Oct 22

ค่ายปีนี้จัดที่โรงเรียนบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ช่วงวันที่ 12-20 ตุลาคม 2009 เราตามขึ้นไปทีหลังล่ะ อยากขึ้นไปซึบซับบรรยากาศค่ายอ่ะ คิดถึงมากๆ ไม่ได้ไปมา 2 ปีแล้ว ตอนจะขึ้นก็มักจะมีงานเข้ามาทุกที ปีนี้พอจะจัดเวลาได้ก็ขอขึ้นสักหน่อย

ค่ายนี้เป็นค่ายที่ 10 ของเราแล้วล่ะ ก็ขึ้นไปในฐานะของคนแก่ไปดูแลน้องๆ จะไปดูว่าค่ายตอนนี้เปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว มันก็พ้น Generation เรามาแล้วล่ะ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาตามการเปลี่ยนแปลงของโลก (ระหว่างเขียนอยู่ก็ถือโอกาสกลับไปย้อนอ่าน Blog ตอนไปค่ายกลางปีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว)

อ่านจบแล้วรู้สึกว่าโคตรแก่เลย ฮ่าๆ แก่จริงๆ.. เป็นคนแก่ที่โคตรเคร่ง โคตรจริงจัง และโคตรอยู่ในกรอบเสียด้วย.. แต่ครั้งนี้ที่เราขึ้นไปมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าอะไรอะไรมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาจริงๆล่ะ กฎอะไรก็ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพ ตอนนี้ชนบทแทบทุกที่ก็เจริญขึ้นจริงๆ วัตถุเข้ามาเต็มไปหมด เรื่องมือถือมันก็เป็นสิ่งปกติ เป็นสิ่งที่หาซื้อได้ทั่วไปและราคาไม่แพง เด็กๆในค่ายยังมีใช้เลย ดังนั้นเราควรมายึดที่วัตถุประสงค์กันมากกว่าตามที่ได้ถกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ค่ายนี้แม้ว่าจะมีสัญญาณมือถือเต็มหลอด แต่ชาวค่ายทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก ไม่เอาออกมาใช้ในเวลาทำกิจกรรม ระหว่างวันก็ทิ้งมือถือไว้ในห้องนอนหน่ะแหละ ตอนเย็นก็ค่อยมาเปิดดูก็ได้ อีกอย่างคือไม่ค่อยเห็นชาวค่ายอยู่ในโลกส่วนตัวเท่าไร ทุกคนเอนจอยกับการใช้ชีวิตบนค่ายมาก เรามีเวลากันแค่ 7 วันหน่ะ ใช้ชีวิตตรงนั้นให้คุ้มค่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นไปให้ได้มากที่สุด ^^ เพลงหรือเกมส์เอาไปเล่นนอกค่ายนู้น เล่นตอนไหนก็ได้ 🙂

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือเรื่องเวลาละครับ น่าจะคุมได้ดีกว่านี้ เลทไปหลายอย่างเลย โดยเฉพาะกีฬาสีบางทีมันก็นานเกินไปนะสำหรับพาเหรด ระหว่างนั้นน้องก็กลับบ้านไปหลายคนเหมือนกัน ก็ลองปรับๆกันดูนะครับ

ค่ายนี้เรื่องคนอาจจะมีปัญหาช่วงแรกๆ แต่ที่เหลือนี่ ถือว่าเป็นบุคลากรชั้นเยี่ยมเลยหล่ะ น้องๆให้ความร่วมมือดีมาก ทุกคนทุ่มเทจริงๆ พี่ขอยกนิ้วให้

ทุกค่ายมันก็มีปัญหาเข้ามาให้เราแก้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว และเท่าที่พี่รู้ก็มีเสียน้ำตากันทุกค่าย แต่เมื่อเราเปิดใจซึ่งกันและกัน พูดคุยกัน ปัญหาเหล่านั้นก็จะหมดไป อะไรที่ดีๆก็เก็บเกี่ยวลงมา อะไรที่มันไม่ดีก็ทิ้งไว้ในค่าย จบในค่ายนะครับน้องๆ

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ค่ายนี้ก็เป็นค่ายที่พี่ประทับใจมากๆอีกค่ายหนึ่ง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆก็ตาม

ค่ายใหญ่เอาให้มันดีกว่านี้อีกนะครับ staff ทั้งหลาย เอาใจช่วยครับ

ถ้ามีโอกาสพี่จะตามขึ้นไปนะ

ธีรเดช รักชมรมสลัม

ps. เด๋วนี้สกิลการเขียนของธีรเดชอยู่ในขั้นแย่มาก Friendship ของหลายๆคนที่เขียนไป ก็เขียนไม่ค่อยออก ตอนเขียนก็ปวดหัวมากๆด้วย น้องก็พยายามอ่านหน่อยนะ ทุกอย่างในนั้นพี่เขียนด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ถ้าอ่านแล้วแปลได้หลายความหมายก็เลือกความหมายที่ดีละกันนะน้องๆ

Tagged with:
Oct 16

วันนี้งืดทั้งวันเลย

เมื่อเช้านอนตี 4 ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงเลย ตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดรอบดวงตาซ้าย.. ตาอักเสบหว่ะ บวมเลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร หรือว่าเพราะนอนดึกเกินไปว่ะ ร่างกายเลยอ่อนแอ เจอสกปรกนิดเดียวก็เลยอักเสบเลย

กว่าจะไปถึงที่ทำงานก็บ่าย 2 วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไรหรอก เพราะมัวแต่จ้องมองโทรทัศน์ บังเอิญเป็นพวกสมาธิสั้น ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร ก็เลยหลุดบ่อย นั่นคงเป็นภาวะแวดล้อม แต่สาเหตุหลักจริงๆก็คงเรื่องปวดหัวแหละ มันยังตึ๊บๆไม่หายเลยอ่ะ คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย ไม่ค่อยอยากทำอะไรเท่าไร

พรุ่งนี้จะขึ้นค่ายแล้วด้วย ค่ายของชมรมสลัมหน่ะ ตามขึ้นไป ปีนี้ไปที่โรงเรียนบ้านเหมืองแพร่ ต.นาแห้ว อ.ด่านซ้าย จ.เลย จากแผนที่อยู่ติดตะเข็บชายแดนไทย-ลาวเลย.. ไม่ได้ไปมา 2 ปี คิดถึงบรรยากาศค่ายมาก อยากไปมาหลายที แต่ชอบมีงานเข้ามาชนตลอดเวลา ตอนนี้ลาออกมาแล้ว พอจะจัดสรรเวลาได้บ้างก็อยากขึ้นไป ถือว่าไปพักผ่อนสูดอากาศละกัน ^^

วันนี้ว่าจะรีบนอนละครับ อัดยาเข้าไป จะได้หายทันก่อนขึ้นค่ายพรุ่งนี้

พรุ่งนี้คงไม่ได้อัพนะครับ กลับมาอีกทีก็คงวันที่ 20 เลย.. ยังไงจะพยายามอัพรูปขึ้นมาให้ชมกันนะครับ

ธีรเดช ไปค่าย

Tagged with:
Oct 25

     ค่ายปีนี้จัดที่ รร.บ้านนาทุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 kms. เดินทางสะดวกมาก มีถนนตัดผ่านหน้า รร เลย.. ครั้งนี้เราขึ้นไปช่วงกลางค่าย ลางานไป 1 วัน นั่งรถทัวร์ไปตั้งแต่คืนวันศุกร์ 19 Oct กลับมาพร้อมกับชาวค่ายวันที่ 23 Oct

     ค่ายนี้เราขึ้นไปในฐานะของพี่เก่ามาเยี่ยมค่าย มาดูว่าค่ายของน้องๆเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่ใช่ว่ามาเยี่ยมแบบเดินไปมาไม่ทำอะไรหน่ะ.. โดยทางปฏิบัติแล้วเราก็ขึ้นมาเป็นชาวค่ายคนหนึ่งนั่นแหละ.. ขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ.. เหมือนตอนที่เราเป็น staff หน่ะแหละ.. พอมีพี่ๆตามขึ้นมาด้วย พวกเราก็อุ่นใจในระดับหนึ่ง.. ที่ว่าอย่างน้อยเราก็มีคนคอยให้คำปรึกษาได้.. ไม่งั้นเครียดตายเลย!! เนอะ!

     แว๊ปแรกที่เราเห็นค่าย เรารู้สึกแปลกใจนิดหน่อย.. ทำไมมันอยู่ในตัวเมืองอย่างนี้ล่ะ? ทำไมหมู่บ้านดูเจริญจัง? บางบ้านมีดาวเทียม มีโทรทัศน์เครื่องเบ้อเริ่ม ใหญ่กว่าบ้านเราอีก.. ก็เลยคุยๆกับพี่ๆทุกคนก็เห็นพ้องกันหมด.. มันไม่ให้บรรยากาศของค่ายเลยง่ะ.. เหมือนมาเที่ยวมากกว่า.. ระหว่างนั้นใจเราก็คิดเลยเถิดไปถึงสถาพ+บรรยากาศภายในค่ายแล้วล่ะสิ.. เหลือบไปดูมือถือ สัญญาณเต็มเลย.. มีทุกเครือข่ายด้วย.. ให้ตายสิ!! แล้วน้องๆจะคุมกฎค่ายได้เหรอ.. หมู่บ้านนี้มีความเจริญเข้ามามากแล้ว.. วัตถุก็มีเข้ามามาก.. วิถีชีวิตชาวบ้านก็เปลี่ยนไป ซึ่งต่างจากชาวบ้านที่อยู่บนเขาในถิ่นทุรกันดารอย่างแน่นอน..

     และไม่นาน.. ความคิดต่างๆนานาเหล่านั้นก็ถูกพิสูจน์ให้เห็นจริงหลังอาหารมื้อแรก.. ตอนแรกที่เห็นบอกได้คำเดียวว่าอึ้ง!! อึ้งมากๆ.. ไม่คิดว่าค่ายจะเละได้ขนาดนี้..  ชาวค่ายเดินถือมือถือคุยกันสบายใจเฉิบ.. กล้อง SLR, Compact, Lomo ถือกันให้ว่อนค่าย.. พูดจาไม่สุภาพต่อหน้าเด็ก มีคำหยาบหลุดออกมาตลอด แม้ว่าจะอยู่ในบริเวณวัดก็ตาม.. ชาวค่ายออกนอกบริเวณค่าย.. และซื้อของจากชาวบ้าน.. ซึ่งเป็นการละเมิดกฎค่ายแทบทั้งสิ้น.. นอกจากนั้นมีสิ่งที่เห็นชัดอีกอย่างคือ ชาวค่ายไม่รักษาเวลา ทำให้ทุกกิจกรรมเลทหมด.. พอเลทมากๆก็นอนดึก ต่อไปคงต้องเข้มงวดเรื่องนี้ให้มากๆล่ะ.. ช่วงแรกๆที่ได้สัมผัสกับค่ายรู้สึกแย่มากๆ.. จี๊ดขึ้นสมองเลย.. พยายามจะสอบถามจาก staff ดูว่าเกิดอะไรขึ้น.. เห็นแต่ละคนก็เหนื่อยอ่อนกับปัญหาที่เกิดขึ้นมาเช่นกัน.. เราก็เลยเอาประเด็นต่างเหล่านี้มานั่งคิดและไตร่ตรองดูว่าเกิดจากอะไร.. สิ่งที่ได้ชัดเจนคือ.. สถานที่ทำค่ายเป็นสาเหตหลัก รองลงมาคือกฎค่ายและคนคุมกฎ.. เรื่องสถานที่หากหาสถานที่ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของค่าย การคุมกฎจะสบายไปทันที.. ไม่ต้องกังวลเรื่องมือถือ.. ไม่ต้องกังวลเรื่องคนออกนอกค่าย.. เพราะพอพระอาทิตย์ตกมันก็จะสว่างแค่ รร อย่างเดียวเลย.. การใช้จ่ายเงินของชาวค่ายก็จะลดลง.. ขอให้ยึดวัตถุประสงค์ที่ว่าเรามาทำประโยชน์ให้ชุมชนในถิ่นทุรกันดาร..  อย่าให้ชาวบ้านมองเราว่าเราเอาเงินมาให้ชุมชน.. แล้วคุณค่าของพวกเราก็จะลดลงไป.. ส่วนเรื่องคำหยาบ เรื่องกล้อง และเรื่องเวลา ก็ขึ้นอยู่กับ staff แล้วล่ะ.. ว่าจะจัดการอย่างไร ซึ่งมันไม่เกินความสามารถของ staff หรอก.. ใช่มั้ย? 🙂 แต่เหนือสิ่งอื่นใด.. ก็คือคนนี่แหละ.. ชาวค่ายทุกคนควรให้ความสำคัญกับกฎค่าย และถือปฏิบัติตาม..

     เมื่อสามารถลดปัญหาต่างๆเหล่านี้ได้แล้ว staff ก็จะได้มีเวลาไป concentrate กับกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า.. แต่ในความคิดเรานะ.. กฎยังไงก็ต้องเป็นกฎ เราตั้งขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มคนปฏิบัติตามเพื่อดำเนินตามวัตถุประสงค์และเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสวัสดิภาพของชาวค่ายทุกคน เมื่อชาวค่ายตัดสินใจที่จะมาออกค่ายด้วยกัน ก็ควรจะเปิดใจยอมรับกติกาส่วนรวมที่ตั้งขึ้นมาหน่ะ.. เราก็รู้อ่ะนะว่า generation มันเปลี่ยนไปแล้ว.. อะไรหลายๆอย่างมันก็เปลี่ยนไป แต่ความเป็นค่ายก็ควรจะคงไว้.. เราอยากให้รุ่นน้องๆได้รับสิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆ รวมถึงประสบการณ์ดีๆ เหมือนที่เราเคยได้รับจากค่ายนี้.. ไม่อยากให้มันสูญหายไปตามกาลเวลาเลย.. เราจะพยายามละกันนะ..

     ถึง staff ทุกคน.. ค่ายนี้ก็จบลงได้อย่างสมบูรณ์แล้วนะ.. พวกแกก็ทำได้ดีเลยล่ะ.. ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรหรอก เพียงแค่มันมาประดังในช่วงเวลาเดียวกัน และบางเรื่องก็สืบเนื่องเรื้อรังอยู่แก้ไม่ได้เสียที มันก็เลยดูเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา จริงๆแล้วปัญหามันเกิดขึ้นในทุกค่ายอยู่แล้ว หวังว่าค่ายนี้พวกแกคงจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในค่ายนี้ ก็ลองเอากลับไปประชุมดูว่ามันเกิดจากอะไร ควรจะมีแนวทางแก้ไข หรือตั้งรับอย่างไร แล้วเอาไปปรับใช้กับค่ายหน้านะ.. staff ด้วยกันเองก็คุยกันให้มากๆ อย่าเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว เราทำงานร่วมกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน.. เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆ.. มีปัญหาอะไรกันก็เปิดใจกัน คุยให้จบบนค่าย อย่าค้างคาคนเดียว.. พวกแกคงได้สัมผัสแล้วนะว่าความรู้สึกของ staff ในวันเปิดใจเป็นอย่างไร.. คงหายเหนื่อยไปเลยสิ.. เราเหนื่อยมาด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ร้องไห้มาด้วยกัน และในที่สุดเราก็ก้าวสู่ความสำเร็จด้วยกัน.. พี่ก็หวังว่าแกคงรู้สึกไม่ต่างไปจากพี่หรอกนะ 🙂

มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่ๆได้นะ.. พี่จะคอยดูแลอยู่ห่างๆ..
ถ้าอยากให้ช่วยเหลืออะไร.. ไม่ต้องเกรงใจบอกมาได้เลย..
พี่เต็มที่กับน้องๆเสมอ..

สู้ๆค้าบบบ.. ค่ายหน้าเอาสุดๆไปเลยนะไอ่น้อง.. จะคอยเป็นกำลังใจให้

Tagged with:
Mar 29

     ปีนี้ค่ายจัดขึ้นที่ รร.บ้านโป่งถืบ อ.ฝาง เชียงใหม่เจ้า.. โรงเรียนอยู่บนที่ราบสูง ไม่ได้เป็นภูเขาเหมือนกับหลายๆค่ายที่ผ่านมา.. การเดินทางก็สะดวก รถทัวร์สามารถเข้ามาถึงโรงเรียนได้เลย ไม่ต้องต่อรถขนหมู หรือรถเทศบาล หรือรถอีแต๊ก หรือรถ 4WD เหมือนทุกค่ายที่ผ่านมา.. ยังจำค่ายครั้งแรกตอนปีหนึ่งที่ไป รร.บ้านบุ่งผลำ พิษณุโลก ได้เลย.. ที่ต้องนั่งรถฉิ่งฉับ มาต่อรถขนหมูเปิดประทุน แดดเปรี้ยงๆ และมาต่อรถอีแต๊ก (มันคล้ายอีแต๋นล่ะ แต่มันถึกว่ามั้ง..) ฝนตกปรอยๆ.. ที่ต้องนั่งรถอีแต๊กเพราะทางมันชันมากก 60 องศาเห็นจะได้ รถธรรมดาขึ้นไม่ได้ชัวร์… ส่วนเราก็เดินไปล่ะ.. รถมันไม่พอ.. ขาลากเลย.. แต่ก็สนุกดี เป็น First Impression มาก..
     โรงเรียนนี้ใหญ่โตมโหฬารมากๆ ใหญ่กว่า 6 โรงเรียนที่เคยไปทำค่ายมาเลย..  มีห้องน้ำ 11 ห้อง!! + 1 ห้องอาบน้ำ.. ดูจากจำนวนห้องน้ำก็น่าจะพอเดาขนาดโรงเรียนได้ล่ะ.. ใช่มะ.. รู้สึกว่าห้องน้ำค่ายหลังๆนี่จะกว้างขวางดูดี+สะอาดน่าใช้มากๆ 🙂  

     ค่ายนี้เราขึ้นไปในฐานะของหัวหน้าสวัสดิการ.. นั่นคือคนทำอาหารให้ชาวค่ายกินนั่นเอง.. ตอนแรกกะว่าจะขึ้นไปเป็นชาวค่ายธรรมดา คอยดูแลคนในค่าย.. แต่เห็น staff บอกว่าไม่มีคนทำอาหารเป็นเลย.. ก็เลยรับหน้าที่ตรงนี้มา.. บอกตรงๆว่าวันขึ้นค่ายรู้สึกไม่อยากขึ้นเท่าไหร่ เพราะร่างกายเหนื่อยอ่อน+เพลียมาก.. ยิ่งนึกถึงสภาพตัวเองนั่งทำครัวก็เหนื่อยขึ้นมาทันที.. แต่ในใจก็คิดว่ายังไงเราก็ต้องขึ้นให้ได้ เพราะไม่รุว่าจะมีโอกาสได้ขึ้นเต็มค่ายอีกหรือเปล่า.. เรื่องครัวเล็กๆแค่นี้จะให้มันมาเป็นอุปสรรคของเราได้อย่างไรกัน!!.. ว่าแล้วก็รีบจัดกระเป๋าและบึ่งออกมา.. (จิงๆแล้วก็ตั้งใจขึ้นมาช่วงน้องๆอยู่แล้วล่ะ พี่เต็มที่สุดๆเลยค่ายนี้)

     บรรยากาศในค่ายก็ดีนะ สนุกดี แม้ว่าจะมี staff แค่ 5 คนก็เถอะ.. พวกแกสามารถ manage งานใหญ่ด้วยคนแค่ 5 คนได้ดีขนาดนี้พี่ก็พอใจแล้ว.. พี่เห็นสีหน้าวันเปิดใจ.. พวกแกคงจะมีความสุขมากๆละ เหมือนยกภูเขาออกจากอก.. พวกแกคงได้เรียนรู้อะไรมามากมายเลยล่ะ เหมือนที่พี่เคยได้รับมา.. อย่างที่บอกในวันเปิดใจล่ะว่า.. การบริหารคนเป็นสิ่งที่ยากที่สุด.. การจะได้เรียนรู้จิตใจคนอย่างจิงๆจังๆ ต้องมองจากภาวะกดดัน.. ตัวตนที่แท้จริงจะแสดงออกมา แล้วเราก็จะรู้ละว่า.. เพื่อนแท้เป็นอย่างไร..  

     ค่ายนี้ส่วนใหญ่เราจะอยู่ในครัวล่ะ.. ได้เจอเฉพาะคนที่เป็นสวัสดิ.. ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับชาวค่ายคนอื่นๆเท่าไหร่เลย.. เช่น เล่นวอลเลย์ ปิงปอง ตีแบด หรือแม้กระทั่งตั้งวงเล่นกีต้าร์ ร้องเพลง.. เพราะในขณะที่คนอื่นว่าง.. เราต้องทำอาหาร.. รู้สึกเสียดายมากๆ.. ทำให้เราไม่ค่อยพูดคุยสักเท่าไหร่.. โดยเฉพาะกลุ่มน้องสุย จุ้ย แอ๊ด คิว ซอ ซูลี่ เลยไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่.. แต่ก็ดีที่มีไอ่เทียนคอยดูแลอยู่.. ก็ได้แต่มองตาปริบๆ.. อยากเข้าไปคุย เข้าไปเล่นด้วยนาเว่ย.. ไอ่น้องๆทั้งหลาย.. พี่ขอโทดด้วยละกันเน่อ.. (ค่ายนี้ครัวอยู่ห่างจากห้องนอนพอสมควร.. เลยไม่ค่อยมีคนแว๊ปมาเท่าไหร่.. จะมาก็ตอนเรียกมากินข้าวก็เท่านั้น..) ถ้าจะให้คะแนนตัวเอง เรื่องสวัสดิการ เราให้ตัวเองเต็ม 10 เลย..เต็มที่คับ!! ส่วนเรื่องสัมพันธ์ชาวค่ายนี่คงให้แค่ 6 หว่ะ.. เด็กใหม่ๆอาจรู้สึกว่าเราก็คุยดีอยู่แล้ว.. แต่จิงๆแล้วเรามีเทคนิคการคุยมากมายกว่านี้หลายเท่านัก แต่ครั้งนี้เหนื่อยจิงๆหว่ะ.. ได้รู้ซึ้งแระ.. ว่าแต่ก่อนทำไมพี่ปอนด์ชอบบอกว่า "กินไปเถอะ พี่กินไม่ค่อยลง" ไอ่เราก็นึกว่าแอบกินในครัวจนอิ่ม.. แต่จิงๆแล้วมันเหนื่อยจนกินไม่ลงต่างหากล่ะ จิงๆนะ..

ก่อนจากกัน เราจะ list เมนูอาหารที่ทำให้กินบนค่ายทั้งหมดมาให้ดูกัน..
แกงจืด
แกงจืดผักกาดหมูสับ แกงจืดเต้าหู้สาหร่ายจีฉ่าย แกงจืดไข่น้ำ แกงจืดฟักเขียว แกงจืดแตงกวา ซุปเบญจรงค์ ต้มยำกุ้ง(แห้ง)+ไก่
ผัด ทอด ไข่ลูกเขย ไข่เจียวหมูสับ ไข่ยัดไส้ เต้าหู้ทรงเครื่อง หมูผัดพริกแกงถั่วฝักยาว ไก่คั่วแกงเขียวหวาน ผัดหมื่นลี้หมู ผัดวุ้นเส้น ผัดหัวไชโป้ว ฟักทองผัดไข่ หมูผัดน้ำมันหอย หมูผัดผงกะหรี่ ผัดผักรวมมิตร หมูทอดกระเทียมพริกไทย กุนเชียง หมูยอ ข้าวต้มเครื่อง ผัดผักบุ้งไฟแด๊งแดง ผัดวุ้นเส้น มาม่าผัด ผัดผักหวาน(ดอกหอม)..
ยำ ยำไข่ดาว ยำปลากระป๋อง ยำมาม่า
ของหวาน ถั่วเขียวต้มน้ำตาล บัวลอย เต้าส่วน ฟักทองบวด แตงโม
Snack OnionRing ฟักทองทอด ลูกชิ้นทอด ข้าวเกรียบกุ้ง/ปู

เกร็ดความรู้ของอาหารค่ายนี้
เนื้อหมูสัน 10 kg (เยอะมากๆ ทุกค่ายไม่เคยเกิน 5 kg)
หมูสับ      2 kg
หมูสามชั้น 2 เส้น
ไก่          2 ตัว
ปีกบน      2 ถุง 58 ชิ้น..
เนื้อไก่     1 kg
ลูกชิ้น      8 ถุง
หมูยอ     20 ชิ้น
เต้าหู้ไข่   30 หลอด!!
ไข่ไก่       7 ถาด = 210 ฟอง

คงจบแค่นี้แล้วหล่ะ… หวังว่าทุกคนคงสนุกกับค่ายครั้งนี้นะ และคงได้รับประสบการณ์ดีๆจากค่ายไปไม่น้อย..
และที่สำคัญ ค่ายนี้คงทำให้หลายๆคนทำอาหารเก่งขึ้นนะ.. ค่ายหน้าจะได้มีคนทำอาหารอร่อยๆให้กิน.. 

ps. Friendship เก็บไว้ให้ดีล่ะ.. เก็บให้ได้ทุกค่าย.. พอใกล้จบก็ลองเปิดอ่านดู.. แล้วจะรู้ว่าพัฒนาการของเราดีขึ้นขนาดไหน.. ขอให้ทุกคนโชคดีคับ.. คิดถึงชาวค่ายทุกคน..  

Tagged with:
Oct 28
กลับมาแล้วแหละ…
ค่ายกลางปี 48 ณ รร.บ้านห้วยตลาด
ตำบลท่าด้วง อำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์
 
เหนื่อยมากๆเลยอ่ะ… เป็น ผอ.ค่าย…
กลับมานี่นอนตายสนิทเลย
 
ไม่ว่ามันจะเหนื่อยเท่าไร แต่สุดท้ายมันจบด้วยความประทับใจ
เราก็หายเหนื่อยแล้วหล่ะ….  อย่างที่เราเคยพูดเอาไว้ใน blog เก่าๆ
ช่วงที่เรารู้สึกตกต่ำสุดๆอ่ะ..
 
ค่ายครั้งก่อนๆที่เราไปทั้ง 4 ครั้ง เราก็ไปในฐานะของชาวค่าย แต่ครั้งนี้ เราเป็น ผอ.ค่าย
เป็น staff ต้องคอยดูแล และจัดการทุกอย่างภายในค่าย
แค่นี้มันก็คนละ feel แล้วล่ะ มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย…
 
เราก็ดูแลเรื่อง สัมพันธ์ชาวบ้านน่ะแหละ (สพช) หลังจากที่ไม่มีมาประมาณ 2 ปี เราต้องไปเดิน survey บ้านของชาวบ้านที่จะไปนอน host ด้วยทุกบ้าน วันนั้นต้องเดินไป-มา ประมาณ 5 กิโลแม้ว เห็นจะได้.. เหนื่อย Maxxx
 
โดยรวมเราชอบค่ายนี้นะ ถือว่าประสบความสำเร็จเลยหล่ะ.. สำหรับค่ายแรกของเรา.. อย่างน้อยเราก็สามารถลากเพื่อนเราขึ้นมาค่ายจนได้ หลังจากพยายามชวนมาตั้งแต่ปี 1 แม้ว่าครั้งนี้อาจจะไม่ได้ขึ้นค่ายมาเพราะเรา.. แต่เราก็ยินดีนะ…
และเราสามารถทำให้คนอีกหลายๆคน รู้จักคนเพิ่มมากขึ้น ได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชนบท และที่สำคัญ.. ได้มองโลกกว้างขึ้น…
 
มีฟามสุขจิงๆๆ
 
เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของค่ายครั้งนี้…
  • วันไปค่ายนานที่สุด 18-26 Oct 2005 รวม 9 วัน… สุทธิ 8 วันทำการ
  • มีชาวค่ายรวมน้อยที่สุด คือ 29 คน มีขึ้นไปทีหลัง วันกลับรวม 33 คน 
  • มีนอนกับชาวบ้าน (สพช.) เป็นครั้งแรกในรอบสองปี รวมทั้งหมด 13 หลัง คละกันไปบ้านละ 2-3 คน บางบ้าน ชช บางบ้าน ชญญ หรือบางบ้านก็ ชญ
  • มีเด็กนักเรียนมาร่วมกิจกรรมน้อยที่สุด ไม่เกิน 25 คน จากที่ survey ประมาณ 50 คนเนื่องจากเด็กๆไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับที่บ้าน
  • บ้านห้วยตลาด ประกอบด้วยคนหลายภาค ตั้งแต่ กลาง เหนือ อีสาน แม้แต่คนจีน ก็ยังมี
  • รร.บ้านห้วยตลาด มี internet ผ่านดาวเทียมติดตั้ง และใช้โทรศัพท์ผ่านระบบ VoIP โดยที่ทางราชการออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่ช่วงที่เราไปค่ายเกิด Sun Outage Phenomenon ทำให้ใช้งานไม่ได้ซะส่วนใหญ่
  • เป็นค่ายที่เดินทางด้วยรถปรับอากาศ99 ชั้น ม.2 สภาพรถ ใหม่มากๆ มี safty belt ทุกที่นั่ง แม้ว่าตอนจองรถ จะบอกไปว่า เอารถธรรมดาก็เหอะ แต่เค้าดันเอารถนี้มาให้ก็ช่วยมะได้ สนนราคา ไป-กลับ 13,000 ถือว่าถูก!!!
  • ใช้เวลาเดินทางไปค่ายน้อยที่สุด เพียง 4 ชม. ถึงตัวเมืองประมาณตี 3ครึ่ง นั่งรถต่อไปอีก 1 ชม.. ก็ถึง รร.
  • วันกลับใช้รถกะบะ เพียง 4 คันก็สามารถขนชาวค่าย และสัมภาระทั้งหมดลงจากค่ายได้…
  • Group Process เสื่อมน้อยที่สุดในรอบ 2 ปี
  • เป็นค่ายที่มีคนแบกงานมาทำบนค่ายมากที่สุด…
    • พี่อิ๊ก  เตรียมสอบ Toefl + โครงงานจุฬาฯวิชาการ     
    • C เตรียมสอบรามฯ
    • เรา แป๊บ ทำงาน Dtac
  • วันรอบกองไฟเป็นพิธีการมากที่สุด ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านมาเปิดงาน จุดกองไฟ เมื่อจบการแสดงก็กล่าวปิดงาน โดยมีแขกสำคัญๆ ในอำเภอหลายท่านมากๆ ตั้งแต่ นายก.  อบต. ผอ.รร. อื่นๆ รวมถึง อนามัยอำเภอ… ยิ่งใหญ่ๆ
  • ผลการแข่งขันฟุตบอล เสมอ 2-2
  • ชักเย่อ ญ  แพ้ 1:2  แต่.. ช ชนะ 2:1
  • มีลำธาร หลัง รร อาบน้ำได้ทุกวัน
  • น้ำที่ใช้ในห้องน้ำ มีเป็นน้ำที่สูบจากลำธาร
  • น้ำที่ใช้กิน 2 วันสุดท้าย เป็นน้ำฝน นะ… แยกไม่ออกละซิ สะอาดมากๆ…
  • เนื้อหมีควาย อะหร่อยมากๆ

 

 
Tagged with: