Mar 04

วันนี้รู้สึกเหงาขึ้นมาทันที ผู้คนต่างเมืองนับร้อยที่เดินทางมาร่วมงานแต่งบ่าวสาวต่างแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของแต่ละคนแล้ว เหลือแต่หนุ่มน้อยหน้ามน 2 คน คือ ข้าพเจ้าและนู๋เนย ที่ตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนมาชิวที่ปายกันต่ออีกสัก 2-3 วัน โดยจุดประสงค์หลักคือชิวและทำงาน รวมถึงหนีความวุ่นวายและคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่พออยู่ๆไปที่ปายก็หนาวเกิ๊นนน ไม่มีอะไรพอดีเลยเนาะ

ตั้งใจตื่นมากินโจ๊กกันเพราะไหนๆก็อุตส่าห์มานอนกันในเมืองแล้ว ตั้งใจจะตื่นกันตอน 7 โมงเช้า สุดท้ายก็เลทกันอีกจนได้.. ข้าพเจ้าพยายามปลุกนู๋เนยแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ตื่น ข้าพเจ้าก็เลยตื่นมาก่อน ไปถามที่ร้านบอกว่า เปิดถึง 11 โมง เอาว่ะ.. เดี๋ยวค่อยไปเรียกอีกที สุดท้ายก็ได้มากินกันตอนเกือบ 11 โมง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ส่องหัว กินเสร็จเค้าก็เก็บร้านกลับบ้านไปทันที ฮ่าๆ อย่างน้อยก็ mission complete ก็แล้วกันล่ะ 🙂

กินเสร็จข้าพเจ้าก็ตัดสินใจไปเช่ามอไซค์มาลองแว๊นดู จริงๆก็ลองฝึกๆจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้ขับไปไหนมาไหนจริงจังเสียที ก็คิดว่าถ้ามัวแต่ comfort zone อย่างงี้ แล้วเมื่อไรมันจะขับเป็นว่ะ ก็เลยลองเสี่ยงดูหน่อย บรื้นนน ออกมาจาก aya ไปเติมน้ำมัน แล้วไปลุยกันที่ Fruit Factory กันที่แรก

สั่ง สตรอเบอรรี่ มะม่วง กีวี บลาบลา ปั่น หยิบโน๊ตบุ๊กมานั่งทำงานชิวๆ ด้วยหวังว่าจะมี wifi ให้เล่น.. ปรากฏว่าไม่มี ก็ต้องต่อ EDGE ทำงานกัน

ทำได้แป๊บนึงก็ทนความอืดไม่ไหว เลยเซย์กู๊ดบายเจ้าของร้าน แล้วบรื้นไปทางไกลครั้งแรกไปที่ร้านอาหารจีนยูนนาน

มากินเป็นรอบที่ 2 แล้ว จุดประสงค์หลักคือ ไปซื้อใบชาเพิ่มเติมให้กับนู๋นิชชี่ ก็เลยกลับไปซัดอาหารยูนนานอีกรอบ ครั้งนี้มุ่งไปกินร้านที่ครั้งที่แล้วบอกว่าผิดร้าน และเพิ่งมารู้ทีหลังว่าอร่อยโฮกกว่าๆๆๆ  สั่งไก่ดำตุ๋นยาจีน และเห็ดหอมน้ำมันหอย ซัดคำแรก เช้ดดด! อร่อยจริงๆหว่ะ จด POI ไว้เลย

กินเสร็จก็ตั้งใจจะบรื้นทัวร์ไปเรื่อย เปิดดู GPS มันมีทางอ้อมเป็นวงกลมกลับเข้าเมือง ก็ลุยทันที แวะจุดชมวิวข้างทาง ระหว่างที่ลงไป ก็มีสาวลีซอคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน มองกันไปมองกันมา อ้าวเฮ้ย.. อาซือมิ สาวลีซอที่เจอกันที่งานแต่งเช้าที่พริบตานี่นา.. วู้ววว.. คุยกันพักใหญ่ๆ ก็รู้ว่าเป็นคนที่น่ารัก และกวนติงในเวลาเดียวกัน หุหุ เธอเป็นเจ้าของกิจการรีสอร์ทบ้านดินดอยด้วย แวะไปชมที่พัก และชมทุ่งทานตะวันบริเวณนั้น แล้วก็ร่ำลากัน ^^

อาซือมิ ตอนเด็กๆน่ารักมั้ย ^^

ระหว่างทางมีทางขึ้นน้ำตกหมอแปง ซึ่งตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปเลยเพราะทางชันขึ้นเขาและ @wiennat เพิ่งมอไซค์ล้มมา หุหุ แต่พี่เนยขับนำไปแล้วหักเลี้ยวขึ้นเขาทันที หุหุ เอาว่ะ ไปก็ไป ลุยทั้งทีก็เอาให้มันสุดๆไปเลย.. ทางชันนี่ก็ขับมันส์ดีเหมือนกันนะ พยายามมองหาจุดที่ @wiennat ล้ม แหะๆ ก็มีอยู่จุดหนึ่งที่วิวสวย ถึงขนาดที่ @wiennat น่าจะควักกล้องมาถ่ายระหว่างทาง และอ้างอิงจากแผนที่ที่เจ้าตัวเคยบอกพิกัดไว้ ก็น่าจะใช่เลย ฮ่าๆ..  ข้าพเจ้าผ่านมาได้ ฮัดซ่า!!

กลับลงมาหลงทางกันพักใหญ่ วนไปวนมาเข้าหมู่บ้านนู้นออกหมู่บ้านนี่ ทางที่มีอยู่ใน GPS มันไม่มีแหล่ว ถมทางเหลือทางดินนิดเดียว เอาว่ะ ช่างมันกลับมาทางเดิมก็ได้ น้ำมันเหลือน้อยแล้วด้วย กลับลงมาก็แวะไปหาชุดลีซอให้นิช แล้วแวะกินขนมปังสังขยาน้ำเต้าหู้ที่ตลาดแสงทองอร่าม ไม่อร่อยเลย หึหึ

แวะไปหาคู่บ่าวสาวที่ Sweet and Mellow นั่งนอนกลิ้งเล่นสักครู่พี่เม่นชวนไปกินข้าวเย็นที่ DA CRISTINA เป็นพิซซ่าอิตาลี อร่อยมากๆ สั่งมา 3 อย่าง.. พิซซ่า คาโบนาร่า และทีโบนสเต็ก อร่อยมากกก!! มื้อนี้พี่เม่นเลี้ยงง่ะ ขอบคุณมากครับ ได้รู้ร้านอร่อยๆเพิ่มขึ้นอีกร้าน ถ้ามาเที่ยวเองคงไม่ได้มากินร้านอะไรยังงี้เท่าไร ไม่กล้าเข้า ^^

กินเสร็จก็กลับไปทำงานที่บ้านบ่าวสาวแป๊บนึง เจ้าบ่าวก็ขอตัวไปนอนก่อน เจ้าสาวก็เลยส่งสายตาปริบๆ แอบชวนย่องไปเที่ยวผับ BeBop รอบๆเมือง เพิ่งรู้จริงๆนะว่ามีผับในปายด้วย เข้าไปก็สั่งเบียร์กินนิดหน่อย นั่งเอาบรรยากาศ สักพักก็มีฝรั่งเกย์เมาเรื้อน ลอบกอดจูบชายฝรั่งอีกคนจนเกือบจะมีเรื่องกัน.. แล้วทำไปทำไมก็มาเรื้อนอยู่โซฟาข้างหลังข้าพเจ้า ดูเหตุการณ์ท่าจะไม่ดี ก็เลยมองหน้ากันส่งซิกแนล เรากลับกันเถอะ ฮ่าๆ.. แล้วก็บรื้นไปส่งเจ้าสาวถึงเรือนหอ แล้วก็แวะเข้า 7-11 ซื้อมาม่าคัพคนละถ้วย กินมาม่าท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในยามดึกนี่มันเป็นอะไรสุโค่ยมากๆ 

หมดไปอีกหนึ่งวันชิวๆ ^^


2 Responses to “1 Mar 10 : Journey de Pai #5”

  1. t@rapor says:

    อาซึมิอ่านแว้บๆแล้วนึกว่าสาวญี่ปุ่นซะอีก