Sep 18

เป็นทริปเร่งด่วนที่ตัดสินใจภายใน 1 เดือน และเป็นครั้งแรกที่ซื้อตั๋วราคาเต็ม แบบว่าปวดจี๊ด.. ไปจอยทริปกับพี่ชมรมที่ซื้อตั๋วโปรโมชั่นไปก่อน ไอ่เราซื้อทีหลังก็เลยต้องลุยนำไปก่อน 1 วัน เพราะราคามันถูกกว่า ก็ดีเหมือนกันจะได้ไปเที่ยวในตัวเมืองได้อีก 1 วันเต็มๆ

แพลนหลักๆสำหรับทริปนี้คือ Hanoi และ Sapa เมืองแห่งสายหมอก ซาปาเป็นเมืองที่เคยคิดจะไปเที่ยวอยู่เหมือนกัน จริงๆที่รู้จักซาปาก็จากรายการเจาะใจแหละที่ ให้นุ่นกับพลอยไปทำภารกิจปีนฟานสีปานยอดเขาที่สูงที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีน หลังจากนั้นก็ชื่อของซาปาและฟานสีปานก็เป็นชื่อติดปากที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงทุกครั้งที่มีการพูดเรื่องท่องเที่ยว

และในที่สุดข้าพเจ้าก็ได้ไปสัมผัสมัน

เริ่มต้นจากวันแรก นั่ง Airsia ไปลง Hanoi ตั้งแต่ 9 โมงเช้า หาทางออกจากสนามบินโดยไม่ให้โดนรถเถื่อนทั้งหลายหลอกลวง

ไปถึงก็เดินหาโรงแรมที่จองไว้ Ruby Hotel แลกตังค์ที่ รร เพิ่มเติม เพราะว่าได้ rate ถูกพอๆกับที่อื่น

 

แว๊บแรกที่ก้าวเท้าลงจากรถบัสก็ได้เห็นสภาพชีวิตของคนในฮานอย แต่ที่เคยได้ยินคนโจษจันกันอย่างมากเลยก็คือ  เสียงแตร มึงจะบีบแตรหาพ่องเหรอคร้าบบบ แบบว่าบีบไม่หยุด บีบกันเอาเป็นเอาตาย เสมือนเป็นเครื่องดนตรีที่ฟังแล้วสุนทรีย์ยังไงยังงั้น รถอยู่ห่างหลายเมตรมันก็บีบ แมลงวันบินผ่านหน้าก็คงบีบมั้ง.. ฮ่วย!!

รถในเมืองเยอะมากกก ส่วนใหญ่จะเป็น แมลงเตอร์ไซค์ เยอะชนิดที่ว่า ถ้าอยู่ในเมืองไทยจงเลิกคิดที่จะข้ามถนนได้เลย แต่อยู่ในฮานอย แม้รถจะเยอะคุณก็เปรียบเสมือนเป็นพระเจ้าในบัดดล เพียงแค่คุณก้าวย่างลงบนถนนบรรดามือบิดทั้งหลายจะ focus ไปที่คุณและคำนวณความเร็วในการเดินของคุณเทียบกับความเร็วความเร่งของเค้าแล้วจะบิดหักหลบคุณเอง ดังนั้นขอให้คุณเดินด้วยความมั่นใจ ด้วยความเร็วที่คงที่ ห้ามยึกยักหรือหยุดเดินกลางทาง และอย่าหวังว่าเค้าจะหยุดรถให้คุณ เดินไปเรื่อยๆแล้วคุณจะปลอดภัย 🙂

Checkin โรงแรมเรียบร้อย ก็ลงมาติดต่อเรื่องรถไฟที่จะไป Laocai ในวันรุ่งขึ้น ต่อราคากันนานสองนานก็ได้ ตั๋วรถไฟไปกลับในราคาต่ำกว่าราคาฐานที่ไป search จากบนเน็ตมาจนได้

จากนั้นก็ถึงเวลาไปท่องเที่ยวในเมืองล่ะ

สิ่งแรกที่จะลืมไม่ได้เลย คือ อาหารเที่ยงโว้ยยย.. มาถึงยังไม่ได้กินอะไรเลย ท้องร้องแล้ว.. เมื่อมาถึงเวียดนามอาหารที่เรานึกถึงก็คือ เฝอ นั่นเอง ถามร้านเด็ดๆจาก รร เค้าแนะนำมา เราก็ลุยโลดดด เฝอ แล้วเราก็ได้กินเฝอชามแรกของเวียดนาม ^^

ซดน้ำไปคำแรก โอ้วววว อูมามิ สุดย๊อดดด คำแรกปากก็บึนเลยทีเดียว นึกในใจดังๆ ถัดจากนี้อีก 6 วันเราคงหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สินะ

เดินรอบทะเลสาป Hoan Kiem 1 รอบ เดินต่อไปดู St. Andrew Cathedral ถ่ายรูปสักหน่อย มีสาวชุดแดงเป็นแบบให้ ^^

 

 

แล้วจับ Taxi ไปลงที่  Temple of Literature ระหว่างทาง Taxi โดนตำรวจจับ เราก็จะจ่ายเงินแล้วลงเดินต่อเอง แต่เปิดประตู้ไม่ได้ ทำให้รู้ว่า Taxi ที่ฮานอยลูกค้าเปิดประตูจากข้างในไม่ได้ โหดแสรดดดด!! ต้องเรียกคนขับมาเปิด จ่ายตังค์แล้วก็เดินดูวัด เดินดูสถาปัตยกรรมไปเรื่อยๆ

 

เดินเล่นไปตามถนน แวะถ่ายรูปนู้นนี่รายทาง อนุสาวรีย์ Lenin, Flag Tower

แล้วก็เดินต่อไปยังสุสานลุงโฮ (Ho-Chi-Minh Mausoleum) ดูยิ่งใหญ่ดีแฮะ เข้าไปดูข้างในไม่ทัน ได้เดินถ่ายรูปข้างนอกก็ยังดีฟร่ะ

เดินจนเย็นก็ปิดท้ายด้วย One Pillar Pagoda ที่อยู่ไม่ไกลนัก ไหว้พระไหว้เจ้าเรียบร้อย ก็ไปบุกตลาดสด Ngoc Ha กันต่อ

ระหว่างเดินเล่นตลอดไปเรื่อย ก็เกิดหิวขึ้นมา เห็นคุณป้าขายขนมอยู่ข้างทาง ลักษณะอย่างนึงคล้ายๆปากหม้อ ก็เลยจัดไป 1 ชุด นั่งเก้าอี้เตี้ยๆ รับประทานข้างเตากันเลยทีเดียว ข้างในไส้หมูผสมอะไรไม่รู้ ตอนกินก็จิ้มกับน้ำจิ้ม เปรี้ยวๆหวานๆอูมามิๆ มีแครอทกับหัวไชเท้าผสม ก็อร่อยดีแฮะๆ

กินเสร็จก็เริ่มมืดพอดี หาทางกลับไปแถวที่พักดีกว่า แถวนั้นมีอาหารขายเยอะแยะ จะได้หาอาหารเย็นหนักๆกินล่ะ วะฮู้วว..

เดินๆไป ถึงป้ายรถเมล์พอดี ก็นึกอะไรสนุกๆ เราไม่ต้องนั่ง Taxi กันล่ะ พวกเรา Backpacker ต้องประหยัดตังค์!! งั้นเรามาจับรถเมล์กลับที่พักกันดีกว่า ชิวๆขำๆ ฮู่เร่!!

ด้วยความหน้าด้านของข้าพเจ้า ก็ตรงดิ่งไปยังสาวนักศึกษาเวียดนามที่ยืน

รอรถเมล์อยู่ ถามแบบไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในหัวเลย ในมือก็มีแต่แผนที่ กับภาษาอังกฤษง่อยๆ เค้าก็ดีมากกกกกกกกกกกกกกกเลย จริงๆนะ คือ เค้าก็ไม่แน่ใจหรอก ว่าสายไหนผ่านที่เราจะไปบ้าง ก็พยายามอ่านเส้นทางรถเมล์จากป้ายข้างๆนั่นแหละ แล้วก็โทรไปถามเพื่อน จากนั้นก็พยายามจะสื่อสารกับเรา แต่ก็ไม่รู้เรื่อง (แอบคิดอยู่ถ้าเป็นเราคงหมดความพยายามแล้วเซย์กู๊ดบายแล้วล่ะ)

สุดท้ายเค้าก็เลยพาเราขึ้นรถเมล์เลย ขึ้นสาย 34 พาไปนั่ง พาไปจ่ายตังค์ แล้วก็พาลงด้วย เหมือนกับเค้าจะไม่ได้มาทางนี้ด้วย คือนั่งรถมาส่งเราแล้วก็ไปรอรถเมล์เค้าต่อ.. โคตรประทับใจเลยหว่ะ สิ่งเหล่านี้แหละคือสิ่งคนที่มากับทัวร์จะไม่ได้สัมผัสเลย รู้สึกหลงใหลการแบกเป้ท่องโลกเข้าอย่างจังเลยล่ะ  ^^

มาถึงก็เดินไปกินอาหารอีกอย่างหนึงเป็นลูกคู่กับเฝอ นั่นก็คือ บุ๋น จริงๆมันก็คืนเส้นอีกประเภทหนึ่งล่ะ ลักษณะคล้ายเส้นขนมจีนแต่เหนียวกว่า กินกับหมูตุ๋น ใส่ปลาแห้ง แล้วผักอะไรก็ไม่รู้อีกเป็นกำเลย.. เยอะมากกกกกกกกกกกกก… อิ่มตื้อเลย

 

หลังจากนั้นก็เดินเล่นนิดหน่อย แล้วไปพักจิ๊บ Bia Hoi เบียร์สดชื่อดังของเวียดนามเสียหน่อย อ้าาา.. แก้วละ 7 บาท เปรมมมมมมมมมมมมม

 

ซัดกันคนละแก้วพอเป็นพิธี แล้วก็กลับที่พักไปเตรียมตัวท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นต่อไป 😉