Dec 12

     ครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งที่สอง นับตั้งแต่เดินทางไป Train กับ Nokia ที่สิงคโปร์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว น่าแปลกใจที่วันเดินทางตรงกันพอดีเลย ต่างกันแค่ช่วงเวลาเดินทางเท่านั้น.. แม้ว่าครั้งนี้เราจะเดินทางไปต่างประเทศด้วยการเดินข้ามประเทศก็เถอะ.. ก็ถือว่าไปเที่ยวต่างประเทศใช่มะ 🙂 อย่างน้อยมันก็เป็นความสุขเล็กๆที่เราได้ทำตามที่เคยสัญญากับตัวเองมาไว้แต่เด็ก.. อยากรู้ป่าว?.. ความฝันของเด็กหน่ะอย่าไปสนใจเลยเนาะ.. ที่จริงเคยเขียนไว้ตอนไปสิงคโปร์แล้วล่ะ.. อยากรู้ก็ไปลองอ่านแล้วกันนะ..

     พูดถึงทริปโดยรวมเลยดีกว่า ไม่อยากลงรายละเอียดมาก.. ทริปนี้ถือเป็นทริปที่ทรหดพอสมควรเลย สำหรับใครที่คิดว่าไปกับทัวร์แล้วจะสบายก็ต้องคิดใหม่เลยล่ะ.. ลำพังการท่องเที่ยวในลาวก็ลำบากอยู่แล้ว.. แม้ว่าจะมีการ organize schedule มาดีแค่ไหน.. ก็มีโอกาสเกิดเรื่องสุดวิสัยขึ้นมาได้อยู่ดี.. ซึ่งทริปนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยด้วยล่ะซิ.. จะข้ามฟากแม่น้ำโขงแต่ละทีใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง.. พอดีรถเมล์คันที่เทียบเรือยนต์คันก่อนหน้า.. ถูกไม้ที่ใช้รองล้อเป็นทางเดินรถดีดกลับ กระแทกหม้อน้ำแตก.. ทำให้ทัวร์เราที่รอข้ามฟากอยู่ก็ต้องยืนตากแดด delay ไปเกือบ 2 ชม.. และมีอย่างอื่นอีกมากมาย.. แต่บางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยก็คือ.. ลูกทัวร์ late กันเอง.. อันนี้มีเป็นสิ่งที่แก้ไขได้.. ขอแค่ความร่วมมือ เพราะไม่เช่นนั้นตารางทุกอย่างก็จะ late หมด แล้วก็จะเหนื่อยกันเอง.. เวลาในการ appreciate ธรรมชาติก็ลดน้อยลงไป..

     สำหรับเราที่ไปเที่ยวแบบลุยๆอยู่แล้วก็ถือว่าทริปนี้สนุกดีได้ทำอะไรหลายๆอย่าง แปลกๆใหม่ๆ.. ปกติในลาวพอมืดทุกอย่างก็จะมืดหมดเลย มองแทบไม่เห็นทางเลย.. แล้วคืนแรกเราต้องไปนอนที่เกาะดอนโขงซึ่งต้องข้ามแม่น้ำโขงเข้าไป ต้องนั่งเรือลำน้อย ขึ้นได้แค่ 10 คน ล่องลอยไปตามมหานทีสี่พันดอนกว้างเป็นกิโลโดยไร้แสงสว่าง มีเพียงแสงไฟฉายนำทางเล็กๆ รู้สึกเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างยิ่ง.. ระหว่างที่เรือมุ่งหน้าไปยังปลายทาง หูก็ได้ยินแต่เสียงเรือแทรกผ่านน้ำในเบื้องหน้า ด้วยบรรยากาศที่เงียบกริบก็ทำให้รู้สึกวังเวงขึ้นมาทันที.. ในใจก็พลันคิดเล่นๆว่าจะมีพญานาคโผล่ขึ้นมาพ่นไฟ หรือมีปลาบึกว่ายขึ้นมาให้ยลโฉมหรือเปล่า.. แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดเพื่อกลบเกลื่อนสภาวะปัจจุบัน.. ขณะเดียวกันสายตาก็พลันมองขึ้นบนท้องฟ้า เห็นดาวน้อยใหญ่ทอแสงระยิบระยับทั่วท้องนภายามวิกาล.. นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่อยู่กับความนิ่งสงบอยู่กับตัวเองอยู่กับแสงดาวนับล้านดวง สวยงามมาก เห็นดาวเทียมเห็นทางช้างเผือกเห็นหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น.. ก็ได้แต่ชักชวนเพื่อนร่วมเดินทางให้ร่วมซึมซับบรรยากาศดีๆเหล่านี้ไว้.. ได้เห็นทุกคนมีความสุขเราก็สุขใจ.. การที่ได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศราวย้อนเวลากลับไปสัก 20-30 ปี.. มันมีความสุขอย่างงี้นี่เอง

     สถานที่ท่องเที่ยวในลาวที่ได้ไปเที่ยวจริงๆจังๆ ก็มีแค่ 3 ที่แค่นั้นล่ะ.. คือ ปราสาทวัดพู น้ำตกหลี่ผี น้ำตกคอนพะเพ็ง.. นอกนั้นจะเป็นการเดินทางเสียส่วนใหญ่ ล้ามากเลย.. ขาบวมตั้งแต่วันแรกที่มาถึง.. เจ็บตลอดทัวร์เลย.. แต่ยังดีที่มีรองเท้าผ้าใบ support อยู่ก็บรรเทาไปได้มากอยู่เหมือนกัน.. ไฮไลท์สำคัญของคืนที่สองคือ ได้ไปเที่ยวผับลาวชื่อ Angel.. โอ้โห.. ไม่อยากจะเชื่อ.. เต้นกันระเบิดเลยทีเดียว.. หนุ่มๆบริษัทเราโดนหญิงลาว กระเทยลาวแทะโลมกันหลายคนเลยทีเดียว.. บรรยากาศในร้านก็โอเคนะ.. เพลงช่วงแรกจะเป็น karaoke สลับกับ DJ ส่วนใหญ่ก็จะ
เป็นเพลงไทย.. หลัง 3 ทุ่มก็เริ่มเพลง dance เสียตรงที่เพลงมันจังหวะเดียวกันหมดเลย แรกๆก็ ok หลังเริ่มเบื่อ.. ก็ประมาณเธคในไทยสมัยก่อนละที่เอาเพลงมา remix มีเนื้อเพลงแค่หัวๆกลางๆท้ายๆ นอกนั้นก็จังหวะ dance เดียวกันหมด.. แต่ที่ชอบคือ มีช่วง Happybirthday เหมือนผับเราล่ะ.. แต่เป็นเพลงลาวลูกทุ่งแปลกดี.. ผับที่ลาวปิดตอน 5 ทุ่ม เพราะทุกคนต้องรีบกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วนอนก่อนเที่ยงคืน.. มันเป็นระเบียบของประเทศเค้ามาตั้งแต่รับเอกราชแล้วอ่ะ มีเคอร์ฟิวว่าหลังจากเที่ยงคืนห้ามเดินเพ่นพ่านบนถนน ทุกคนต้องปิดไฟนอน.. เราก็เลยต้องรีบกลับมาแล้วนอนซะ.. วันต่อมาก็ตื่นตี 5 ไป appreciate ตัวเมืองปากเซเสียหน่อย.. บรรยากาศดีจังเงียบสงบ.. ให้อารมณ์เหมือนอยู่ปายเหมือนกันแฮะๆ.. ชอบค้าบบ..

     วันสุดท้ายกว่าจะกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็ตี 3 แล้วล่ะ.. พอดีมีคนอาหารเป็นพิษล่ะ ต้องพาเข้าโรงพยาบาล เลยก็เลทต่อเนื่อง.. จะว่าไปแล้วทริปนี้มีคนท้องเสียเยอะมาก คงเป็นเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารล่ะ.. แต่ case สุดท้ายนี้ท่าทางจะรุนแรงมาก ต้องส่งโรงพยาบาลด่วนเลย..  กลับมาถึงบริษัทเก็บของนิดหน่อย กลับมาถึงบ้านตี 4 เก็บของ อาบน้ำ กว่าจะได้นอนก็ ตี 5 จะบ้าตายยต้องตื่นไปทำงาน 7 โมงเช้า..  ตอนเช้าไปทำงานเห็น ซอมบี้ + หมีแพนด้า เดินเต็มตึกเลย.. ทำงานแบบไร้วิญญาณ.. วันนี้ก็ดันเจอ Critical case อีกเต็มเลย.. โดนแต่เช้าเฮ้อออ.. เหอะๆ.. เอาหน่ะ.. นานๆได้ไปเที่ยวที.. เต็มที่กับชีวิตคร้าบบ..

     เดี๋ยวถ้าได้รูปมาจะเอามาให้ดูกันนะครับ..

ps. ขอโทษหลายๆคนด้วย กลับมาครั้งนี้เราไม่สามารถเป็น Brandnew Thee ได้อย่างเต็มรูปแบบ.. มันยังคงมีบางอย่างติดหัวเราอยู่.. ขอบคุณทุกความห่วงใย และทุกกำลังใจที่มอบให้ครับ..


2 Responses to “7-10 Dec 07 : Southern Laos : The land of accident..”

  1. Sinee Suwanchais​ri says:
    ไปเที่ยวลาวทริปของกุ๊ปกิ๊ปมั้ยจ๊ะ เวิ่นเว้อสุดแรงเกิดอ่ะ
  2. LuCkY NioN says:
    ช้านก็เข้าโรงพยาบาลลลล ฮือๆๆๆๆ