Feb 02

วันนี้วันดี ตื่นแต่เช้า (นอนไปได้แค่ 4 ชม) เพื่อไปหาอาจารย์ที่ รร โพธิสาร วันนี้ได้ไปครบทุกหมวดเลย ปกติเราไปหาอาจารย์ทุกปีอยู่แล้วล่ะ ก่อนหน้านั้นไปทุกเทอมเลย แต่เดี๋ยวนี้เวลา tight มาก เลยกลายมาเป็นปีนึง  ไปแต่ละครั้ง อาจารย์ก็ถามหาเพื่อนๆคนอื่นๆตลอดเวลา ถามคำถามเดิมๆ พูดถึงเรื่องเดิมๆ บ่นถึงเด็กรุ่นใหม่ๆให้ฟัง แต่ไอ่คำว่าเรื่องเดิมๆนั่นล่ะ ทำให้เราโคตรจะอบอุ่นเหมือนเดิมเลย.. อาจารย์ทุกท่านที่ไปหาจำเราได้ เจอกันก็จะไล่รุ่นกัน รุ่นเดียวกับคนนี้ใช่มั้ย เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย ทำงานเป็นไง แล้วอาจารย์ทุกท่านก็จะปิดท้ายด้วยการบ่นถึงเด็กรุ่นใหม่ๆให้ฟังและก็จะจบด้วยประโยคที่ว่า ‘ไม่ดีไม่ขยันเหมือนรุ่นเธอ’ ไอ่เราฟังแล้วก็ดีใจนะ ก็อยากจะเอามาเล่าให้เพื่อนๆฟังด้วยครับ เราก็ยังจำภาพเก่าๆได้เลย เดินไปแต่ละที่ ก็มีภาพ flashback ขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด ตรงนี้ที่เราโดนไม้เรียวฟาด ห้องนี้ที่เราโดนหยิกแขน ซึ่งไม่มีอีกแล้ว ไม้เรียว ไม่มีอีกแล้วการทำโทษ เด็กสมัยนี้แตะไม่ได้เลย โคตรรักโรงเรียนนี้เลยหว่ะ 

อ่อ โรงเรียนเรายังคงเป็นที่ 1 ของฝั่งธนอยู่นะ และที่อาจารย์บ่นๆกันเนี่ย เด็กโรงเรียนเราก็ถือว่าดีกว่าโรงเรียนอื่นนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าโรงเรียนอื่นจะเป็นยังไง

แล้วตอนนี้ถนนพุทธมณฑลสายหนึ่งก็ตัดผ่านหน้าโรงเรียนแล้ว โรงเรียนเราจะได้กลายเป็นโรงเรียนติดถนนใหญ่เสียทีนะ ไม่ต้องนั่งเข้าซอย 1.7กม ล่ะฮ่าๆ

อีกอย่างตอนนี้โรงเรียนซื้อที่ข้างหลังได้แล้วนะ ที่พูดๆกันตอนรุ่นเราหน่ะ กำลังรอสร้างตึกอยู่ โรงเรียนเราจะได้ขยายที่เสียที

ห้องสมุดก็ปรับปรุงใหม่ซะสวยงามเลย ไม่รู้มีใครเป็นสปอนเซอร์หรือเปล่า มี facebook ด้วยนะ http://www.facebook.com/libraryps

เสร็จแล้วก็นัดอาจารย์นิทราสุดที่เลิฟไปนั่งทานอาหารกลางวันนอกโรงเรียนเหมือนทุกครั้ง และก็ทานร้านเดิมเหมือนทุกครั้งด้วย Smile  พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ มีความสุขจังครับ

เสร็จแล้วก็รีบนั่งรถไปออฟฟิศ ไปเอาเสื้อผ้า ไม้แบต รองเท้า เพื่อไปออกกำลังด้วยการตีแบดมินตัน กับพวกแก๊งค์ settrade ที่คุ้นเคย… ต่อไปผมจะพยายามไปให้ได้ทุกอาทิตย์ล่ะครับ ออกกำลังกายโว้ย!!!

ตีเสร็จก็กลับมาบ้าน มานั่งเขียน blog และจะหมดแรงในไม่ช้า…. คร่อก!!

ขอติด Japan Trip ไว้ก่อนนะครับ ขอมีแรงเยอะแล้วจะลุยปั่นมาให้อ่านกัน

 

ธีรเดช ณ วันวานแห่งความสุข

Feb 01

ไม่ได้เขียนมาเป็นเดือนอีกแล้วหว่ะ ช่วงที่ผ่านมาชีวิตวุ่นวายมากเลย หลังจากกลับมาจากช่วงเวลาชีพจรลงเท้าใน blog ที่แล้วนั้น เราก็กลับมาลุยงานต่อเลยหว่ะ มี 3 โปรเจครออยู่ แบบว่าจบโปรเจคนึงก็ต่อโปรเจคถัดไปทันที.. เรื่องที่ซุกหัวนอนไม่ต้องพูดถึง ก็เหมือนเดิมครับ หอบผ้าหอบผ่อนไปนอนออฟฟิศตามเคย กลายเป็นชีวิตเด็กหอ.. หลายคนก็ถามว่าใช้ชีวิตยังงี้มันมีความสุขเหรอว่ะ วันๆนั่งอยู่หน้าคอมพ์ ตลอดเวลาถ้าเทียบกับเวลางานปกติ 8 ชม เรานี่ใช้เวลาเป็น 2 เท่าเลยล่ะ นอน 6 ชม กิน 2 ชม ที่เหลือทำงาน.. มีความสุขมั้ยมันก็ตอบยากหว่ะ แต่อย่างหนึ่งที่รู้สึกและคงไม่ต่างกับที่โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่อดหลับอดนอนนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพ์ ข้าวไม่กินนั่งแก้บั๊กติดพันอยู่ ก็เพื่อได้เห็น Final Product ออกมานี่หล่ะ และจะยิ่งดีใจมีความสุขสุดๆเมื่อได้เห็น app ที่เราคอยประคบประหงมมีคนโหลดไปใช้งาน มีคนพูดถึงแม้จะบ่นว่ามีบั๊กเราก็พร้อมที่จะเข้าไปแก้แล้ว release ใหม่ทันที

ส่วนถ้ามองในอีกมุมหนึ่งและเป็นมุมที่คนส่วนใหญ่มองกันคือเรื่องสุขภาพ เราก็รู้สึกเหมือนกันว่าชีวิตมันก็อยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆแค่นั้น มองไปไหนก็มีหน้าต่างกำแพง หิวข้าวก็ลงไปกิน และก็ขึ้นมาอยู่ในห้องปิดเดิม ทั้งร่างกายขยับแค่นิ้ว ก๊อกแก๊กๆ อยู่หน้าจอคอมพ์ ข้อมือด้าน ข้อมือปวด ปวดหัว มันน่าเบื่อหว่ะกับบรรยากาศซ้ำซากอย่างนั้น ออกกำลังกายก็ไม่ได้ออก กล้ามเนื้อลีบ พุงโต หัวโต หัวฟู นอนก็ไม่เป็นเวลาหว่ะ ช่วงหลังๆใช้ชีวิต GMT+0 มาก ถ้าได้อยู่ London จริงๆคงดี เราตื่นคนอื่นนอน พอเรานอนคนตื่นแมร่งก็โทรมากันจังงงงง!! สรุป มีแต่เสียกับเสีย(สุขภาพ) แล้วทำไมไม่ปรับว่ะ ก็พยายามแล้ว จะใช้ชีวิตให้เหมือนคนอื่น แต่ผ่านไปเรื่อยๆมันก็ shift ไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่โหมดเดิม คือเรามักจะมีสมาธิตอนกลางคืนหว่ะ มันได้งานมากกว่าจริงๆ ไม่มีใครมา interrupt.. ก็รู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็จะพยายามปรับนะครับ

คือจริงๆแล้วมันก็เป็นช่วงๆครับ มันเป็นช่วงที่งานเข้ามาหลายงานพร้อมกันพอดี เราก็เข้าใจ เราก็ทุ่มมันเต็มที่นะ เวลาสังสรรค์ก็แทบจะไม่มีเลย ใครชวนเราก็ปฏิเสธหมด indicator ง่ายๆ ปีนี้เราไปนั่งลานเบียร์แค่ครั้งเดียว ไม่ได้ไปเดินดูไฟคริสต์มาส ไม่ได้ไปเกาะขอบรั้วฟังคอนเสิร์ตที่ CTW
แต่สิ่งหนึ่งที่มันเคยหายไปและเราก็พยายามสร้างกลับมาใหม่และดูเหมือนว่ามันจะย้อนกลับไปที่เดิมอีกครั้งคือ เราจะเริ่มเข้าไปสู่พื้นที่ตกสำรวจอีกครั้ง.. เวลาเราวุ่นๆใครชวนไปไหนก็ไปไม่ได้ ปฏิเสธบ่อยครั้งเข้า คนชวนก็คร้านที่ชวนอีก นั่นหล่ะครับ มันเริ่มแล้วครับ นั่นทำให้เวลาเราพอมีเวลาว่างบ้าง เราก็จะจับยัดทุกอย่างมาลงไว้พร้อมกันหมด ได้ปริมาณแต่ไม่อิ่มเอม มันคุ้มกันไหมหว่า.. ชีวิตและสังคมที่ขาดหายไป มันคุ้มกันไหม… อยู่แต่กับ Social Network แต่ยังไงก็ไม่เอมเท่ากับคนจริงๆหว่ะ มันไม่มี eye contact ไม่มี emotion ไม่มีสัมผัส คนจริงๆเมื่ออยู่ใกล้กันบางทีก็สามารถเข้าใจอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสักคำ.. มันทำไม่ได้ครับ..

จนถึงตอนนี้ โปรเจคทั้ง 3 ตัวก็ใกล้จะเป็นตัวเต็มวัยแล้ว ตอนนี้เราก็พอมีเวลาว่างแล้วหล่ะ และเราก็ปวารณากับตัวเองแล้วว่าจะไม่กลับไปโหมงานอย่างงั้นอีก(ถ้าไม่จำเป็น) ใช้ชีวิตให้เหมือนคนอื่น ว่างในเวลาที่ควรจะว่าง หยุดในวันที่ควรจะหยุด ออกไปสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้กับคนอื่นบ้าง ออกกำลังกายบ้าง ทำตามความฝันของตัวเองบ้าง ออกไปท่องเที่ยวผจญโลกกว้างเปิดหูเปิดตาบ้าง

ถ้าเป็นเกมส์โชว์ เราก็จะเรียกช่วงเวลานี้ว่า เป็นช่วงเอาคืน!! อะไร อะไร เสียหาย ผุกร่อนไปในช่วงปีที่ผ่านมา เราก็จะซ่อมให้มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ช่วงเวลาที่หายไป ก็จะพยายามเรียกกลับคืนมานะ คุยกับบิ๊กบอสล่ะ พี่เค้าบอกว่าบริษัทเราสนับสนุนให้พนักงานลาไปเที่ยว เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเราก็ขอจัดเต็มเลยนะ รับรองว่า working hour ที่จะใช้ในการไปเที่ยว ไม่เกิน working off-hour ที่ผ่านมาแน่นอนครับ ^^

เริ่มต้นจาก
18 – 20 Feb 11 :
เริ่มต้นคอมโบด้วยการไปน่านอีกสักรอบ ชิวๆ พักผ่อนสบายๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด กลับมาพร้อมแรงกายแรงใจในการทำงาน
9 – 15 Mar 11 : เยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้านที่น่าฮัก ฮานอย ซาปา Backpack ชิวๆแบบไม่ต้องสนใจใคร เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างแดนอีกครั้ง
17 – 21 Apr 11 : หลังจากชื่นฉ่ำกับสงกรานต์บ้านเรา ก็ไปต่อบรรยากาศชิวๆริมเลที่บาหลี เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมงามงดของวัดวาอารามต่างๆ

เอา 3 เดือนแรกพอหอมปากหอมคอก่อนครับ เพราะไม่รู้ว่ากลับมาแล้วจะต้องกินแกลบ กินมาม่า อีกนานเท่าไร 🙂

และหลังจากที่เห็นทริปของตัวเองก็รู้สึกว่า คงถึงเวลาที่เราจะต้องซื้อกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองแล้วหล่ะ จะจัดเต็มหรือไม่ ก็ต้องขอดูก่อนครับ เพราะคิดว่าถ้าจัดเต็มคงจะหายไปหลายทริปเลยทีเดียว ><  แนะนำรุ่นไหนก็คอมเมนท์บอกกันมาได้นะครับ

เฮ้อ.. บ่นมาก็เยอะ เวิ่นเว้อมาก็แยะ รู้สึกว่าสกิลการเขียนแย่มากเลย พูดอย่างเดิมเป็นครั้งที่ล้านว่าจะพยายามเข้ามา update บ่อยๆนะครับ และ blog ถัดไปติดตามย้อนรอย Japan Trip 2010 ได้ที่นี่เลยครับ… ขอบคุณที่ติดตาม

ธีรเดช ณ รีคัฟเฝอรี่โหมด