Dec 18

     วันนี้มี activities เยอะหน่อยก็เลยมีเรื่องเขียน 🙂 ตอนบ่ายที่บริษัทมีซ้อมหนีไฟ สัญญาณเตือนภัยเสียงน่ารักสุดๆ สงสัยใส่ polyphonic ได้คงใส่ไปแล้ว.. ตอนซ้อมนี่.. โอ้โห พี่ไทย ซ้อมซะ.. กว่าจะย่างก้าวได้แต่ละก้าว นี่ถ้าเกิดไฟไหม้จริงๆคงโดนครอกตั้งแต่คิดจะเดินออกจาโต๊ะแล้วหล่ะ..  หึๆ.. ลงไปที่จุดนัดพบก็มีโชว์ดับไฟ ด้วยวิธีการสาธิตพื้นฐานคือถังแก๊สจุดไฟ กับ ถังดับเพลิง ดูไปเพลินๆ.. เพลินจริงๆ เพลินจนลืมว่า เย้ดดด.. วันนี้ต้องไป Recruit เด็กที่วิดวะคอมพ์จุฬานี่หว่า.. โดนโทรตามลากออกมาจากกองเพลิง.. เก็บของเสร็จก็บึ่งรถตู้ออกไปทันที..

     น้องๆก็เยอะดี เพราะเพิ่งเรียน creativity เสร็จ.. อาจารย์ก็ปล่อยช้าสาดด.. แต่ก็เข้าใจเพราะปีที่แล้วก็เรียน 🙂 เราไปนี่ก็ไม่ต้อง present อะไรหรอก ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย ไปแบบหัวโล่งๆ.. สักพักพี่เค้าคงอยากให้มีส่วนร่วมก็เรียกไปสดซะงั้น หึ่ยโกด.. เหมือนไปโชว์เปิ่นต่อหน้าน้องๆ มันแย่มากเลยจริงๆ.. ตอนนั้นหัวก็ตึ้บไม่ได้คิดอะไรในหัวด้วย ไอ่เราเป็นคนที่ไม่สามารถไปสดได้ถ้าไม่เตรียมตัวก่อน แล้วอีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่า.. อะไรพูดได้หรือพูดไม่ได้ ก็เลยเกร็งสุดๆ โคตรเครียดจริงๆหว่ะ..อายน้อง…. จบ session ก็เห็นน้องๆสนใจเยอะดีนะ.. มาลงชื่อไว้เต็มเลย.. ก็ขอให้ได้กันเน่อ..

     พี่ๆเค้ากลับบริษัทกัน ส่วนเราก็ขอปลีกตัวมาลัลล้าหน่อย.. นานๆจะได้มีโอกาสมาเดินมหา’ลัย มาเดินสยาม.. ที่ตั้งใจเลยนะคือจะมาติดต่อ True shop ถามเรื่อง Convergence ของมันหน่อย.. กะว่าจะสมัครมันทั้งระบบเลย.. อยากรู้จะมีโปรโมชั่นอะไรหรือเปล่า.. เดินๆไปมา เอ๊ะ แถวสยามไม่มี True shop เลยเหรอว่ะ.. ก็เลยเข้าไปถามพนักงานใน True Cafe ดู.. บอกว่าใกล้สุดอยู่ Lotus พระราม 1 โอ้วว.. พระเจ้าจอร์จจจจจ.. แหล่งชุมชนเมืองไม่มี True Shoppp.. มันน่าเจ็บใจนัก.. พอกลับมาถามเพื่อนก็เพิ่งรู้ว่า Central World มันมีนี่หว่า.. เด๋วนี้พอหาอะไรไม่เจอก็ไปที่นี่ก่อนเลย.. รับรองเจอทุกอย่าง 🙂

     เดินเตร็ดเตร่แถวน้ำพุพารากอนพร้อมหนังสือ Digital Fortress ซึ่งอ่านไม่จบเสียที.. เฮ้ยย.. เค้าแจกของฟรีกันหรือเปล่า คนทะลักเลย.. มีกั้นรั้วเหล็กด้วย.. ตอนแรกนึกว่ามีเสด็จ.. ถามไปถามมาก็รู้ว่าเด๋วมี concert ของนักร้องเกาหลีชื่อ FT Island วงไรว่ะไม่เห็นรู้จักเลย..  แต่ทำไม FC มันเยอะเยี่ยงนี้.. สงสัยยืนรอนักร้องเดินผ่าน เบียดเสียดกันแทบเป็นตาย.. เราว่างๆไม่รู้จะทำอะไรก็เลยยืนดูเล่นๆแปร๊บนึง ไม่มาสักที เดินเล่นดีกว่า.. เดินไปหยุดงงตัวเองหน้าบันไดเลื่อน(ตรงที่ทำบัตร ปชช.ง่ะ)แปร๊บนึง.. สักพักมีเสียงกรี๊ดจากเบื้องล่าง.. แล้วก็มี Bodyguard เดินขึ้นมาจากบันไดเลื่อนพร้อมนักร้องเกาหลีทั้งวง ในระยะประชิดแทบจะกระทบไหล่กันเลย ไอ่เราก็ยืนขวางหน้าประตูอยู่ ก็ตกใจ แอบแปลกใจในโชคชะตาตัวเองเล็กน้อย.. กรูไม่ต้องไปยืนรอจนขาแข็ง ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับเค้า แค่เดินผ่านมาแบบมึนๆก็ได้เจอแบบระยะประชิดซะงั้น.. นี่ถ้าเป็นพวก FC คงกรี๊ดสลบกองอยู่ตรงนั้นแน่ๆ.. ก็เลยยืนดูไปเรื่อยๆ เพลงก็ ok นะ.. ว่าจะยืนดูแป๊บนึง.. ยืนไปยืนมา.. อ้าวฟังจนจบซะงั้น ร้อง 6 เพลง.. แล้วมาแถมอีกนิดหน่อย.. มี HBD ให้นักร้องด้วย แล้วก็เพิ่งเห็นนี่แหละว่า คนไทยนี่บ้าเกาหลีเหมือนกันเนอะ.. ร้อง HBD เป็นภาษาเกาหลีด้วย.. ฟังไม่รู้เรื่องหว่ะ.. เค้าคงประทับใจดีเนอะ.. เสร็จแล้วก็รีบบึ่งกลับบ้าน รีบชิงหนีก่อนที่จะเจอกระแสคนโหมกระหน่ำ BTS.. จบแล้วสำหรับวันนี้.. ไม่รู้ต้องรออีกนานเท่าไรนะถึงจะมีโอกาสได้มาเล่าใน blog อย่างงี้อีก.. ทำงานแล้วไม่มีอะไรให้เล่าเลยล่ะ.. ก็ไม่รู้ล่ะ.. รออ่านละกันนะ.. จุ๊บจุ๊บ.. จ๊วบจ๊วบ.. ซ๊วบบบบ..

Dec 12

     ครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งที่สอง นับตั้งแต่เดินทางไป Train กับ Nokia ที่สิงคโปร์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว น่าแปลกใจที่วันเดินทางตรงกันพอดีเลย ต่างกันแค่ช่วงเวลาเดินทางเท่านั้น.. แม้ว่าครั้งนี้เราจะเดินทางไปต่างประเทศด้วยการเดินข้ามประเทศก็เถอะ.. ก็ถือว่าไปเที่ยวต่างประเทศใช่มะ 🙂 อย่างน้อยมันก็เป็นความสุขเล็กๆที่เราได้ทำตามที่เคยสัญญากับตัวเองมาไว้แต่เด็ก.. อยากรู้ป่าว?.. ความฝันของเด็กหน่ะอย่าไปสนใจเลยเนาะ.. ที่จริงเคยเขียนไว้ตอนไปสิงคโปร์แล้วล่ะ.. อยากรู้ก็ไปลองอ่านแล้วกันนะ..

     พูดถึงทริปโดยรวมเลยดีกว่า ไม่อยากลงรายละเอียดมาก.. ทริปนี้ถือเป็นทริปที่ทรหดพอสมควรเลย สำหรับใครที่คิดว่าไปกับทัวร์แล้วจะสบายก็ต้องคิดใหม่เลยล่ะ.. ลำพังการท่องเที่ยวในลาวก็ลำบากอยู่แล้ว.. แม้ว่าจะมีการ organize schedule มาดีแค่ไหน.. ก็มีโอกาสเกิดเรื่องสุดวิสัยขึ้นมาได้อยู่ดี.. ซึ่งทริปนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยด้วยล่ะซิ.. จะข้ามฟากแม่น้ำโขงแต่ละทีใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง.. พอดีรถเมล์คันที่เทียบเรือยนต์คันก่อนหน้า.. ถูกไม้ที่ใช้รองล้อเป็นทางเดินรถดีดกลับ กระแทกหม้อน้ำแตก.. ทำให้ทัวร์เราที่รอข้ามฟากอยู่ก็ต้องยืนตากแดด delay ไปเกือบ 2 ชม.. และมีอย่างอื่นอีกมากมาย.. แต่บางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยก็คือ.. ลูกทัวร์ late กันเอง.. อันนี้มีเป็นสิ่งที่แก้ไขได้.. ขอแค่ความร่วมมือ เพราะไม่เช่นนั้นตารางทุกอย่างก็จะ late หมด แล้วก็จะเหนื่อยกันเอง.. เวลาในการ appreciate ธรรมชาติก็ลดน้อยลงไป..

     สำหรับเราที่ไปเที่ยวแบบลุยๆอยู่แล้วก็ถือว่าทริปนี้สนุกดีได้ทำอะไรหลายๆอย่าง แปลกๆใหม่ๆ.. ปกติในลาวพอมืดทุกอย่างก็จะมืดหมดเลย มองแทบไม่เห็นทางเลย.. แล้วคืนแรกเราต้องไปนอนที่เกาะดอนโขงซึ่งต้องข้ามแม่น้ำโขงเข้าไป ต้องนั่งเรือลำน้อย ขึ้นได้แค่ 10 คน ล่องลอยไปตามมหานทีสี่พันดอนกว้างเป็นกิโลโดยไร้แสงสว่าง มีเพียงแสงไฟฉายนำทางเล็กๆ รู้สึกเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างยิ่ง.. ระหว่างที่เรือมุ่งหน้าไปยังปลายทาง หูก็ได้ยินแต่เสียงเรือแทรกผ่านน้ำในเบื้องหน้า ด้วยบรรยากาศที่เงียบกริบก็ทำให้รู้สึกวังเวงขึ้นมาทันที.. ในใจก็พลันคิดเล่นๆว่าจะมีพญานาคโผล่ขึ้นมาพ่นไฟ หรือมีปลาบึกว่ายขึ้นมาให้ยลโฉมหรือเปล่า.. แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดเพื่อกลบเกลื่อนสภาวะปัจจุบัน.. ขณะเดียวกันสายตาก็พลันมองขึ้นบนท้องฟ้า เห็นดาวน้อยใหญ่ทอแสงระยิบระยับทั่วท้องนภายามวิกาล.. นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่อยู่กับความนิ่งสงบอยู่กับตัวเองอยู่กับแสงดาวนับล้านดวง สวยงามมาก เห็นดาวเทียมเห็นทางช้างเผือกเห็นหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น.. ก็ได้แต่ชักชวนเพื่อนร่วมเดินทางให้ร่วมซึมซับบรรยากาศดีๆเหล่านี้ไว้.. ได้เห็นทุกคนมีความสุขเราก็สุขใจ.. การที่ได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศราวย้อนเวลากลับไปสัก 20-30 ปี.. มันมีความสุขอย่างงี้นี่เอง

     สถานที่ท่องเที่ยวในลาวที่ได้ไปเที่ยวจริงๆจังๆ ก็มีแค่ 3 ที่แค่นั้นล่ะ.. คือ ปราสาทวัดพู น้ำตกหลี่ผี น้ำตกคอนพะเพ็ง.. นอกนั้นจะเป็นการเดินทางเสียส่วนใหญ่ ล้ามากเลย.. ขาบวมตั้งแต่วันแรกที่มาถึง.. เจ็บตลอดทัวร์เลย.. แต่ยังดีที่มีรองเท้าผ้าใบ support อยู่ก็บรรเทาไปได้มากอยู่เหมือนกัน.. ไฮไลท์สำคัญของคืนที่สองคือ ได้ไปเที่ยวผับลาวชื่อ Angel.. โอ้โห.. ไม่อยากจะเชื่อ.. เต้นกันระเบิดเลยทีเดียว.. หนุ่มๆบริษัทเราโดนหญิงลาว กระเทยลาวแทะโลมกันหลายคนเลยทีเดียว.. บรรยากาศในร้านก็โอเคนะ.. เพลงช่วงแรกจะเป็น karaoke สลับกับ DJ ส่วนใหญ่ก็จะ
เป็นเพลงไทย.. หลัง 3 ทุ่มก็เริ่มเพลง dance เสียตรงที่เพลงมันจังหวะเดียวกันหมดเลย แรกๆก็ ok หลังเริ่มเบื่อ.. ก็ประมาณเธคในไทยสมัยก่อนละที่เอาเพลงมา remix มีเนื้อเพลงแค่หัวๆกลางๆท้ายๆ นอกนั้นก็จังหวะ dance เดียวกันหมด.. แต่ที่ชอบคือ มีช่วง Happybirthday เหมือนผับเราล่ะ.. แต่เป็นเพลงลาวลูกทุ่งแปลกดี.. ผับที่ลาวปิดตอน 5 ทุ่ม เพราะทุกคนต้องรีบกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วนอนก่อนเที่ยงคืน.. มันเป็นระเบียบของประเทศเค้ามาตั้งแต่รับเอกราชแล้วอ่ะ มีเคอร์ฟิวว่าหลังจากเที่ยงคืนห้ามเดินเพ่นพ่านบนถนน ทุกคนต้องปิดไฟนอน.. เราก็เลยต้องรีบกลับมาแล้วนอนซะ.. วันต่อมาก็ตื่นตี 5 ไป appreciate ตัวเมืองปากเซเสียหน่อย.. บรรยากาศดีจังเงียบสงบ.. ให้อารมณ์เหมือนอยู่ปายเหมือนกันแฮะๆ.. ชอบค้าบบ..

     วันสุดท้ายกว่าจะกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็ตี 3 แล้วล่ะ.. พอดีมีคนอาหารเป็นพิษล่ะ ต้องพาเข้าโรงพยาบาล เลยก็เลทต่อเนื่อง.. จะว่าไปแล้วทริปนี้มีคนท้องเสียเยอะมาก คงเป็นเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารล่ะ.. แต่ case สุดท้ายนี้ท่าทางจะรุนแรงมาก ต้องส่งโรงพยาบาลด่วนเลย..  กลับมาถึงบริษัทเก็บของนิดหน่อย กลับมาถึงบ้านตี 4 เก็บของ อาบน้ำ กว่าจะได้นอนก็ ตี 5 จะบ้าตายยต้องตื่นไปทำงาน 7 โมงเช้า..  ตอนเช้าไปทำงานเห็น ซอมบี้ + หมีแพนด้า เดินเต็มตึกเลย.. ทำงานแบบไร้วิญญาณ.. วันนี้ก็ดันเจอ Critical case อีกเต็มเลย.. โดนแต่เช้าเฮ้อออ.. เหอะๆ.. เอาหน่ะ.. นานๆได้ไปเที่ยวที.. เต็มที่กับชีวิตคร้าบบ..

     เดี๋ยวถ้าได้รูปมาจะเอามาให้ดูกันนะครับ..

ps. ขอโทษหลายๆคนด้วย กลับมาครั้งนี้เราไม่สามารถเป็น Brandnew Thee ได้อย่างเต็มรูปแบบ.. มันยังคงมีบางอย่างติดหัวเราอยู่.. ขอบคุณทุกความห่วงใย และทุกกำลังใจที่มอบให้ครับ..

Tagged with:
Dec 07

     คงถึงเวลาที่ต้องเลิกเศร้าได้แล้วล่ะมั้ง..  เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน.. ที่เราใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้พินิจพิจารณาสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต.. ได้มองได้เห็นในหลายๆแง่มุมไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสมาก่อน.. ได้จมกับความทุกข์สุดๆ (แค่คงไม่เท่าจุดต่ำสุดของชีวิตใน blog แรกๆ) ในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสกับสิ่งที่สุขสุดๆเหมือนกัน.. แต่ก็เป็นตัวเราเองนี่ล่ะ.. ที่นำพาความสุขเหล่านั้นจมไปกับความทุกข์ด้วย.. ทุกอย่างก็เลยมองดูแย่ไปหมด..  เรารู้.. เราเห็น.. เราเคยผ่านเหตุการณ์แย่ๆมาหลายอย่าง.. และก็มั่นใจว่า.. สักวันเราต้องผ่านความทุกข์เหล่านั้นมาได้.. มันต้องมีสักวัน.. แต่เราเลือกที่จะจมอยู่กับมันสักพักเพื่อให้ตัวเองได้มองเห็นแง่มุมอะไรต่างๆมากขึ้น.. เอามาเป็นบทเรียนล้ำค่า.. เพื่อให้ดำรงชีวิตต่อไป..

     แต่ความทุกข์ครั้งนี้มันยาวนานกว่าที่คิดไว้เยอะ.. เกือบ 1 เดือน.. มันทรมานมาก.. 2 อาทิตย์แรกคิดว่ากำลังจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้.. ก็ดันมีประเด็นใหม่ๆเกิดขึ้น ที่กระทบกับชีวิตเราเข้าอย่างจัง.. บางครั้งก็คิดว่าสุข แต่ลึกๆแล้วมันมีความทุกข์ซ่อนอยู่มากมาย.. เวลาที่ผ่านมาเราสามารถก้าวข้ามผ่าน coming of age ได้แล้วหรือยัง.. กับสะพานเส้นนั้น กับคนหลายๆที่หยิบยื่นความหวังดีมาให้.. กับความหมายของคำว่ารัก.. ที่เราก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าเราเคยรู้จักมันมั้ย.. กับคำว่าความเหงา ที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยหลุดออกจากปากของเราเลย.. แต่เพิ่งได้รู้สึกก็ตอนนี้.. เพิ่งได้สัมผัสว่าความเหงามันเป็นอย่างไร.. ถ้านี่คือสิ่งที่เค้าเรียกว่าความเหงา.. แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของเราล่ะ.. มันคือความเหงาด้วยหรือเปล่า.. หรือนี่คือสิ่งที่เราพยายามหนีมันมาโดยตลอด.. วิ่งหนีจากความจริงอันโหดร้ายที่ต้องเผชิญ.. เหนื่อยมั้ยกับการวิ่งสู่ปลายทางอันไร้จุดหมาย.. ถึงเวลาที่เราต้องหยุดวิ่งแล้วยอมรับมันแล้วหรือยัง..

     ยอมรับมันเสียเถิด.. เผชิญหน้ากับมัน.. แล้วเราจะก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายนี้ไปได้..

ps.. แต่ก่อนอื่นวันนี้ขอก้าวข้ามชายแดนไปเที่ยวลาวใต้ก่อนนะครับ.. แล้ววันอังคารเจอกับ Brand new THEE again!!

Dec 03

     หลังจากเรื่องราวที่ผ่านมาหลายเรื่อง.. มันทำให้น้ำตาเราไหลออกมาไม่หยุด.. มันคงไม่กี่วัน และหวังว่าจะเป็นเพียงน้ำตาหยดสุดท้าย.. แต่มันก็ไม่ได้สมดังหวังหรอก..

     กับการที่เราต้องการทำดีเพื่อใครสักคน.. กับการที่เคยทุ่มสุดชีวิตเพื่อหวังให้ทุกอย่างดีขึ้น.. แต่มันก็ไม่เป็นผลเลย.. จนถึงวันนี้ ยาวมาจนถึงวันนี้.. มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย.. ทุกอย่างแย่ลง.. แล้วเราจะอยู่อย่างไร.. นั่นเป็นสิ่งที่เราสมควรได้รับงั้นเหรอ??..

     น้ำตาที่คิดว่าจะหมด.. มันก็ยังคงไหลเสมอ.. คงไม่มีคำว่าน้ำตาหยดสุดท้ายสำหรับเรา..ใช่ไหม?..

     แม้เราจะแข็งเป็นหินก็ตามที..
     เรายังคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปใช่ไหม??.. 

Dec 02

     หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาจิตตกต่ำมา ตอนนี้ก็โอเคขึ้นแล้วล่ะ.. ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ.. ถ้าไม่มีคงแย่กว่านี้.. จมอยู่ในปรักโงหัวไม่ขึ้นชัวร์.. ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำงานไม่ค่อยได้เลย.. รู้สึกไม่ดีเลยล่ะ. แต่จะทำไงได้หว่า เราก็พยายามแล้วนะ.. พอวันไหนหัวโล่งพอทำงานได้หน่อย ก็จะเกิดอาการปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที โคตรทรมานเลยหว่ะ.. โดยเฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดว่าจะโอเคแล้วนะ กลับกลายเป็นปวดหัวเกือบทุกวัน.. รู้สึกแย่ที่สุดเลย.. 🙁

      วันนี้น้องๆชมรม ได้จัดงานคืนสู่เหย้า ให้พี่ๆแก่ๆมารวมตัวกันสังสรรค์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยใช้ชื่องานว่า Slum Club : Return to Retro ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของชมรมด้วยละมั้ง ที่มีจัดงานอย่างงี้ขึ้นมา.. ยังไงก็ขอบคุณน้องๆ staff ด้วยละกันนะ.. พี่ก็เคยได้แต่คิดจะจัดมานานแล้วล่ะ.. แต่ทำไม่ได้สักที.. รุ่นพวกแกนี่เจ๋งมากเลยหว่ะ.. แค่เริ่มคิดว่าอยากจะทำให้งานนี้เกิดขึ้นจริงๆ ก็สุดๆแล้วหว่ะ.. ขอบคุณน้องๆมากเลย.. งานวันนี้สนุกมาก ไม่เคยเห็นชมรมจัดงานแล้วสนุกสุดอย่างงี้มานานแล้ว.. ทำให้รู้สึกดีจริงๆ.. ทุกคนก็ให้ความร่วมมือกับ Theme วันนี้อย่างจริงจัง.. ไม่น่าเชื่อเลย 55 ชอบๆ

     งานครั้งนี้ก็มีส่วนที่เราต้องรับผิดชอบด้วยก็คือ slide รวมเรื่องราวของชมรมเรา ตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังยาวนู้นนน.. ก็มีพี่วุด พี่แป๋ม พี่กิ๊ป อยู่ใน team ด้วยล่ะ.. เมื่อวานเราก็นั่งปั่น slide จนถึง 6 โมงเช้า แทบตาย!! ต้องตื่นไปทำธุระอีก แฮ่กๆๆ ทำไปทำมามันยาวตั้ง 21 นาทีแหนะ.. ความรู้สึกเราก็อยากให้มันมีนานๆนะ.. เพราะเรื่องราวเยอะเหลือเกิน ตอนเราดูก็โอเคนะ ไม่ยาวจนน่าเกลียด.. แต่พอมาเปิดในงานจริงๆ.. เฮ้ย เริ่มรู้สึกว่ามันยาวไปหว่ะ.. เริ่มงืดด.. ที่จริงประมาณ 3 เพลงกะลังพอดีเลย.. แต่เราคัดรูปออกไม่ไหวแล้วล่ะ.. คัดรูปแล้วเกิดอารมณ์รักพี่เสียดายน้อง แหะๆ คัดไปเกือบ 10 รอบแล้ว.. คัดทีนึงเราต้องเริ่มทำ slide ใหม่ทีนึง.. เริ่มเหนื่อย.. แล้วต้องมานั่งปรับ transition ว่าให้มัน focus ไปที่จุดไหนอีก.. สุดท้าย final ที่ 250 รูป.. กับ Video 21 นาที.. เหนื่อยจิงๆ ถึงเช้าเลย..  ยังไงก็ขอโต๊ดด้วยละกัน.. ถ้ารู้สึกว่ารูปมันเยอะไป หรือว่าหน้าซ้ำๆเยอะไปหน่อย.. คราวหน้าจะปรับปรุงเน่อ..

     สุดท้าย.. ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานคืนสู่เหย้าขึ้นมาครับ.. กระเป๋าฟี๊บบบบ.. แต่สนุกดี 🙂