Mar 26

หลังจากที่ระเห็จร่อนเร่พเนจรนั่งทำงานตาม coffee shop มาประมาณครึ่งปี ตอนนี้ก็มี office (ชั่วคราว) ให้นั่งทำงานกันแหล่ว อยู่แถวๆสำเหร่หล่ะ ค่อนข้างไกลพอสมควร แต่พอเอาเข้าจริงๆ ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่านั่งรถเข้าเมืองอีก ก็โอเค ไปถึง office มองดูรอบแล้วยิ้มแก้มปริ.. ร้านอาหารวางขายกันหน้าสลอนเลย.. โอย มีความสุข ของกินเพียบ!! ถูก และ อร่อย งั่มๆๆ.. ถึงเวลาทำงานจริงๆก็รู้สึกว่ามีสมาธิมากกว่าตอนตะลอนๆแฮะ คือจริงๆโปรแกรมเมอร์มันต้องโวยวาย มีปัญหาอะไรก็ต้องแหกปาก มันจะได้ไม่เครียด ทุกทีนั่งอยู่ข้างนอกแหกปากไม่ได้ ก็ขย้ำผมแทน โรคจิตเนอะ หุหุ

 ป้ายหน้าโรงเรียน

กลับมาตามหัวข้อ คือ ตอนเดินทางไปทำงานมันต้องผ่านโรงเรียนเสสะเวชวิทยา แหล่งการศึกษาของไทย โรงเรียนสมัยประถมของเรา วันนี้ก็เลยถือโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนเสียหน่อย หลังจากไม่ได้ไปนานกว่า 8 ปี.. ย่างก้าวเข้าไปในโรงเรียนสิ่งแรกที่นึกขึ้นมา "เฮ้ย มันเหมือนเดิมเดี๊ยะๆๆๆ" 14 ปีก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นยังงั้น คง concept คง layout ทุกอย่าง จะมีเปลี่ยนก็ตึกอนุบาลหน่ะ ส่วนข้างในนี่เหมือนเดิมทุกประการแล

 ศาลพระภูมิ หลังศาลจะมีสระน้ำเล็กๆ ตอนเด็กๆชอบไปแกล้งลูกอ๊อดในสระ

 ตึกอนุบาล

 คำขวัญ

 คำขวัญยาวเฟื้อย

เดินเข้าไปถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โรงเรียนร้างมากเพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม ก็เห็นอาจารย์เดินกันบ้างประปราย เราก็เดินๆถ่ายๆไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้คุยกับใครหรอก นี่มัน 14 ปีแล้วนะ ใครจะไปจำได้ว่ะ ตอนนี้อาจารย์ก็ไม่รู้ว่าลาออกกันไปหมดแล้วยัง  ก็เดินไปเรื่อยๆกะว่าถ่ายรูปไปโพสต์ให้เพื่อนๆได้เห็นแล้วก็คงกลับ

 เสาธง กับ ตึกหอประชุม

 อาคาร มัธยม

 ป.6/4 

 โรงอาหาร ยังเป็นโต๊ะอลูมิเนียมเหมือนเดิม

เดินจนทั่ว กะลังจะเดินกลับ ก็คิดว่าเดินขึ้นตึกไปดูตามหมวดหน่อยดีกว่า ดูชื่อหน้าบอร์ดว่ามีอาจารย์ท่านไหนยังสอนอยู่บ้าง เดินไปเดินมาเห็นว่าห้องหมวดเปลี่ยนต่ำแหน่งแฮะ สุดท้ายเดินขึ้นไปที่หมวดภาษาต่างประเทศ เจอหัวหน้าหมวด มาสเตอร์อะไรจำไม่ได้แต่หน้าคุ้นๆ คุยไปคุยมามาสเตอร์ก็บอกว่าคุ้นหน้าเหมือนกัน เราก็บอกว่าเป็นศิษย์เก่ามาเยี่ยมโรงเรียน พอดีเมื่อกี้เห็นที่บอร์ดมีชื่อมิสรัชนีอยู่ เป็นครูประจำชั้นตอน ป.4 ก็เลยถามหา ทันใดนั้น มิสก็โผล่มาจากห้องที่อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม มาสเตอร์ก็ตะโกนเรียกกันข้ามตึกเลยทีเดียว บอกว่าลูกศิษย์มาหา เรายังมองหน้ามิสไม่ชัดเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้มันทำให้หัวใจเราพองโตสุดๆ มิสมองหน้าเรา (มองกันข้ามตึกหน่ะแหละ) แล้วยิ้ม พร้อมกวักมือเรียกให้ไปหา โดยไม่มีสีหน้าสงสัยหรือหยุดชะงักคิดเลยว่าไอ้หมอนี่ใครฟร่ะ คือจำได้ตั้งแต่แว๊บแรกที่เห็น  ไอ่เราก็ตกใจ นี่มัน 14 ปีแล้วนะ.. ด้วยความตื่นเต้นก็ตะโกนไปถามว่ามิสจำผมได้เหรอครับ 555 แต่เหมือนจะฟังไม่ได้ยิน มิสก็ได้แต่กวักมือเรียกให้ไปหา ไอ่เราก็รีบวิ่งข้ามตึกไปหาเลย..

 อาคาร 4 ห้องสมุด และห้องดนตรีไทยของข้าพเจ้า

เดินไปถึงเราก็ถามอีกที "มิสจำผมได้เหรอครับ" มิสก็บอกว่าจำได้สิ แล้วก็เรียกชื่อเรา ตามด้วยคำสร้อย ยาวเป็นพรวน เหมือนเป็นคำที่ใช้เรียกเราสมัยก่อนจนติดปาก ไอ่เราได้ยินก็คุ้นๆแฮะ เหมือนมีใครเคยเรียกเรายังงี้ตอนเด็กๆ ฮ่าๆมิสนี่เอง ^^ 

จุดนั้นดีใจมากเลย มิสก็เลยพาไปหามิสท่านอื่นๆที่มาเตรียมงานสอนช่วงซัมเมอร์ ก็ได้เจอมิสประพิศ รู้หลัก ครูประจำชั้น ป.3 และมิสอีกท่านนึงที่สอน Conversation อ๊ากกดีใจ.. คุยกันนานสองนาน ก็ได้รู้ว่าอาจารย์หลายท่านก็เสียไปแล้ว หลายท่านก็เกษียณ แต่ส่วนใหญ่จะยังสอนอยู่ มิสบอกว่าอาจารย์โรงเรียนนี้อยู่ทน และทนอยู่ ฮ่าๆ.. ส่วนใหญ่ที่เรารู้จักก็จะยังอยู่นะ มิสชงน้ำชามะนาวให้ทานด้วย ชื่นใจจริงๆ คุยสารทุกข์สุกดิบกัน มิสก็ถามหารุ่นพวกเรา เราก็ไล่ชื่อเพื่อนๆในห้อง มิสก็จำได้กันหมดเลย โอย..ดีใจแทนเพื่อนๆ มิสอยากเจอเพื่อนๆนะ เอาไว้วันไหนรวมตัวกันไปเยี่ยมอาจารย์กันเถอะ

 มิส มิส มิส

จริงๆก็อยากไปหาอาจารย์ท่านอื่นๆต่อนะ แต่ต้องรีบไปเปิดออฟฟิศ ก็เลยต้องออกมาก่อน ได้เวลาก็ร่ำลาอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน มิสก็เอามือมาแตะที่หัวแล้วอวยพรให้ โอยน้ำตาจะไหล.. เราก็บอกว่าเดี๋ยวจะมาเยี่ยมอีกแล้วจะพาเพื่อนๆในรุ่นมาด้วย.. และมิสก็ฝากประโยคทีเด็ดก่อนจากกันว่า

"จะมาก็รีบมาหานะ ใครจะไปรู้ว่าครั้งหน้ามาอาจจะไม่อยู่ให้เจอกันแล้วก็ได้" …ครับ มิส

3 Responses to “25 Mar 10 : เยี่ยมเยียนโรงเรียนสมัยประถม”

  1. สุ จิ ปุ ริ .. ไม่ได้เห็นคำนี้มานานมาก
    พึ่งรู้ว่าโรงเรียนในเครือนี่ Motto เดียวกันเลย
    ดีใจที่ได้เห็นคำที่คุ้นเคยอีก =)

  2. i_itsariya says:

    meeting คราวหน้าไปเสสะเวชกันเถอะ 🙂

  3. คิดเติ้ง says:

    อาจารย์ คน ซ้ายมือ หน้าจะเป็น มิส.ประพิศ มั้งนะ

    ให้รางวัล มารยาทดีเราอะ เกือบ 17 ปีล่ะ ที่ไม่ได้เจอ

Leave a Reply to คิดเติ้ง