Mar 22

วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมรับประทานอาหารเย็นกับ Backpacker ทั้ง 2 คน คือ น้องเต้ ผู้พิชิตดินแดนหลังคาโลก เนปาล และพี่เจ ณ SET ผู้ที่กำลังจะไปญี่ปุ่นในคืนนี้ จริงๆแล้ว นัดครั้งมีจุดประสงค์หลักๆคือ นัดน้องเต้มาเจอหน้ากันเสียหน่อย หลังจากที่รู้จักใน Facebook มาเกือบปี แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย ได้แต่คุยกันผ่านตัวหนังสือ เนื่องจากน้องเค้าอยู่ไกลถึงหาดใหญ่ ก็เลยยากนิสส

พูดถึงเจ้าเต้ เป็นคนแรกใน Facebook เลยมั้งที่เข้ามาทักทายข้าพเจ้าก่อน ทักทายตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น Friend กัน เนื่องด้วยแต่ก่อน Facebook มัน set Privacy ของ Link เป็น Public โดย default คนนอกก็เลยเข้ามา comment ได้ ตอนเข้ามาอ่านก็งงว่า ใครฟร่ะ!! 

"Hi ไม่รู้จักหลอกครับ แต่เห็นประวัติแล้วอยากชื่นชมในความสามารถ
ผมก็อยากซื้อบ้านซ้อรถให้ครอบครัวเหมือนกัน
คงภูมิใจไม่น้อยที่ได้ทำอะไรให้ท่านบ้าง
ขอบคุณครับ ที่ทำให้รู้จักความพยายาม"

— 25/5/09 comment ของ Link จาก blog : 18 May 09 : ฉันจะกลับมาบันทึกจดหมายเหตุนี้ไว้เพื่อประโยชน์ของตัวฉันเอง

ประโยคแรกก็งงเลย.. จะมาหลอกอะไรกรู!!! ฮ่าๆ แต่พอประโยคถัดๆมา ตอนนั้นรู้สึกได้กำลังใจขึ้นมาหลายเลยล่ะ พอดีช่วงนั้น down มากอยู่เหมือนกัน พอมาเห็น comment อย่างนี้ก็รู้สึกดีนะ ยิ่งเป็น comment ของคนที่ไม่รู้จักด้วยสิ

หลังจากนั้นก็เป็น Friend กัน ก็ได้คุยกันบ้าง ก็รู้สึกว่า ชีวิตมันคล้ายๆข้าพเจ้าจังเลยวุ้ย ช่วงชีวิตตอนเด็กๆนี่เหมือนๆกันเลย ชอบอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง และที่สำคัญคือจบนักธรรมเอกเหมือนกัน เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก เพราะมันหายากมากจริงๆ ก็เออแฮะ มันก็ยากนะที่อยู่ดีๆก็จะเจอคนที่นิสัยเหมือนๆกัน และมันก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ที่จะมาเจอตอนที่ข้าพเจ้าอยู่ในภาวะ Introvert หรือ ปิดตัวเอง มีโลกส่วนตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร 

ย้อนกลับไปมองชีวิตของตัวเองสมัยก่อนมันช่างเหมือนเจ้าเต้เสียนี่กระไร เนิร์ดสิ้นดี มากมายซะไปหมดทุกเรื่อง แม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ค่อยมีอารมณ์แนวนี้เท่าไหร่ แต่ก็ยังโหยหาที่จะกลับไปเป็นอย่างเก่า มันโคตรเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเลย สนุกกับทุกสิ่งที่ตัวเองทำ 

อรัมภบทไปนาน ขอย้อนกลับมาตามหัวเรื่องก่อน ก็นะพอดีไอ่เจ้าเต้เพิ่งกลับมาจาก Backpack เนปาล 12 วัน ไปอ่าน diary ของน้องเค้าก็เกิดแรงบันดาลใจมากมาย เพราะเราก็เคยบอกกับตัวเองว่าในชีวิตนี้ต้องขอไป backpack ต่างประเทศสักครั้ง ความฝันจะเป็นจริงหรือไม่ก็ต้องคอยดูกัน 

ส่วนอีกคนหนึ่งพี่เจ ก็เพิ่งมารู้ตอนกินข้าวนี่หล่ะ ว่าเคยไปญี่ปุ่นมา 5 ครั้งแล้ว.. เนื่องจากมีญาติห่างๆอยู่ญีปุ่น แต่ครั้งนี้ก็ไปแบบ Backpack ก็น่าจะสนุกไปอีกแบบ 

คิดๆแล้วก็นึกเสียดายช่วงเวลาตอนปี 1 – ปี 3 ต้นๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับคนอื่นๆเขา มีคนชวนตลอดเวลา แต่ก็ต้องปฏิเสธไปเนื่องจากช่วงนั้นขัดสนเงินทองจริงๆ ค่าเทอมตัวเองยังต้องไปยืมญาติเลย และรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่เฟลไปหมดซะทุกเรื่อง เครียดมาก แต่หลังจากนั้น พอมีตังค์เก็บเป็นของตัวเองบ้างก็ขอเที่ยวสักหน่อย

ต่อไปจากนี้คงจะหาเวลาทำตามความฝันของตัวเองบ้างล่ะครับ

ธีรเดช

ps. อ่านแล้วอาจไม่ประติดประต่อ พอดีเมื่อกี้เขียนๆอยู่อารมณ์ก็หายไปดื้อๆเลย เอาไว้จะเขียนเจาะเป็นเรื่องในภายหลังละกันครับ

 

 

 

 

 


2 Responses to “18 Mar 10 : Meet the Backpackers”

  1. EunJunso says:

    Hi รู้จักแล้วล่ะครับ แต่เห็นเรื่องที่เขียนแล้วอยากชื่นชมในความตั้งใจอีกครั้ง
    พยายามลุกขึ้นหลายครั้งเลยนะครับ
    อะไรมันก็เปลี่ยนแปลงตามวัย นิสัยก็ด้วยครับ
    ไม่แน่อนาคตผมอาจจะไม่สามาถมาเพ้อเจ้อมากมายแบบนี้ก็ได้(หวังว่าจะไม่มีวั้นนั้น)

    เต้ดีใจมากนะเนี่ย
    ดีใจที่ได้รับเกียรติมามีชื่ออยู่ในBlogนี้…
    ดีใจที่ได้เจอพี่ๆทั้งสองคนด้วย คือยังไม่เคยนัดเพื่อนๆทางเน็ตมาเจอกันเลยครับ
    นี่ครั้งแรกเลยล่ะพี่
    ดีใจที่มีคนชอบอะไรต่างๆ และมากมายคล้ายๆกัน

    ขอบคุณครับ ที่ทำให้รู้จักความพยายามอีกครั้ง

    ปล. ความฝันของพี่มันไม่ไกลเกินเอื้อมครับ เพราะ พี่ขึ้นมาสูงพอที่จะสอยมันลงมาแล้ว สู้ๆครับ

  2. lllllll-0-0-lllllll says:

    เพิ่งเห็นว่า ทั้ง 2 blog มันวันที่เดียวกันเลยนะเนี่ย ต่างกัน 1 ปี