อยๆๆๆ 

กินเสร็จบึ่งเข้าเมืองไปถนนคนเดิน นั่งกินขนมจีนน้ำเงี้ยว พร้อมไข่ต้มและแค๊ปหมู รสชาติยังไม่ค่อยเข้มข้นแต่ก็โอเคๆ

เสร็จแล้วก็ไปหาบ่าวสาว ก็ทราบความว่ามีอีกแก๊งค์ยังไม่ได้กลับ รวมตัวทำอาหารเย็นกินกันที่หลับฝันดี ก็เลยตามไปสมทบ ไปเสวนาเรื่องราวต่างๆนานาที่เกิดขึ้นในงานเมื่อคืน เฮฮาปาร์ตี้มากๆ ได้รู้เรื่องหลายๆเรื่องที่ไม่รู้ ได้รู้จักคนหลายๆคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน.. และรู้สึกคุ้มค่ากับการเลือกที่จะใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำลายกำแพงระหว่างกันและกัน 

กลับมานั่งทำนู้นทำนี่ แล้วออกมาหาอะไรกินที่ 7-11 ตอนตี 2 วู้วว.. เซเว่นในปายตอนตี 2 วู้ววววว  สงัดมากๆ

แล้วก็กลับมานอนล่ะ บั๊บบุ๋ย หมดวันชิวๆไปอีก 1 วัน

Tagged with: